น้ำมันดิบ (Oil)

น้ำมันดิบ (Oil)
          น้ำมันดิบ  คือ  ปิโตรเลียมที่มีสถานะเป็นของเหลวในธรรมชาติ  ส่วนมากมีสีดำหรือน้ำตาล  มีลักษณะเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนชนิดต่าง ๆ ปะปนกันอยู่  และในบางครั้งอาจมีสารอื่น ๆ ประกอบอยู่ด้วย  เช่น  กำมะถัน (S), ไนโตรเจน (N),  ออกซิเจน (O)  เป็นต้น  ด้วยเหตุนี้น้ำมันดิบที่ขุดขึ้นมาจะยังไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทันที  ต้องมีการนำมาแยกสารประกอบไฮโดรคาร์บอนต่าง ๆ ออกเป็นกลุ่ม ๆ ก่อน  จึงจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ตามชนิดของสารได้  โดยการวิธีการแยกสารที่ปนอยู่ในน้ำมันดิบออกจากกันนี้  เรียกว่า  การกลั่นน้ำมันดิบ

          1.  การกลั่นน้ำมันดิบ
                    การกลั่นน้ำมันดิบ  เป็นวิธีการกลั่นลำดับส่วนที่อาศัยหลักการว่า  สารประกอบไฮโดรคาร์บอนชนิดต่าง ๆ ที่ผสมปนอยู่ในน้ำมันดิบ  จะมีจุดเดือดที่แตกต่างกันไปตามจำนวนคาร์บอนภายในโมเลกุล  (สารที่มีจำนวนคาร์บอนมากจะยิ่งมีจุดเดือดสูง)  ดังนั้นเมื่อส่งน้ำมันดิบเข้าไปสู่หอกลั่นที่มีอุณหภูมิสูง 400 องศาเซลเซียส  น้ำมันดิบจะเดือดแล้วระเหยกลายเป็นไอลอยขึ้นไปส่วนบนของหอกลั่นซึ่งมีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเดือดของสาร  สารนั้นก็จะควบแน่นกลับมาเป็นของเหลวเหมือนเดิมได้  ด้วยเหตุนี้จึงสามารถแยกสารต่าง ๆ ที่ผสมกันอยู่ในน้ำมันดิบออกจากกันได้  โดยสารที่มีจุดเดือดสูง  (จำนวนคาร์บอนมาก)  จะมีการควบแน่นออกมาก่อน  ส่วนสารที่มีจุดเดือดต่ำ  (จำนวนคาร์บอนน้อย)  จะมีการควบแน่นออกมาทีหลังตามลำดับ

          2.  ผลิตภัณฑ์จากการกลั่นน้ำมันดิบ
                    สารที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอน  มีตั้งแต่สารที่ประกอบด้วยคาร์บอนเพียง 1 อะตอม  จนถึงสารที่มีคาร์บอนมากกว่า 50 อะตอม  ซึ่งจำนวนคาร์บอนที่แตกต่างกันก็จะทำให้สารประกอบไฮโดรคาร์บอนมีสมบัติที่แตกต่างกัน  จึงมีการนำไปใช้ประโยชน์ที่แตกต่างกัน ดังนี้
                    -  แก๊สปิโตรเลียม  (คาร์บอน 1-4  อะตอม)  ใช้สำหรับทำสารเคมี  วัสดุสังเคราะห์  และแก๊สหุงต้ม
                    -  แนฟทา  (คาร์บอน 5-6  อะตอม)  ใช้ในการทำสารเคมี
                    -  แก๊สโซลีน  หรือน้ำมันเบนซิน  (คาร์บอน  6-10  อะตอม)  ใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงในรถยนต์
                    -  น้ำมันก๊าด  (คาร์บอน 10-14  อะตอม)  ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไอพ่น  และตะเกียง
                    -  น้ำมันดีเซล  (คาร์บอน 14-19  อะตอม)  ใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงในเครื่องยนต์ดีเซล
                    -  น้ำมันหล่อลื่น,  ไข  (คาร์บอนมากกว่า  35  อะตอม)  ใช้ทำน้ำมันเครื่อง,  เทียนไข,  แว็ก
                    -  น้ำมันเชื้อเพลิง  (คาร์บอนมากกว่า  35  อะตอม)  ใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงของเครื่องจักรและของเรือ
                    -  บิทูเมน  (คาร์บอนมากกว่า 35 อะตอม)  ใช้ทำวัสดุกันรั่วซึมและยางมะตอย


ที่มาและได้รับอนุญาตจาก :
พงศธร  นันทธเนศ  และสุนทร  ภูรีปรีชาเลิศ. สารและสมบัติของสาร ม.4 - ม.6. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์.

ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง