การเสริมสร้างและรักษาภูมิคุ้มกันของร่างกาย

การเสริมสร้างและรักษาภูมิคุ้มกันของร่างกาย
     จากกลไลการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันตามที่ได้กล่าวมาแล้ว จะเห็นได้ว่าร่างกายของมนุษย์จะประกอบด้วยระบบภูมิคุ้มกันที่เป็นด่านป้องกันทางกายภาพ เช่น ผิวหนัง ขน เยื่อเมือกต่าง ๆ และระบบภูมิคุ้มกันที่สามารถทำลายสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ หรือแอนติเจนที่เข้าสู่ร่างกาย ได้แก่ เม็ดเลือดขาว อินเตอร์เฟอรอน ระบบคอมพลีเมนต์และแอนติบอดี เป็นต้น
     ลักษณะระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์มีตั้งแต่ภูมิคุ้มกันที่ได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจากพ่อและแม่ ภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้นภายหลัง และภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากการฉีดวัคซีน หรือสารต้านเชื้อโรคในรูปแบบต่าง ๆ โดยที่ระบบภูมิคุ้มกันที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม จะมีผลต้านแอนติเจนได้ในวงจำกัดเท่านั้น หากร่างกายอ่อนแอหรือมีบาดแผลที่ผิวหนัง ก็จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมไม่สามารถต้านทานจุลินทรีย์ก่อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมได้
     การจะพัฒนาให้ร่างกายสามารถต้านทานแอนติเจนเหล่านี้ได้เพิ่มขึ้น จำเป็นต้องออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความต้านทานโรคของร่างกายด้วย การออกกำลังกายจะช่วยทำให้ระบบไหลเวียนเลือดลำเลียงเลือดไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายด้วย การออกกำลังกายได้อย่างทั่วถึง จึงทำให้เม็ดเลือดขาวและระบบภูมิคุ้มกันที่เป็นสารคัดหลั่งในกระแสเลือดเข้าสู่เนื้อเยื่อต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ร่างกายจึงสามารถต้านทานต่อเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ดีและรวดเร็วขึ้นด้วย
     นอกจากการออกกำลังกายแล้ว เรายังสามารถช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ ด้วยการรับสารเสริมภูมิคุ้มกัน ซึ่งสารที่ได้รับอาจอยู่ในรูปของอาหาร
     อาหารเป็นสารเสริมสร้างภูมิคุ้มกันประเภทหนึ่งที่เป็นทางเลือกที่ง่ายดายสำหรับผู้ที่ต้องการมีสุขภาพกายแข็งแรง โดยการรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสมเพียงพอตามความต้องการของร่างกาย และจะต้องเป็นอาหารที่สะอาดปราศจากสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งอาหารที่รับประทานเข้าไปเหล่านี้จะถูกย่อยสลายให้กลายเป็นสารอาหารดูดซึมนำไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย เสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรง และช่วยให้ร่างกายสามารถต้านทานเชื้อโรคและแอนติเจนได้ดีขึ้นด้วย
     นอกจากอาหารแล้ว มนุษย์ยังมีการคิดค้นสารชีวภาพชนิดอื่น ๆ ซึ่งใช้สำหรับเสริมสร้างหรือปรับปรุงภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ โดยสารชีวภาพเหล่านี้สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่ม ๆ ได้ดังนี้
     1.  วัคซีน (vaccine) 
          เป็นการนำแอนติเจนซึ่งเป็นเชื้อโรคที่ไม่ก่ออันตรายต่อร่างกายแล้วเข้าสู่ร่างกาย เพื่อให้แอนติดเจนเหล่านั้นไปกระตุ้นการสร้างแอนติบอดีที่จำเพาะขึ้น โดยแอนติเจนที่นำเข้าสู่ร่างกายนี้จะสามารถผลิตได้ในหลายลักษณะ ดังนี้
          1)  วัคซีนจากเชื้อโรคที่มีชีวิต แต่ถูกทำให้อยู่ในสภาพที่อ่อนแรงลงแล้ว ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายแต่จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ เช่น วัคซีนป้องกันวัณโรค (Bacillus Calmette Guerin; BCG) วัคซีนป้องกันโรคหัด และวัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมัน เป็นต้น
          2)  วัคซีนจากเชื้อโรคที่ตายแล้ว เป็นวัคซีนซึ่งผลิตขึ้นจากเชื้อโรคที่ถูกทำให้ตายแล้ว แต่ยังมีสมบัติที่สามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างแอนติบอดีได้ เช่น วัคซีนป้องกันโรคอหิวาต์ วัคซีนป้องกันโรคไอกรน และวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า เป็นต้น 
          3)  วัคซีนจากสารพิษหรือสารพิษที่หมดฤทธิ์แล้ว ซึ่งเรียกว่า ทอกซอยด์ (toxoid) เช่น วัคซีนป้องกัน โรคคอตีบ และวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัด เป็นต้น 
     2.  เซรุ่ม (serum)
          คือ น้ำเลือดที่ประกอบด้วยแอนติบอดี ซึ่งสามารถต้านทานพิษจากเชื้อโรคที่มีความจำเพาะต่อโรคได้เซรุ่มที่ใช้ในปัจจุบันส่วนใหญ่ได้จากการฉีดเชื้อที่อ่อนแรงเข้าไปในม้าหรือกระต่าย จากนั้นก็รอจนมีการสร้างแอนติบอดีขึ้นในกระแสเลือดของม้าและกระต่าย จึงนำเลือดของม้าและกระต่ายมาสกัดแยกเอาแอนติบอดีเพื่อนำมาใช้ฉีดเข้าร่างกายมนุษย์ในกรณีที่จำเป็น เช่น เมื่อถูกงูพิษกัด เป็นต้น 
     3.  ฮอร์โมนจากต่อมไทมัส
          ต่อมไทมัสเป็นต่อมขนาดเล็ก มีลักษณะเป็นพูของเนื้อเยื่อที่คล้ายกับต่อมน้ำเหลือง มี 2 พู อยู่บริเวณขั้วหัวใจ มีความสำคัญมากในช่วงวัยเด็ก แต่เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ต่อมไทมัสจะฝ่อสลายไป จึงเป็นต่อมไร้ท่อที่มีเฉพาะวัยเด็กเท่านั้น มีหน้าที่สร้างฮอร์โมนสำคัญ คือ ไทโมซิน (thymosin) ซึ่งช่วยกระตุ้นการสร้างแอนติบอดีจากเซลล์พลาสมา เซลล์ม้าม และต่อมน้ำเหลือง นอกจากนี้ยังสร้างฮอร์โมนไทโมวิดิน (thymovidin) ซึ่งมีหน้าที่ยับยั้งการเจริญของอวัยวะสืบพันธุ์
     4.  สารสังเคราะห์ขึ้น (synthetic substances) 
          
ตัวอย่างเช่น เรทินอล (retinoids) และไอโซพรินโนซิล (isoprinosin) เป็นต้น เป็นสาระที่ได้จากการสังเคราะห์โดยกระบวนการทางเคมี มีคุณสมบัติในการปรับระบบภูมิคุ้มกันและต่อต้านเชื้อไวร้สบางชนิดใช้รักษามะเร็ง และยาบางชนิดใช้ฟื้นฟูการตอบสนองของภูมิคุ้มกันที่มีต่อการรักษา หรือจัดการกับการติดเชื้อไวรัสในขั้นทุติยภูมิ
     5.  อินเตอร์เฟอรอน และสารกระตุ้น อินเตอร์เฟอรอน (interferon inducers) 
           อินเตอร์เฟอรอนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อใช้กำจัดเชื้อก่อโรคโดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อไวรัส ร่างกายมนุษย์สร้างอินเตอร์เฟอรอนขึ้นสำหรับเอาไว้ต่อสู่กับการติดเชื้อที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย การใช้อินเตอร์เฟอรอนรักษาโรคติดเชื้อ จะเป็นการเพิ่มปริมาณของสารในร่างกายให้มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น และมากพอที่จะต่อสู้กับเชื้อไวรัส เนื่องจากอินเตอร์เฟอรอนเป็นโปรตีน จึงจำเป็นต้องใช้สำหรับฉีดเข้าร่างกายเท่านั้น ยังไม่มีรูปแบบของยาสำหรับรับประทาน


ที่มาและได้รับอนุญาตจาก : 
ดร.ฤทธิ์ วัฒนชัยยิ่งเจริญ . ชีวิตกับสิ่งแวดล้อมสิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต . พิมพ์ครั้งที่ 1 . กรุงเทพ ฯ : อักษรเจริญทัศน์ .

 

ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง
#Trending now
AdGang59 ,Adgang60 ,ข่าวครู ,สื่อการสอน ,แผนการสอน ,เทคนิคการสอน ,สอบครู ,ข่าวครู ,admissions 59 ,admissions 60 ,ad59 ,ad60 ,admissions ,สอบตรง 59 ,รับตรง 59 ,สอบตรง 60 ,รับตรง 60 ,ข้อสอบรับตรง ,อาเซียน ,AEC ,ข่าวกิจกรรม ,ข่าวทุน ,ข่าวเด่น ,เรียนต่อ ,ทุน ,ทุนเรียนต่อ ,ทุนการศึกษา ,clearing house ,เคลียร์ริ่งเฮ้าส์ ,ค้นหาตัวเอง ,ปฎิทินสอบ ,ONET ,GAT ,PAT ,ติว ,ติว GAT ,ติว PAT ,GAT เชื่อมโยง ,โครงงานวิทยาศาสตร์ ,โครงงาน ,เรียนต่อต่างประเทศ ,ข้อสอบ ,คลังข้อสอบ ,ข่าว admissions ,แอดมิชชั่น ,สาระน่ารู้ ,โควตา ,แนะแนว ,สามเณร ,ธรรมะ ,ว.วชิรเมธี ,ธรรม ,ท่องเที่ยว ,คลิปเด็ด ,รวมคลิปเด็ด ,คลิปเด็ดแปลไทย ,ติวเข้ม ,สอบเข้า ,สอบสัมภาษณ์ ,สอบเข้า ม.1 ,สอบเข้า ม.4 ,สอบเข้าเตรียมอุดมฯ ,สอบเข้าสาธิต ,สอบเข้ามหิดล ,ทดลองวิทย์ ,ฮอร์โมน ,Hormone ,จักรยาน ,CU TEP ,TU GET ,สามเณรปลูกปัญญาธรรม ,truelittlemonk ,ของเล่นวิทยาศาสตร์ ,เพลงชาติไทย ,วิศวะ จุฬา ,บัญชี จุฬา ,สอบทุน ,Smart Exams ,TOEIC ,TOEFL ,สูตรลัดคณิตศาสตร์ ,วิสาขบูชา ,หน้าหนาว ,เชียงใหม่ ,เชียงราย ,เงินเดือนครู ,ครูผู้ช่วย ,สมัครสอบครู ,ข้อสอบ o-net ป.6 
กลับด้านบน