ในห้องเรียน
อยากรู้ถามทรูปลูกปัญญา
ติดต่อทรูปลูกปัญญา

นาฏยศัพท์
นาฏยศัพท์
     การร่ายรำ เป็นการดัดแปลงท่าทางการเคลื่อนไหวของสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในธรรมชาติให้สัมพันธ์กับบทเพลงและจังหวะของเพลง เพื่อให้เกิดความสวยงามท่ารำไทยก็เป็นท่าที่ดัดแปลงมาจากสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาตเช่นเดียวกัน แล้วค่อย ๆ ปรับปรุงให้ดีขึ้นจนเป็นรูปแบบที่กำหนดเป็นแบบแผน และมีลักษณะเฉพาะตามแบบนาฏศิลป์ไทย ท่าทางที่ปฏิบัติในทางนาฏศิลป์ไทยมีศัพท์เฉพาะที่ใช้เรียก คือ นาฏยศัพท์
     นาฏยศัพท์ แบ่งตามลักษณะการใช้เป็น 3 หมวด คือ
     1.  หมวดนามศัพท์ เช่น ตั้งวง จีบ
     2.  หมวดกริยาศัพท์ เช่น กล่อมไหล่ กรายมือ 
     3.  หมวดเบ็ดเตล็ด เช่น ตัวพระ ตัวนาง
     นาฏยศัพท์ที่ควรรู้จักและฝึกปฏิบัติ มีดังนี้
     1.  การจีบ เป็นการใช้นิ้วหัวแม่มือกับนิ้วชี้มาจรดกัน โดยให้ปลายนิ้วหัวแม่มือมาจรดกับข้อสุดท้ายของปลายนิ้วชี้ (นับจากฝ่ามือขึ้นไป) นิ้วที่เหลือทั้งสามนิ้วเหยียดตรง แล้วกรีดออกไปให้สวยงามคล้ายพัด การจีบจะต้องหักข้อมือเข้าหาลำแขนเสมอ การจีบมีหลายลักษณะ เช่น จีบคว่ำ จีบหงาย แต่ที่นักเรียนควรฝึกปฏิบัติ คือ
          จีบหงาย ให้หงายข้อมือขึ้นหักข้อมือเข้าหาลำแขน แล้วทำท่าจีบให้ปลายนิ้วที่จีบชี้ขึ้นข้างบน
          จีบคว่ำ ให้คว่ำลำแขนหักข้อมือลงแล้วทำท่าจีบให้ปลายนิ้วที่จีบชี้งข้างล่าง
     2.  การตั้งวง เป็นการตั้งลำแขนเป็นวงคล้ายครึ่งวงกลม แขนงอมือตี้งขึ้น และหันฝ่ามือออกนอกลำตัว การตั้งวงมีหลายลักษณะ เช่น ตั้งวงบน ตั้งวงล่าง เป็นต้น แต่ที่นักเรียนควรปฏิบัติ มี 2 ลักษณะ คิอ ตั้งวงบนและตั้งวงล่าง
          ตั้งวงบน ให้ยกแขนออกไปข้างลำตัวแล้วงอแขนให้ได้ส่วนโค้ง ตั้งมือขึ้นและแบมือทั้งสี่นิ้ว โดยให้ปลายนิ้วทั้งสี่หันเข้าหาศีรษะ นิ้วหัวแม่มืองอเข้าหาฝ่ามือเล็กน้อย พร้อมทั้งหักข้อมือเข้าหาลำแขน
          ตั้งวงล่าง ให้ปลายนิ้วทั้งสี่อยู่ระดับชายพกหรือหัวเข็มขัด นิ้วหัวแม่มืองอเข้าหาฝ่ามือเล็กน้อยพร้อมทั้งหักข้อมมือเข้าหาลำแขน ให้ส่วนโค้งของลำแขนห่างจากตัวเล็กน้อย
     3.  การประเท้า ให้ยกเท้าขึ้นด้วยการย่อเข่าน้ำหนักตัวอยู่เท้าหลัง เปิดส้นเท้าหน้าขึ้นเล็กน้อยเชิดปลายนิ้วเท้าขึ้นทุกนิ้ว ใช้จมูกเท้า (เนื้อส่วนโค้งของฝ่าเท้าบริเวณโคนนิ้ว) แตะพื้นเบา ๆ แล้วยกขึ้นทั้งเท้า
     4.  การกระทุ้งเท้า ให้ใช้เท้าข้างใดข้างหนึ่งยกสูงขึ้นจากพื้นเล็กน้อย แล้วใช้จมูกเท้ากระทุ้งลงที่พื้นแล้วยกขึ้นทันที่หักข้อเท้าหาหน้าแข้ง นิ้วเท้าตึงขาที่ยืนจะต้องย่อเข่าลงและดันเข่าที่ยกขึ้นออกไปข้างหลังให้มากที่สุด
     5.  การกระตุกเท้า เป็นท่าต่อเนื่องจากท่ากระทุ้งเท้า โดยยกเท้าหลังขึ้นแล้วหนีบน่องดันเข้าไปข้างหลังมาก  ๆ หักข้อเท้าให้ปลายนิ้วชี้ลงด้านล่าง
     6.  การสะดุดเท้า คือท่ารำที่ใช้เท้าเคลื่อนไหวประกอบ โดยเท้าข้างหนึ่งวางอยู่ข้างหน้าและเท้าอีกข้างหนึ่งวางเยื้องไปข้างหลังเล็กน้อย จากนั้นย่อเข่าท้งสองเล็กน้อย แล้วเสือกเท้าหน้าไปข้างหน้า และวางเท้าลงโดยน้ำหนักตัวอยู่บนเท้าหน้า ในขณะเดียวกันให้ยกเท้าหลังขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับโน้มตัวไปข้างหน้า จากนั้นให้วางเท้าหลังลงโดยน้ำหนักตัวอยู่บนเท้าหลัง พร้อมกับใช้จมูกเท้าหน้าแตะพื้น
     7.  การจรดเท้า ให้ใช้จมูกเท้าหรือส้นเท้าข้างใดข้างหนึ่งยืนรับน้ำหนัก และย่อเข่าทั้งสองลง
     8.  การถัดเท้า มี 2 แบบ คือ การถัดอยู่กับที่ และการถัดเคลื่อนที่ ซึ่งปฏิบัติได้ ดังนี้
          การถัดเท้าอยู่กับที่ การถัดเท้าอยุ่กับที่จะใช้เท้าขวาถัดเสมอ เริ่มจากการก้าวเท้าซ้ายและถัดด้วยเท้าขวา ซึ่งการถัดเท้าทำโดยการใช้ฝ่าเท้าขวาตั้งแต่จมูกเท้าลงมาจนถึงส้นเท้า ไถพื้นขึ้นไป แล้ววางเท้าลง
          การถัดเคลื่อนที่ ทำเหมือนการถัดเท้าอยู่กับที่ แต่ให้ยกเท้าถัดเคลื่อนที่ไปข้างหน้า

ที่มาและได้รับอนุญาตจาก :
เอกรินทร์ สีมหาศาล และคณะ. ศิลปะ ป.4. พิมพ์ครั้งที่ 3.  กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์.
ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง