ในห้องเรียน
อยากรู้ถามทรูปลูกปัญญา
ติดต่อทรูปลูกปัญญา

ละครสร้างสรรค์

ละครสร้างสรรค์
     การแสดงบทบาทสมมุติ
     ในชีวิตประจำวันเราจะพบว่า มีบุคคลประกอบอาชีพมากมายแตกต่างกันและในแต่ละอาชีพก็จะหน้าที่ตามความรับผิดชอบของตนเอง นักเรียนสามารถสังเกตอาชีพของบุคคลต่าง ๆ ได้จากเครื่องแต่งกาย ท่าทางที่พวกเขาแสดงออกในขณะปฏิบัติงาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้นักเรียนสามารถนำมาแสดงท่าทางเลียนแบบพวกเขาเพื่อถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้ เช่น 
          1.  ตำรวจ มีลักษณะท่าทางเข้มแข็ง ทะมัดทะแมง เดินอย่างสง่าผ่าเผย ทักทายกันด้วยการแสดงท่าวันทยหัตถ์ การแต่งกายในเครื่องแบบตำรวจ
          2.  พ่อค้าแม่ค้า มีลักษณะท่าทางพูดเก่ง ยิ้มแย้มแจ่มใส จ่ายเงินทอนคล่องแคล่ว แต่งกายสุภาพเรียบร้อย
          3.  หมอ พยาบาล มีลักษณะท่าทางใจดี พูดสุภาพเรียบร้อย แต่งกายในเครื่องแบบหมอ พยาบาล
          4.  ชาวนา มีลักษณะท่าทางทะมัดทะแมง แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสบาย ๆ ปกคลุมร่างกาย ใส่งอบ มือถือเคียวเพื่อไปเกี่ยวข้าว
     นอกจากนี้ยังมีอาชีพอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งนักเรียนสามารถเลียนแบบท่าทางและถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวได้ ทั้งนี้อาจจะต้องใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ มาประกอบ เพื่อให้สมจริงยิ่งขึ้น เช่น เสื้อผ้า อุปกรณ์ที่ต้องใช้ในแต่ละอาชีพ
     การเคลื่อนไหวตามจังหวะ
     จังหวะ
หมายถึง การเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ อาจมี ช้า-เร็ว เบา-ดัง สั้น-ยาว พยางค์-ประโยค
     จังหวะของเพลงแต่ละเพลง จะให้ความหมายและความรู้สึกแตกต่างกัน การเคลื่อนไหวร่างกายให้เข้ากับจังหวะทำได้หลายวิธี ดังนี้
     1.  การเคลื่อนไหวโดยใช้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย อาจจะทำได้หลายวิธี เชน การกล่อมไหล่ การโยกตัว การโย้ตัว เป็นต้น
           การกล่อมไหล เป็นการใช้ไหล่เอียงไปมาข้างซ้ายและข้างขวา โดยหมุนไหล่ข้างหนึ่งบิดมาข้างหน้า ส่วนไหล่อีกข้างหนึ่งเฉียงไปด้านหลัง ให้ทำสลับกันทั้งไหล่ซ้ายและไหล่ขวา โดยเอียงศีรษะขัดกับไหล่ที่กดลง เท้ายืนไขว้กัน เท้าหลังเปิดส้นทิ้งน้ำหนักตัวลงที่เท้าหน้า
          การโย้ตัว เป็นการเคลื่อนตัว ส่วนบนให้บิดไปบิดมา โดยยกไหล่ซ้ายและขวาสลับกันและเอียงศีรษะตามไหล่ที่กด
     2.  การเคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะโดยการทำให้เกิดเสียง เช่น ปรบมือ ย่ำเท้า ผิวปาก ดีดนิ้ว ซึ่งอาจทำให้เกิดจังหวะช้า-เร็ว เสียงดัง-เบา เสียงสั้น-ยาว ได้ตามความต้องการ
     3.  การเคลื่อนไหวร่างกายประกอบจังหวะโดยใช้พยางค์-ประโยค เป็นการเคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะ เช่น มง-แซะ-มง ปริ๊ด-ปรี๊-ปริ๊ด ป๊ะ-เท่ง-ป๊ะ ซ้าย-ขวา-ซ้าย ตุ้ม-ตุ้ม-ตุ้ม เป็นต้น
     4.  การเคลื่อนไหวร่างกายประกอบจังหวะเพลง เป็นการเคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะของเพลงที่ถูกกำหนดเป็นแบบแผนเฉพาะแต่ละเพลง หรือจะเป็นท่าทางการเคลื่อนไหวอย่างอิสระก็ได้
                                   การเคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะเพลงลาวแพนน้อย
          เนื้อร้อง ฐะปะนีย์ นาครทรรพ                                                               ทำนอง ของเดิม
                              สายดิ่งลองทิ้งน้ำไป                                            รู้ได้ดังใจไม่ลึกเหลือหยั่ง
                 สายดิ่งลองทิ้งน้ำไป                                                         รู้ได้ทันใดว่าลึกเท่าลึก
                 หัวใจมนุษย์สุดลึก                                                             น้ำใจหยั่งลึกสุดหยั่ง
                 ลึกยิ่งลึกเกินจะหยั่งได้                                                      ล้ำลึกเพียงใดมิรู้ใจกัน
                 อยากจะรู้ให้รู้เทียมทัน                                                      ทั้งเธอและฉันต้องมั่นไมตรี
                 อยากจะรู้ก็รู้ทันที                                                              ผูกพันไมตรีต้องรู้ใจกัน 

ที่มาและได้รับอนุญาตจาก :
เอกรินทร์ สีมหาศาล และคณะ. ศิลปะ ป.4. พิมพ์ครั้งที่ 3.  กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์.

ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง