การก่อกองไฟและการปรุงอาหารอย่างง่าย

การรู้จักตนเอง: การก่อกองไฟและการปรุงอาหารอย่างง่าย

การก่อกองไฟ
ลูกเสือจะต้องก่อกองไฟให้เหมาะสมกับการใช้งาน
1. กองไฟแบบกระโจมอินเดีย     ให้ความร้อนมาก  แสงสว่างดี  เหมาะสำหรับการประกอบอาหาร
2. กองไฟแบบเชิงตะกอน   ให้ความร้อนมาก  แสงสว่างดี  เหมาะสำหรับการประกอบอาหาร
3. กองไฟแบบผสม     เหมาะสำหรับเล่นรอบกองไฟ
4. กองไฟแบบไฟดาว    ให้ความสว่างและความอบอุ่น

หลักการก่อกองไฟ

วิธีเลือกสถานที่
เป็นบริเวณที่โล่ง  และแห้ง ห่างจากต้นไม้  และบ้านคนเก็บกวาดหญ้าแห้งรอบๆออกเพื่อป้องกันการลุกลามของไฟ
วิธีเตรียมเชื้อเพลิง
เลือกกิ่งไม้เล็กๆแห้งๆเพราะจะติดไฟได้ง่าย  กิ่งไม้ขนาดใหญ่ต้องผ่าออกเป็นซีกๆก่อน   กิ่งไม้ที่เปียกชื้นต้องแดดให้แห้งแล้วนำมาผ่าให้เป็นซีกๆ
วิธีก่อกองไฟ
1. นำเชื้อเพลิงมากองสุมเป็นรูปกระโจม
2. จุดไฟแหย่เข้าไปตรงช่องกระโจม
3. เมื่อไฟติดดีแล้วจึงใส่กิ่งไม้ที่ใหญ่ขึ้น

การปรุงเครื่องดื่มร้อน
เครื่องดื่อมร้อนมี 2 ประเภทคือ
ประเภทสำเร็จรูปชงพร้อมดื่ม    เช่น โกโก้ร้อน    นมร้อน
ประเภทต้องปรุงหรือต้มก่อนดื่ม  เช่น  น้ำมะตูม   น้ำขิง 

วิธีปรุงเครื่องดื่มสำเร็จรูป 

การชงโกโก้ร้อน
1. ใส่น้ำร้อนลงในแก้ว  ประมาณ  3ใน4 ส่วน
2. ใส่ผงโกโก้  1ซอง  แล้วคนให้ผงโกโก้ละลาย
3. ชิมรส  ถ้ายังไม่หวานพอ  สามารถ เติมนมข้นหวาน หรือน้ำตาลได้ตามชอบ

การชงนมร้อน
1. ใส่น้ำร้อนลงในแก้ว ประมาณ  3ใน4 ส่วน
2. ใส่นมผง  1 ซอง  แล้วคนให้เข้ากันให้ผงนมละลาย  และยกดื่มได้
3. เครื่องดื่มร้อนควรจะดื่มให้หมดในคราวเดียว และไม่ควรเติมน้ำตาลเพิ่มอีก


วิธีปรุงเครื่องดื่มที่ต้องต้มก่อน

การต้มน้ำมะตูม

1. ล้างแผ่นมะตูมตากแห้งให้สะอาด 3-4 แผ่น เตรียมไว้
2. ต้มน้ำให้เดือด  แล้วจึงใส่แผ่นมะตูมลงไปต้ม  จนมีกลิ่นหอม
3. ใส่น้ำตาลทรายให้มีรสหวานพอดีแล้วยกลง  ตักดื่มได้

การต้มน้ำขิง
1. ล้างขิงให้สะอาด  ฝานขิงเป็นแผ่นใส่จายเตรียมไว้
2. ต้มน้ำให้เดือด  แล้วใส่ขิงลงไปต้มจนมีกลิ่นหอม
3.ใส่น้ำตาลทรายให้มีรสหวานพอดีแล้วยกลง  ตักดื่มได้


การปรุงอาหารอย่างง่าย

1)  การหุงข้าวแบบเช็ดน้ำ  เป็นวิธีที่ชาวบ้านทั่วไปนิยมทำกัน มีวิธีหุง  ดังนี้
1. ตวงข้าวใส่หม้อ  และซาวน้ำสะอาด 1ครั้ง  เพื่อล้างสิ่งสกปรกจากนั้นรินน้ำ
2. ใส่น้ำให้ท่วมข้าว   ประมาณครึ่งต่อครึ่ง
3. ยกหม้อข้าวขึ้นตั้งบนเตา  พอน้ำเดือดค่อยๆเปิดฝาหม้อออกแล้วใช้ทัพพีคนเพื่อไม่ให้ข้าวติดก้นหม้อ
4.เมื่อข้าวเริ่มสุกได้ที่แล้ว (สังเกตจากข้าวที่ไตมีสีขาวเล็กน้อย) ก็ยกลง
5. ปิดแล้วใช้ไม้ขัดหม้อให้แน่น เอียงหม้อรินน้ำข้าวทิ้งจนแห้ง
6.ยกหม้อข้าวขึ้น  ดงคือเอาหม้อข้าวที่รินแล้วมาตั้งไฟอ่อนเพื่อให้ระอุ จนข้าวสุก  แล้วจึงค่อยยกออก

2) การรหุงข้าวแแบบไม่เช็ดน้ำ   เป็นการหุ้งข้าวโดยไม่รินน้ำทิ้ง  ทำให้แร่ธาตุและวิตามินข้าวไม่ถูกทำลายไป  มีวิธีหุงดังนี้
1. ตวงข้าวใส่หม้อ  แล้วซาวข้าวด้วยน้ำสะอาด 1 ครั้งเพื่อล้างสิ่งสกปรกจากนั้นรินน้ำทิ้ง
2. ตวงน้ำสะอาดใส่หม้อ  อัตราส่วนข้าวหนึ่งส่วน ต่อน้ำหนึ่งส่วน
3.ยกหม้อข้าวขึ้นตั้งบนเตาไฟ  ปิดฝาสนิท  ตั้งทิ้งไว้ห้าถึงแปดนาที  เปิดฝาหม้อแล้วใช้ทัพพีคนเพื่อป้องกันข้าวไหม้
4.เมื่อข้าวเริ่มเดือด  เปิดฝาหม้อ  แล้วใช้ทัพพีคน  พอน้ำงวดลงบ้างก็ตักไฟออกเล็กน้อย  รอข้าวระอุประมาณ  15-20  นาที  จึงคอยยกลง

3)การนึ่งข้าว
1.ซาวข้าวด้วยน้ำสะอาด  1  ครั้ง  แล้วเอาใส่ชามอลูมิเนียม
2. ใส่น้ำท่วมข้าว  อัตราส่วน  ข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ2 ส่วน
3. นำภาชนะที่ใส่ข้าวใส่ไปตั้งในกระทะหรือหม้อที่มีหม้อน้ำพอประมาณ แล้วใช่ฝาครอบไว้
4. ยกขึ้นตั้งบนเตาไฟ  ทิ้งไว้ราว  30นาที  ข้าวก็จะสุก

4)การหลามข้าว 
เป็นการทำข้างให้สุกโดยการแผ่รังสีความร้อน  มีวิธีทำดังนี้
1. ตัดไม้ไผ่สดเป็นปล้องๆทะลุปล้องด้านหนึ่งเพื่อใช้บรรจุข้าว
2. ซาวข้าวด้วยน้ำสะอาด  1 ครั้ง  แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ 3  ชั่วโมง
3.กรอกข้าวสารลงไปในกระบอกไม้ไผ่ ( 2 ใน  3ส่วนของกระบอกไม้ไผ่)  เติมน้ำท่วมข้าวประมาณครึ่งนิ้ว  แล้วเอาใบตองแห้งห่อหรือกาบมะพร้าวอุดปากกระบอกไว้และให้พอมีช่องว่างตรงปากกระบอกไว้พอสมควร  เพื่อให้น้ำเดือดได้
4.ทำเตาแนวขนานโดยใช้ท่อนไม้  ต้นกล้วย  เป็นแนวขาหยั่งสำหรับพิงกระบอกข้าว
5. ก่อไฟ  หมั่นพลิกกระบอกข้าวให้ได้รับความร้อนโดยทั่วถึงทุกกระบอกทุกด้าน  เมื่อข้าวสุกแล้วก็ปอกผิวกระบอกไม้ไผ่ที่ไหม้เกรียมออก  เพื่อสะดวกแก่การรับประทาน


วิธีปรุงอาหารคาว

ต้มยำปลากระป๋อง
เครื่องปรุง
1. ปลากระป๋อง     2.ตะไคร้     3. ใบมะกรูด     4. พริกขี้หนู      5. มะนาว      6.ใบกะเพรา     7.น้ำปลา     8.น้ำตาลทราย
วิธีทำ
1.  ต้มน้ำให้เดือดฉีกใบมะกรูด  แล้วทุบตะไคร้ ใส่ลงไป
2. ใส่ปลากระป๋อง  และเห็ดฟางลงไป  รอเดือดสักครู่
3. ปรุงรสตามชอบ   โดยใส่น้ำปลา  มะนาว  พริกขี้หนูที่หั่นทุบพอแตก
4. โรยใบกะเพราลงไป  ปิดฝาหม้อให้สนิท  แล้วยกลง

ยำไข่เค็ม
เครื่องปรุง
1.ไข่เค็ม      2. หอมแดง    3.พริกขี้หนู   4.มะนาว   5.น้ำตาลทราย   6.น้ำปลา    7.ผักกาดหอม
วิธีทำ
1.ใช้มีดผ่าไข่เค็มออก  2  ซีกแล้วใช้ช้อนคว้านไข่ออกจากเปลือก  ใส่ภาชนะ
2. ซอยหอมแดงและพริกขี้หนูใส่ลงไป
3.ปรุงรสตามชอบ โดยใส่น้ำปลา  น้ำตาลทราย  มะนาว  ใช้ทัพพีคลุกให้เข้ากันระวังอย่าคลุกแรงจนไข่เละ จะทำให้ไม่น่ากิน


การปรุงของหวาน

วุ้นแมงลัก
เครื่องปรุง
1. เมล็ดแมงลัก   2. น้ำหวานสีแดง   3. ผงวุ้น   4.น้ำตาลทราย
วิธีทำ
1. ใส่น้ำประมาณครึ่งหม้อ  ตั้งไฟต้มน้ำให้เดือด
2. ใส่น้ำตาลทรายกะพอให้หวาน ใช้ทัพพีคนให้น้ำตาลละลาย
3. ผสมน้ำหวานสีแดงลงไปในหม้อ  แล้วใส่ผงวุ้นลงไป  จากนั้นคนให้ผงวุ้นเข้ากันละลายทั่วกัน  โดยใช้ไฟปานกลาง
4. ใส่เม็ดแมงลักลงไป  คนให้เข้ากัน  แล้วจึงยกออกจากเตา
5.ตักใส่แม่พิมพ์  หรือถ้วยรูปร่างขนาดเล็กต่างๆทิ้งไว้ให้เย็น  จัดใส่จาน


ที่มาและได้รับอนุญาตจาก :
มูลนิธิคณะลูกเสือแห่งชาติ.  ลูกเสือ - เนตรนารี ป.5.  พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพฯ :  อักษรเจริญทัศน์.