สรุปแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฉบับที่ 4 พ.ศ.2520- 2524

เน้นการกระจายรายได้ลดความแตกต่างระหว่างเมืองและชนบทเหมือนเดิม การพัฒนาชนบทจะเป็นไปในรูปแบบการพัฒนาสาขาต่างๆ เฉพาะสาขาและดำเนินโครงการตามแผนพัฒนาฯ ฉบับก่อนๆ นับเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดการวางแผนจากล่างขึ้นบน

แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฉบับที่ 5 พ.ศ.2525- 2529

เน้นแนวคิดการพัฒนาชนบทแนวใหม่ คือแผนพัฒนาชนบทในพื้นที่ยากจน โดยกำหนดพื้นที่เป้าหมายที่ยากจนหนาแน่น 3 ภาค ได้แก่ อีสาน 17 จังหวัด เหนือ 16 จังหวัด และ ใต้ 5 จังหวัด เน้นการทำงานร่วมกันของข้าราชการโดยเฉพาะ 4 กระทรวงหลัก ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย เกษตรและสหกรณ์ ศึกษาธิการ และสาธารณสุข

แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฉบับที่ 6 พ.ศ.2530-2534

ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาความยากจนในชนบทและการปรับปรุงคุณภาพชีวิตทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม กระจายความเจริญให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งประเทศ เน้นหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนในรูปองค์กรประชาชน และภาคเอกชนในการพัฒนาชนบท(NGO)เพิ่มมากขึ้น

แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติฉบับที่ 7 พ.ศ.2535-2539

การพัฒนาชนบท เพื่อปรับปรุงระบบการบริหารการพัฒนาชนบท โดยการกระจายอำนาจการบริหารงานและการตัดสินใจจากส่วนกลางไปสู่ท้องถิ่นมากขึ้น แก้ปัญหาความยากจนในชนบท โดยพัฒนาครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ยกระดับคุณภาพชีวิต พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อรองรับการปรับโครงสร้างการผลิตในชนบท

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 พ.ศ. 2540-2544

สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

                    1.   เน้นให้คนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา แต่ใช่เศรษฐกิจเป็นเครื่องมือช่วยพัฒนาคนเท่านั้น

                    2.   เปลี่ยนวิธีการพัฒนาจากการทำงานแบบแยกส่วนมาเป็นแบบองค์รวม มีกระบวนการพัฒนาที่เชื่อมโยงกัน

                    3. เน้นการปรับเปลี่ยนวิธีคิดและกระบวนการทำงานใหม่ จึงให้ความสำคัญกับการกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมาย

                    4.  จัดสวัสดิการประเภทต่างๆให้แก่กลุ่มผู้ด่อยโอกาส และเพิ่มโอกาสการพัฒนาให้เต็มสักยภาพ พร้อมทั้งกระจายรายได้สู่ภูมิภาคและชนบท

                    5. พัฒนาประชารัฐและการบริหารเพื่อการแปลงแผนสู่การปฎิบัติ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทรรศน์ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย

                    6. เสริมสร้างสมรรถนะทางเศรษฐกิจ สร้างความแข็งแกร่งและเสถียรภาพเพื่อการพัฒนาแบบยั่งยื่น เอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาคนและความสุมดุลของทรัพยากร

วิกฤตการณ์เศรษฐกิจและการเงินเกิดขึ้นในปีแรกของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 8 เกิดจากปัญหาโครงสร้างที่สะสมมานานและไม่ได้รับการแก้ใขอย่างจริงจังตลอดตนความไม่พร้อมต่างๆ ทำให้ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมสังคมแบบใหม่ได้ จึงได้มีการปรับแผนเศรษฐกิจให้เข้ากับสถานการณ์ แต่ยังเน้นคนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาอยู่เหมือนเดิมไว้ 4 ประการคือ

  1. การปรับกรอบเศรษฐกิจ
  2. การลดผลกระทบจากเศรษฐกิจต่อการพัฒนาคนและสังคม
  3. การปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจการปรับระบบการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาประเทศ

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่9  (พ.ศ. 2545– 2549)

เน้นความสำคัญของคุณภาพคน ซึ่งกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพคนและการคุ้มครองทางสังคม โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนไทยให้มีคุณภาพ มีการรับผิดชอบต่อสังคมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงการพัฒนาการบริหารจัดการหลักประกันทางสังคมที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพ  และสถาบัน หรือองค์กรต่างๆ มีส่วนร่วมในการพัฒนาพลังทางปัญญา ศีลธรรมและวัฒนธรรมไทย โดยมีเป้าหมายในการดำเนินงานดังนี้

-เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพและมีภูมิคุ้มกัน

-เพื่อวางรากฐานการพัฒนาประเทศให้เข้มแข็งขึ้น ยั่งยืนและสามารถพึ่งตนเองได้

-เพื่อเกิดการบริหารจัดการที่ดีในสังคมไทยทุกระดับ

-เพื่อแก้ปัญหาความยากจนและเพิ่มศักยภาพและโอกาสของคนไทยในการเพิ่งพาตนเอง

ฉบับที่ 10 พ.ศ.2550-2554

                แผนพัฒนาฯฉบับที่ 10  ได้อัญเชิญปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวปฏิบัติ โดยยึดทางสายกลาง และให้ทันต่อยุคโลกาภิวัฒน์ ยึดกระบวนการพัฒนาแบบบูรณาการเป็นองค์รวมที่มีคนเป็นศูนย์กลาง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอีก 5 ปีข้างหน้า  โดยมีการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดังนี้

-พัฒนาคนและชุมชนให้มีคุณภาพพร้อมคุณธรรมและรอบรู้อย่างเท่าทัน

-เสริมสร้างเศรษฐกิจให้มีคุณภาพ เพื่อรักษาเสถียรภาพอย่างมั่นคงและเป็นธรรม

-ดำรงความหลากหลายทางชีวภาพและสร้างความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพสิ่งแววดล้อม

 -พัฒนาระบบบริหารจัดการประเทศให้เกิดธรรมาภิบาลภายใต้ระบอบประชาธิปไตยที่มีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุข

-ลดการใช้พลังงาน ธรรมชาติ พัฒนาพลังงานทดแทนให้มีประสิทธิภาพ

ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง