สำนวน
สำนวน หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวสืบต่อกันมาช้านานแล้วมีความหมายไม่ตรงตามตัว หรือมีความหมายอื่นแฝงอยู่
ตัวอย่าง สำนวนต่างๆ
เข็นครกขึ้นภูเขา หมายถึง ทำงานที่ยากเกินความสามารถของตน
คางคกขึ้นวอ หมายถึง คนที่ฐานะต่ำต้อย พอได้ดีแล้วทำอวดดี
สำนวน มีลักษณะ ดังนี้
๑. มีการซ้ำคำ หรือใช้คำที่มีสัมผัสคล้องจองระหว่างกัน
ขับไล่ไสส่ง มีสัมผัสสระไอ ระหว่างคำว่า ไล่-ไส
หามรุ่งหามค่ำ มีการซ้ำคำ คือ คำว่า หาม
๒. มีการเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งว่าเหมือนอีกสิ่งหนึ่ง เพื่อให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น เช่น
แก้มแดงเป็นลูกตำลึงสุก เป็นการกล่าวเปรียบเทียบสีของแก้มกับสีของลูกตำลึงสุก
เงียบเหมือนเป่าสาก เป็นการกล่าวเปรียบเทียบถึงลักษณะความเงียบว่า เงียบมาก ไม่มีเสียงอะไร
๓. มีลักษณะเป็นคำคมหรือคำกล่าวที่ให้เเง่คิดต่างๆ เช่น
มีวิชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับเเสน (สุนทรภู่)
ไม่มีใครแก่เกินเรียน
สุภาษิต
สุภาษิต หมายถึง ข้อความหรือถ้อยคำสั้นๆ กะทัดรัด มักมีความหมายไปในทางเเนะนำ สั่งสอน มีคติสอนใจ ให้ความจริงเกี่ยวกับความคิด และแนวปฏิบัติซึ่งสามารถพิสูจน์และเชื่อถือได้
สุภาษิต แบ่งออกเป็น ๒ ลักษณะใหญ่ๆ ดังนี้
๑. สุภาษิตของนักปราชญ์ต่างๆ รวมถึงพุทธศาสนสุภาษิต เช่น
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
ความกตัญญูกตเวที เป็นเครื่องหมายของคนดี
ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ
๒. สุภาษิตชาวบ้าน เป็นสุภาษิตที่ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กล่าว เช่น
นอนสูงให้นอนคว่ำ นอนต่ำให้นอนหงาย
ยิ่งหยุดยิ่งไกล ยิ่งไปยิ่งแค่ ( แค่ ภาษาถิ่นใต้ หมายถึง ใกล้ )
ผู้ที่โกรธเป็นคนโง่ แต่ผู้ที่ไม่โกรธเป็นคนฉลาด
คำพังเพย
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำที่มีความหมายลึกซึ้งกว่าสำนวน โดยจะมีลักษณะติชม หรือเเสดงความเห็นอยู่ในตัว แต่ไม่ถึงกับเป็นคำสอน
คำพังเพย มีลักษณะคล้ายสุภาษิต แต่ไม่ได้เป็นคติสอนใจ เพียงเเต่เป็นคำกล่าวที่มีลักษณะติชม และเเสดงความคิดเห็นอยู่ในตัว โดยมากจะมีความหมายซ่อนอยู่ ดังนั้นการใช้คำพังเพยจะต้องตีความหมายให้เข้ากับสถานการณ์
ตัวอย่าง คำพังเพย
แกะดำ หมายถึง คนที่ทำตัวแตกต่างไปจากผู้อื่น
จับปลาสองมือ หมายถึง ทำงานสองอย่างพร้อมกันในเวลาเดียวกัน ผลที่ได้ย่อมไม่ดี
เอามือซุกหีบ หมายถึง หาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวโดยใช่เหตุ
ที่มาและได้รับอนุญาตจาก :
เอกรินทร์ สี่มหาศาล และคณะ. ภาษาไทย ป.๕. พิมพ์ครั้งที่ ๓. กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัศน์.
























