วัฒนธรรมที่นำไปสู่ความเข้าใจผิดต่อกัน

วัฒนธรรมที่นำไปสู่ความเข้าใจผิดต่อกัน
     วัฒนธรรมที่อาจเป็นปัจจัยที่นำไปสู่ความเข้าใจผิดต่อกัน  ระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน  สรุปได้ดังนี้

     1.  วัฒนธรรมที่เกี่ยวกับวิถีปฏิบัติ  ซึ่งแต่ละชาติจะมีวิธีการปฏิบัติที่มีแบบแผนเฉพาะของชาติตน  โดยวิถีปฏิบัติปฏิบัติดังกล่าวอาจมีพื้นฐานมาจากความเชื่อและสิทธิทางศาสนาที่นับถือ  ถ้ามีพื้นฐานความเชื่อและศาสนาต่างกัน  ก็จะทำให้เกิดวิถีปฏิบัติที่แตกต่างกัน  และอาจนำมาซึ่งความขัดแย้งความเข้าใจผิดต่อกันได้  เช่น  ประเทศอินเดียมีความขัดแย้งระหว่างศาสนาฮินดูกับอิสลาม  สหภาพพม่ามีความขัดแย้ง  ความเข้าใจผิดต่อกันได้  เช่น  ประเทศอินเดียมีความขัดแย้งระหว่างศาสนาฮินดูกับอิสลาม  สหภาพพม่ามีความขัดแย้งระหว่างชาวพม่าที่นับถือพระพุทธศาสนากับพวกยะไข่ที่นับถือศาสนาอิสลาม  เป็นต้น

     2.  วัฒนธรรมเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณี  หมายถึง  จารีตประเพณีที่วางระเบียบแบบแผนไว้  ดังนั้นขนบธรรมเนียมประเพณีจึงเป็นการกระทำที่สมาชิกในแต่ละสังคมนิยมนับถือ  และประพฤติปฏิบัติสืบต่อกันมาก  ถ้าสมาชิกคนใดไม่ปฏิบัติอาจถูกตำหนิติเตียนจากสังคมนิยมนับถือ  และปฏิบัติสืบต่อกันมา  ถ้าสมาชิกคนใดไม่ประพฤติปฏิบัติสืบต่อกันมา  ถ้าสมาชิกคนใดไม่ประพฤติปฏิบัติอาจถูกตำหนิติเตียนจากสังคม  หรือถ้าสมาชิกในสังคมมีจารีตประเพณีย่อยของแต่ละกลุ่มแตกต่างกันและแต่ละกลุ่มถือว่าตนเป็นผู้เจริญกว่ากลุ่มอื่นก็ย่อมนำมาซึ่งความขัดแย้ง  เช่น  พวกชวาในประเทศอินโดนีเซีย  พวกเบงกาลีในประเทศอินเดีย  เป็นต้น

     3.  วัฒนธรรมเกี่ยวกับการปลุกกระแสชาตินิยม  ศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของชาติ  หากวัฒนธรรมเหล่านี้ถูกลบหลู่  ดูถูก  เหยียดหยาม  อาจจะนำมาซึ่งความขัดแย้ง  ความไม่พอใจ  เช่น  กรณีที่ผู้สร้างภาพยนตร์ของไทยได้สร้างภาพยนตร์เรื่องหมากเตะโลกตะลึง  จากเรื่องราววิถีชีวิตของเพื่อนบ้านออกมาในแนวขบขันจนทำให้เพื่อนบ้านไม่ว่าจะเป็นกัมพูชา  ลาว  รู้สึกว่าถูกเหยียดหยาม  จนอาจนำมาซึ่งความเข้าใจผิดต่อกัน  สร้างความไม่พอใจให้กับคนในประเทศนั้นได้

     4.  วัฒนธรรมเกี่ยวกับทัศนคติ  ความเชื่อ  ได้ถูกปลูกฝังหล่อหลอมและสืบทอดกันมาเป็นเวลานาน  เช่น  ชาวกัมพูชาได้รับรู้เรื่องราวในตำนานหรือนิทานพื้นบ้านที่สะท้อนประสบการณ์อันขมขื่นของกัมพูชากับไทยมาตั้งแต่วันเด็ก  สิ่งเหล่านี้ย่อมสร้างความหวาดระแวง  ความไม่ไว้ใจ  หรือแม้กระทั่งความไม่เป็นมิตรต่อกันได้

     5.  วัฒนธรรมเกี่ยวกับภาษา  แม้ว่าเป็นสิ่งที่สามารถสื่อสารให้มนุษย์มีความเข้าใจที่ดีต่อกัน  แต่บางครั้งก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความขัดแย้งและเข้าใจผิดต่อกันได้  โดยเฉพาะภาษาในรูปของอวัจนภาษา  คือ  ภาษาที่ไม่ใช้ถ้อยคำ  แต่เป็นพฤติกรรมที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา  แต่ละสังคมจะมีความหมายเฉพาะที่สังคมของตนกำหนดขึ้น  เนื่องจากอวัจนภาษาไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว  เป็นลักษณะธรรมชาติ  ทำให้แต่ละสังคมอาจมีอวัจนภาษาที่คล้ายคลึงกัน  บางส่วนอาจจัดเป็นอวัจนภาษาสากลของคนหมู่มากที่สามารถสื่อสารเข้าใจกันได้  เช่น  การโบกมือ  การโอบกอด  การชี้นิ้ว  เป็นต้น  อวัจนภาษาที่เป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละสังคมอาจมีส่วนทำให้เกิดการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกันและอาจนำมาซึ่งความขัดแย้งจนนำไปสู่ความเข้าใจผิดต่อกันได้

     6.  วัฒนธรรมทางวัตถุหรือวัตถุธรรม  เป็นเรื่องราวของความสุขกาย  ความสะดวกสบายในการครองชีพ  วัฒนธรรมประเภทนี้จะหมายรวมตั้งแต่สิ่งจำเป็นเบื้องต้นในการดำรงชีวิต  ได้แก่  อาหาร  ที่อยู่อาศัย  ยารักษาโรค  รวมทั้งสิ่งอื่น ๆ ได้แก่  เครื่องมือที่ใช้ในการดำรงชีวิต  สิ่งอำนวยความสะดวก  กิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์  (หัตถกรรมพื้นบ้าน  ภูมิปัญญาต่าง ๆ)  รวมถึงเครื่องมือป้องกันตนเอง  เช่น  อาวุธต่าง ๆ วัฒนธรรมทางวัตถุนี้  ถ้าสมาชิกในสังคมในสังคมได้รับ  หรือแสวงหามาอย่างถูกต้อง  และพอเพียงแก่การดำรงชีวิตก็จะทำให้สังคมมีความสุข  ไม่แก่งแย่งแข่งขันกัน  แต่มนุษย์ส่วนใหญ่ไม่มีความพอเพียง  มีความต้องการอยากได้อยากมีอย่างมาก  จนเกิดปัญหาการแย่งชิง  เกิดความขัดแย้งกัน  โดยเฉพาะบางประเทศที่มีการสร้างสมเครื่องมือป้องกันตนเองไว้มาก  เช่น  อาวุธที่ร้ายแรงต่าง ๆ ก็อาจจะทำให้ประเทศเพื่อนบ้านต่าง ๆ หวาดกลัว  ไม่ไว้วางใจจนนำมาซึ่งความเข้าใจผิดต่อกันได้
          กล่าวโดยสรุปได้ว่า  วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่มีคุณค่าในสังคม  เป็นสิ่งที่ทำให้สังคมมีการพัฒนา  เจริญงอกงาม  และเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างสัมพันธ์ที่ดี  หรืออาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดต่อกันได้  ดังนั้นการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติสุข  สมาชิกในสังคมจึงควรยึดถือปฏิบัติตามวัฒนธรรมในสังคมที่ตนอยู่อาศัย  และขณะเดียวกันต้องทำความเข้าใจวัฒนธรรมในสังคมเพื่อนบ้าน  เพื่อการปฏิบัติต่อกันอย่างถูกต้อง  เพื่อความเข้าใจที่ดีต่อกันและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
         

 

ที่มาและได้รับอนุญาตจาก :
ไพศาล ภู่ไพบูลย์ อังคณา ตติรัตน์ และปนัดดา มีสมบัติงาม. หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม ม.1. พิมพ์ครั้งที่ 1.  กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์.

 

ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง
#Trending now
AdGang59 ,Adgang60 ,ข่าวครู ,สื่อการสอน ,แผนการสอน ,เทคนิคการสอน ,สอบครู ,ข่าวครู ,admissions 59 ,admissions 60 ,ad59 ,ad60 ,admissions ,สอบตรง 59 ,รับตรง 59 ,สอบตรง 60 ,รับตรง 60 ,ข้อสอบรับตรง ,อาเซียน ,AEC ,ข่าวกิจกรรม ,ข่าวทุน ,ข่าวเด่น ,เรียนต่อ ,ทุน ,ทุนเรียนต่อ ,ทุนการศึกษา ,clearing house ,เคลียร์ริ่งเฮ้าส์ ,ค้นหาตัวเอง ,ปฎิทินสอบ ,ONET ,GAT ,PAT ,ติว ,ติว GAT ,ติว PAT ,GAT เชื่อมโยง ,โครงงานวิทยาศาสตร์ ,โครงงาน ,เรียนต่อต่างประเทศ ,ข้อสอบ ,คลังข้อสอบ ,ข่าว admissions ,แอดมิชชั่น ,สาระน่ารู้ ,โควตา ,แนะแนว ,สามเณร ,ธรรมะ ,ว.วชิรเมธี ,ธรรม ,ท่องเที่ยว ,คลิปเด็ด ,รวมคลิปเด็ด ,คลิปเด็ดแปลไทย ,ติวเข้ม ,สอบเข้า ,สอบสัมภาษณ์ ,สอบเข้า ม.1 ,สอบเข้า ม.4 ,สอบเข้าเตรียมอุดมฯ ,สอบเข้าสาธิต ,สอบเข้ามหิดล ,ทดลองวิทย์ ,ฮอร์โมน ,Hormone ,จักรยาน ,CU TEP ,TU GET ,สามเณรปลูกปัญญาธรรม ,truelittlemonk ,ของเล่นวิทยาศาสตร์ ,เพลงชาติไทย ,วิศวะ จุฬา ,บัญชี จุฬา ,สอบทุน ,Smart Exams ,TOEIC ,TOEFL ,สูตรลัดคณิตศาสตร์ ,วิสาขบูชา ,หน้าหนาว ,เชียงใหม่ ,เชียงราย ,เงินเดือนครู ,ครูผู้ช่วย ,สมัครสอบครู ,ข้อสอบ o-net ป.6 
กลับด้านบน