อำนาจอธิปไตย

อำนาจอธิปไตย
    
ประเทศไทยมีการปกครองแบบประชาธิปไตย  อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  หมายความว่า  อำนาจอธิปไตย  หรือ  อำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศมาจากปวงชนชาวไทย  อันมีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข  ทรงใช้อำนาจอธิปไตยผ่านทางรัฐสภา  คณะรัฐมนตรีและศาลตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ  โดยอำนาจขององค์กรทั้ง 3 ฝ่าย  จะต้องเป็นไปอย่างเท่าเทียมกัน  และอยู่ในลักษณะการถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกัน
     จากที่กล่าวมาข้างต้นสมาชิกในสังคมจึงจำเป็นต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับอำนาจอธิปไตย  เพราะจะช่วยให้เข้าใจลักษณะการเมืองการปกครองมากยิ่งขึ้น

การแบ่งอำนาจอธิปไตย
     ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตย  อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  โดยพระมหากษัตริย์มิได้ทรงใช้อำนาจในการปกครองประเทศเหมือนในอดีต  แต่พระองค์จะทรงใช้อำนาจอธิปไตย  หรืออำนาจในการปกครองประเทศตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ  คือ  พระองค์ทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติเพื่อออกกฎหมายบังคับใช้แก่ประชาชนผ่านทางรัฐสภา  และทรงใช้อำนาจบริหารในการปกครองประเทศผ่านทางคณะรัฐมนตรี  โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะรัฐมนตรี  รวมทั้งทรงใช้อำนาจตุลาการอันเป็นอำนาจในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีต่าง ๆ ผ่านทางศาล

     อำนาจอธิปไตยสามารถแบ่งออกเป็นอำนาจย่อย 3 อำนาจ  ดังนี้
     1.  อำนาจนิติบัญญัติ  เป็นอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา  ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550  ได้กำหนดให้รัฐสภาประกอบด้วย  สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา  โดยรัฐสภาเป็นตัวแทนของประชาชนชาวไทย  กล่าวคือ  ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาต่างฝ่ายต่างมาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั้งสิ้น  แต่อาจจะด้วยวิธีการและจำนวนที่แตกต่างกันออกไป  โดยหลักการใหญ่ ๆ รัฐสภามีหน้าที่พิจารณาออกกฎหมายบังคับให้แก่ประชาชนตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญกำหนด  กฎหมายที่จะออกมาจากรัฐสภาต้องผ่านความเห็นชอบทั้งจากสภาผู้แทนราษฎรและจากวุฒิสภา  จึงจะนำขึ้นทูลเกล้า ฯ  ให้พระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย  ดังนั้น  อำนาจหน้าที่ของรัฐสภาของไทยในระบอบประชาธิปไตย  อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขจึงมีอำนาจหน้าที่โดยทั่วไป  ดังนี้
          1.  อำนาจหน้าที่ในการออกกฎหมาย  เพื่อใช้เป็นแนวทางและเครื่องมือในการบริหารประเทศ  ได้แก่  การเสนอร่างพระราชบัญญัติ  การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติและกฎหมายอื่น ๆ การแก้ไขเพิ่มเติม  การยกเลิกกฎหมาย  เป็นต้น  โดยจะทำหน้าที่ร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา  ตามขั้นตอนที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้  สำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  จะมีอำนาจหน้าที่พิจารณาร่างกฎหมาย  และเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา  แต่สมาชิกวุฒิสภาไม่มีอำนาจเสนอร่างกฎหมายมีเพียงอำนาจพิจารณาร่างกฎหมายเท่านั้น
               โดยทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาล้วนเป็นผู้แทนของประชาชนชาวไทยที่เลือกเข้ามาทำหน้าที่ในรัฐสภา  เพื่อให้ใช้อำนาจนิติบัญญัติแทนประชาชนทั่วประเทศ  ดังนั้นการใช้อำนาจนิติบัญญัติที่ได้กล่าวมาข้างต้น  จึงต้องคำนึงถึงประโยชน์โดยรวมของประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยเป็นหลัก
          2.  เสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรี  โดยบุคคลนั้นจะต้องเป็นบุคคลที่ได้รับเสียงข้างมากเห็นสมควรให้เป็นนายกรัฐมนตรีจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร  ซึ่งบุคคลนั้นก็จะต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยเช่นกัน  โดยอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรีเป็นของสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น
          3.  ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลตามที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา  รวมทั้งตรวจสอบติดตามผลการปฏิบัติงานของรัฐบาล
               นอกจากนั้น  ในส่วนของวุฒิสภาอันมีสมาชิกวุฒิสภาเป็นสมาชิก  นอกจากจะมีหน้าที่ในการกลั่นกรองกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว  วุฒิสภายังมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบ  เพื่อแต่งตั้งและถอดถอนบุคคลหรือองค์กรอิสระตามที่รัฐธรรมบัญญัติไว้อีกด้วย  เช่น  ถอดถอนนายกรัฐมนตรี  นักการเมือง  เป็นต้น
          4.  ให้ความเห็นชอบในกิจกรรมสำคัญของประเทศตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด  เช่น  การตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์  การสืบราชสมบัติ  การให้ความเห็นในการประกาศสงคราม  เป็นต้น

     2.  อำนาจบริหาร  ใช้ผ่านทางคณะรัฐมนตรี  ซึ่งเป็นคณะบุคคลที่มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารประเทศ  โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย  พ.ศ. 2550  ได้กำหนดไว้เป็นการเฉพาะว่า  "นายกรัฐมนตรีจะต้องมาจากบุคคลที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้นเท่านั้น"  ส่วนรัฐมนตรีไม่มีข้อห้ามจึงสามารถแต่งตั้งจากบุคคลใดก็ได้
          อำนาจหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี  ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550  บัญญัติไว้  คือ
          1.  กำหนดนโยบายในการบริหารราชการแผ่นดิน
          2.  รักษากฎหมายและความสงบเรียบร้อย  เพื่อให้ประชาชนดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข
          3.  ควบคุมข้าราชการประจำให้นำนโยบายไปปฏิบัติให้บังเกิดผล
          4.  ประสานงานกับกระทรวงต่าง ๆ ให้มีความสอดคล้องไปในทางเดียวกัน
          5.  ออกมติต่าง ๆ เพื่อให้กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ถือปฏิบัติ  คณะรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน  ประกอบด้วย  นายกรัฐมนตรี 1 คน  และคณะรัฐมนตรีอีกไม่เกิน 35 คน

     3.  อำนาจตุลาการ  เป็นอำนาจของศาลทุกประเภท  ที่ได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550  ซึ่งศาลทุกประเภทมีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีความต่าง ๆ ตามอำนาจของศาลนั้น ๆ เพื่อให้ความยุติธรรมแก่ประชาชนภายใต้พระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์  และเพื่ออำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนในชาติ  เช่น  ศาลปกครอง  ศาลอาญา  เป็นต้น  ด้วยเหตุนี้  อำนาจตุลาการต้องเป็นอิสระ  ปราศจากการแทรกแซง

การถ่วงดุลอำนาจ
     ในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  การแบ่งแยกอำนาจมิได้หมายความว่า  องค์กรผู้ใช้อำนาจทั้งสาม  คือ  ฝ่ายนิติบัญญัติ  ฝ่ายบริหาร  และฝ่ายตุลาการจะต้องมีอำนาจเท่าเทียมกัน  โดยอำนาจใดอำนาจหนึ่งอาจอยู่เหนืออีกอำนาจหนึ่งได้และอีกฝ่ายหนึ่งก็มีขั้นตอนในการลดอำนาจของอีกฝ่ายตามที่รัฐธรรมนูญได้ให้ไว้  อาจกล่าวได้ว่า  การถ่วงดุลอำนาจมักเป็นเรื่องของอำนาจนิติบัญญัติกับอำนาจบริหาร  โดยในที่นี้จะขอยกตัวอย่าง  การถ่วงดุลอำนาจระหว่างอำนาจนิติบัญญัติกับอำนาจบริหาร  ดังนี้

     1.  กรณีฝ่ายนิติบัญญัติมีอำนาจเหนือฝ่ายบริหาร
          ฝ่ายนิติบัญญัติมีอำนาจเหนือฝ่ายบริหาร  หมายถึง  อำนาจที่สภาผู้แทนราษฏรเปิดประชุมเพื่ออภิปรายลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล  เมื่อรัฐบาลบริหารประเทศเกิดความผิดพลาดเสียหาย  หรือมีการทุจริตคอร์รัปชั่น  ซึ่งเมื่อมีการลงมติภายหลังการอภิปราย  หากรัฐบาลได้รับเสียงสนับสนุนหรือไว้วางใจน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขณะนั้น  ก็จะมีผลให้รัฐบาลต้องลาออก  เพื่อให้มีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่  โดยผลของการเปิดอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล  อาจจะเป็นการไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียวก็มีผลถึงคณะรัฐมนตรีร่วมคณะทุกคน  ต้องพ้นความเป็นรัฐมนตรี  แต่หากเป็นการเปิดอภิปรายเฉพาะรัฐมนตรีบางคน  รัฐมนตรีคนที่ได้รับเสียงไม่ไว้วางใจเกินกึ่งหนึ่งก็จะพ้นจากการเป็นรัฐมนตรีเฉพาะราย  ส่วนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคนอื่น ๆ ที่ไม่ถูกอภิปรายก็ยังคงอยู่ปฏิบัติหน้าที่ได้ต่อไป

          คณะรัฐมนตรีมีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินประกอบด้วย  นายกรัฐมนตรีหนึ่งคนและรัฐมนตรีอีกไม่เกิน 35 คน  ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งขึ้น
          โดยนายกรัฐมนตรี  ต้องแต่งตั้งมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
          คุณสมบัติของคณะรัฐมนตรีที่สำคัญ  เช่น  มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด  มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์  สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า
          โดยลักษณะต้องห้ามของรัฐมนตรี  เช่น  ไม่เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไปโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปี  โดยเป็นความผิดอันเกิดจากการกระทำโดยประมาท  ไม่เป็นสมาชิกวุฒิสภา  เป็นต้น

     2.  กรณีฝ่ายบริหารมีอำนาจสูงสุดเหนือฝ่ายนิติบัญญํติ
          กรณีฝ่ายบริหารมีอำนาจเหนือฝ่ายนิติบัญญัติ  หมายถึง  การใช้อำนาจของคณะรัฐมนตรีอันมีนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าคณะรัฐมนตรี  มีอำนาจที่จะยุบสภาผู้แทนราษฎร  เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่  อันมีผลให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดต้องพ้นสภาพ  ซึ่งมักจะเกิดจากสภาผู้แทนราษฎรเกิดความวุ่นวาย  หรือเกิดวิกฤติจนไม่สามารถควบคุมได้  หรือร่างกฎหมายสำคัญของรัฐบาลไม่ได้รับความเห็นชอบ  เช่น  พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี  เป็นต้น
          จึงเห็นได้ว่า  ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารต่างมีอำนาจที่จะถ่วงดุลซึ่งกันและกันให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น
          ส่วนฝ่ายตุลาการเป็นอำนาจที่เป็นอิสระเฉพาะ  เนื่องจากการพิจารณาคดีความต่าง ๆ ย่อมต้องเป็นกลางและเป็นไปตามตัวบทกฎหมาย  ภายใต้พระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์  จึงอาจกล่าวได้ว่าฝ่ายตุลาการเป็นฝ่ายที่มิได้มีการถ่วงดุลหรือคานอำนาจกับฝ่ายใด
          กล่าวโดยสรุปได้ว่า  อำนาจอธิปไตยแบ่งออกเป็น 3 ฝ่าย  คือ  ฝ่ายนิติบัญญัติ  ฝ่ายบริหาร  และฝ่ายตุลาการ  อำนาจทั้งสามฝ่ายจะมีการถ่วงดุลกันอยู่  เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น  มีประสิทธิภาพมิให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้อำนาจจนเกินขอบเขต

          อำนาจอธิปไตยทั้งสามฝ่าย  คือ  นิติบัญญัติ  บริหาร  ตุลาการ  มีการถ่วงดุลอำนาจกันไม่ให้อำนาจใดมีอำนาจมากเกินไปหรืออ่อนแอ  เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น

 

 

ที่มาและได้รับอนุญาตจาก :
ไพศาล ภู่ไพบูลย์ อังคณา ตติรัตน์ และปนัดดา มีสมบัติงาม. หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดำเนินชีวิตในสังคม ม.1. พิมพ์ครั้งที่ 1.  กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์.

 

ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง
#Trending now
AdGang59 ,Adgang60 ,ข่าวครู ,สื่อการสอน ,แผนการสอน ,เทคนิคการสอน ,สอบครู ,ข่าวครู ,admissions 59 ,admissions 60 ,ad59 ,ad60 ,admissions ,สอบตรง 59 ,รับตรง 59 ,สอบตรง 60 ,รับตรง 60 ,ข้อสอบรับตรง ,อาเซียน ,AEC ,ข่าวกิจกรรม ,ข่าวทุน ,ข่าวเด่น ,เรียนต่อ ,ทุน ,ทุนเรียนต่อ ,ทุนการศึกษา ,clearing house ,เคลียร์ริ่งเฮ้าส์ ,ค้นหาตัวเอง ,ปฎิทินสอบ ,ONET ,GAT ,PAT ,ติว ,ติว GAT ,ติว PAT ,GAT เชื่อมโยง ,โครงงานวิทยาศาสตร์ ,โครงงาน ,เรียนต่อต่างประเทศ ,ข้อสอบ ,คลังข้อสอบ ,ข่าว admissions ,แอดมิชชั่น ,สาระน่ารู้ ,โควตา ,แนะแนว ,สามเณร ,ธรรมะ ,ว.วชิรเมธี ,ธรรม ,ท่องเที่ยว ,คลิปเด็ด ,รวมคลิปเด็ด ,คลิปเด็ดแปลไทย ,ติวเข้ม ,สอบเข้า ,สอบสัมภาษณ์ ,สอบเข้า ม.1 ,สอบเข้า ม.4 ,สอบเข้าเตรียมอุดมฯ ,สอบเข้าสาธิต ,สอบเข้ามหิดล ,ทดลองวิทย์ ,ฮอร์โมน ,Hormone ,จักรยาน ,CU TEP ,TU GET ,สามเณรปลูกปัญญาธรรม ,truelittlemonk ,ของเล่นวิทยาศาสตร์ ,เพลงชาติไทย ,วิศวะ จุฬา ,บัญชี จุฬา ,สอบทุน ,Smart Exams ,TOEIC ,TOEFL ,สูตรลัดคณิตศาสตร์ ,วิสาขบูชา ,หน้าหนาว ,เชียงใหม่ ,เชียงราย ,เงินเดือนครู ,ครูผู้ช่วย ,สมัครสอบครู ,ข้อสอบ o-net ป.6 
กลับด้านบน