พุทธศาสนสุภาษิต
หลักธรรมทางพระพุทธศาสนาประกอบด้วยพุทธศาสนสุภาษิตสอนใจมากมาย ดังนั้นในฐานะที่นักเรียนเป็นพุทธศาสนิกชนจึงควรศึกษาพระพุทธศาสนสุภาษิต เพื่อจะได้เข้าใจหลักธรรมและเนื้อหาของพระพุทธศาสนาได้ง่ายยิ่งขึ้นและจะได้เลือกสรรพุทธศาสนสุภาษิตมาเป็นแง่คิดเตือนใจในการดำเนินชีวิต
๑) ความหมายของพุทธศาสนสุภาษิต
พุทธศาสนสุภาษิต เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าซึ่งกล่าวไว้ในรูปของข้อความขนาดสั้นแต่มีเนื้อหาและสาระอันลึกซึ้ง สามารถนำไปเป็นข้อคิดในการดำเนินชีวิตได้เป็นอย่างดี
๒)พุทธศาสนสุภาษิตที่ควรรู้
ยํ เว เสวติ ตาทิโส : คบคนเช่นใดย่อมเป็นเช่นนั้น
มนุษย์ย่อมอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม จึงมีการคบค้าสมาคม ซึ่งหมายถึง การอยู่ร่วมกันกินร่วมกัน ทำงานร่วมกัน และเที่ยวหรือเล่นร่วมกัน เป็นต้น
ดังนั้นพระพุทธศาสนาจึงมีคำสอนเรื่องการระมัดระวังในการอยู่ร่วมกันหรือการคบคน เช่น การคบเพื่อน เพราะถือว่าอิทธิพลของเพื่อนจะส่งผลและหล่อหลอมให้เรามีพฤติกรรมต่างๆ เช่น การติดยาเสพติด มักจะได้ยินอยู่เสมอว่าเป็นเพราะเสพตามเพื่อน การคบคนจึงได้เปรียบกับการนำใบไม้ไปห่อปลาเน่า ใบไม้ย่อมมีกลิ่นเหม็นเพราะปลาไปด้วย เช่นเดียวกับการคบคน เมื่อเราคบคนที่เป็นอย่างไร เราอาจเป็นเช่นเดียวกับคนที่เราคบด้วยได้
อตฺตนา โจทยตฺตานํ : จงเตือนตนด้วยตนเอง
มนุษย์โดยทั่วไปย่อมมีเวลาที่จะตกอยู่ในความประมาท หลงผิด เข้าใจผิด และพลั้งเผลอไปบ้างเป็นธรรมดา หรือบางครั้งอาจถลำตัวลงสู่หายนะหรือความชั่วได้ แต่ทั้งนี้บางคนอาจโชคดีที่มีผู้ปรารถนาดีคอยตักเตือน ชี้แนะแนวทางที่ถูกที่ควร เช่น บิดามารดา ครูอาจารย์ ญาติ หรือเพื่อน เป็นต้น อย่างไรก็ตามย่อมไม่มีใครจะสามารถอยู่ใก้ชิดและตักเตือนเราได้ตลอดเวลาในขณะที่ความประมาท ความลุ่มหลงมัวเมา หรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา
พระพุทธศาสนาจึงมีการสอนให้พุทธศาสนิกชนรู้จักฝึกฝนตนเอง หัดสำรวมและพิจารณาพฤติกรรมของตนเองด้วยใจเป็นกลาง ปราศจากอคติหรือความเอนเอียง อันอาจจะเห็นความบกพร่องและพฤติกรรมที่ควรปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น
แม้การฝึกเตือนตนเองจะเป็นการกระทำที่ยาก แต่ก็ต้องฝึกทำให้ได้ดีที่สุด โดยเริ่มเตือนตนเองจากเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น เมื่อใช้จ่ายเงินต้องหยุดคิดเสมอว่า กำลังใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายหรือไม่ เกินกำลังฐานะหรือรายได้ของตนหรือไม่ บุคคลที่เตือนตนเองได้ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แม้ภายหลังจะประสบปัญหาหรือเหตุการณ์สำคัญ ย่อมจะเตือนตนเองได้เสมอ
นิสมฺม กรณํ เสยฺโย : การใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำดีกว่า
มนุษย์มักถูกมองว่าเป็นสัตว์ที่ประเสริฐกว่าสัตว์อื่นใดในโลก เนื่องด้วยมนุษย์มีความสามารถในการคิด การใช้สติปัญญา แม้ว่าในความเป็นจริง การตัดสินใจกระทำการอันใดของมนุษย์ก็มิได้เกิดขึ้นด้วยปัญญาเสมอไป เพราะยังมีปัจจัยอื่นอันได้แก่ ความโลภ ความโกรธ และความหลง เป็นต้นเหตุที่ทำให้มนุษย์พลาดพลั้งและตกอยู่ในความประมาทได้เสมอ
ดังนั้นการกระทำใดๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่ผ่านการใคร่คราญและคิดทบทวนให้รอบคอบย่อมไม่ประสบผลดีเท่าที่ควร และบางครั้งอาจเกิดผลร้ายอย่างที่คาดไม่ถึง เช่น เมื่อเพื่อนชักชวนให้เสพยาเสพติด โดยบอกว่าจะได้รับความสุข ถ้าเราขาดสติและความยั้งคิดย่อมเชื่อตามเพื่อนหลงเสพยา จนกลายเป็นคนติดยา และเสียอนาคตได้
ด้วยเหตุนี้พระพุทธศาสนาจึงมีคำสอนให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท โดยการใช้สถิติพิจารณาให้รอบคอบเสียก่อนและค่อยตัดสินใจและลงมือกระทำ
ทุราวาสา ฆรา ทุกฺขา : เหย้าเรือนที่ปกครองไม่ดีนำทุกข์มาให้
ครอบครัวเป็นสถาบันที่สำคัญยิ่งของสังคมมนุษย์ ปัญหาทางสังคมที่เกิดขึ้นหลายปัญหามักถูกมองว่ามีสาเหตุมาจากครอบครัว เนื่องจากหากครอบครัวใดมีสมาชิกที่มีแต่ความเห็นแก่ตัว ไม่มีน้ำใจ ไม่มีความรักและความปรารถนาดีต่อกัน ไม่ให้เกียรติ แก่งแย่งชิงดีและทะเลาะเบาะแว้งกันย่อมทำให้ครอบครัวนั้นวุ่นวาย อยู่ร่วมกันได้อย่างไร้ความสุขซึ่งอาจส่งผลกระทบต่างๆ จนกลายเป็นปัญหาภายในครอบครัว และพัฒนาไปเป็นปัญหาระดับชาติได้
ดังนั้นพุทธศาสนสุภาษิตบทนี้จึงมีความมุ่งหมายในการสอนเพื่อเตือนใจผู้ครองเรือนหรือสมาชิกทุกคนในครอบครัวให้ระมัดระวังการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ซึ่งมีความจำเป็นที่สมาชิกแต่ละคนจะต้องเข้าใจในระเบียบปฏิบัติของครอบครัว และอยู่ร่วมกันด้วยความรัก ความเข้าใจ ความมีน้ำใจ มีความเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน ซึ่งจะทำให้สมาชิกในครอบครัวอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข มีความสามัคคีปรองดอง มีสุขภาพจิตดี มีเวลาคิดและทำเรื่องที่จะเป็นประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น
ที่มาและได้รับอนุญาตจาก :
สุริวัตร จันทร์โสภา. พระพุทธศาสนา ม.1. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์.




























