แนวทางการพัฒนาสังคม

              ประเทศไทยได้มีการกำหนดทิศทางในการพัฒนาประเทศที่ชัดเจนไว้ในแผนพัฒนาเศษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งเริ่มตั้งแต่  พุทธศักราช  2504 ในระยะแรกแผนพัฒนาจะเน้นเรื่องเศษฐกิจมากกว่าสังคม และได้มีจุดเปลี่ยนขึ้นในแผนพัฒนาฯ ฉบับที่  8 
(พ.ศ. 2540-2544)  ที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนมากขึ้น  "โดยมุ่งเน้นให้คนเป็นศูนย์กลางการพัฒนา" 
และใช้เศษฐกิจเป็นตัวช่วยพัฒนาให้คนในสังคม มีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น   จนมาถึงฉบับที่  9 ( พ.ศ. 2545-2549 )  ก็ใช้แผนพัฒนาเป็นไปในทางเดียวกันกับฉบับที่ 8  โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่สมดุล ทั้งสองด้าน  ทั้งด้านคน  สังคม  เศษฐกิจและสิ่งแวดล้อม  เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และได้อัญเชิญหลักปรัญญาเศษฐกิจพอเพียง  ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำทางในการพัฒนา  ซึ่งกลไกการพัฒนาประเทศในแผนพัฒนาฯฉบับนี้  ได้ผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจเพราะทำให้ความยากจนของประเทศลดลง
             ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับสภาพปัญหาทางสังคมที่เกิดค่านิยมที่ได้รับผลกระทบ  มาจากการเลื่อนไหลของวัฒนธรรมต่างชาติเข้าสู่ประเทศ  ทั้งด้านสื่อสารมวลชน และเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยขาดการคัดกรองและเลือกรับ ทำให้คุณธรรม  จริยธรรมลดลง  โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนเนื่องจากวิถีชีวิตและสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป  จากปัญหาที่กล่าวมาจึงนำไปสู่ยุทธศาสตร์ การพัฒนาสังคมในแผนพัฒนาเศษฐกิจและสังคมฉบับที่ 10  มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาสังคม ให้อยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันโดยมีแนวทางพัฒนา  ดังนี้
1.  การพัฒนาคนให้มีคุณธรรมความรู้เกิดภูมิคุ้มกัน  โดยพัฒนาจิตใจไปพร้อมกับการเรียนรู้ ของคนทุกกลุ่ม ทุกวัย ตลอดชีวิต
2.  เสริมสร้างสุขภาวะคนไทยให้มีสุขภาพที่แข็งแรงทั้งกาย   ใจ  และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่
3.  เสริมสร้างคนไทยให้อยู่ร่วมกันในสังคมที่สันติสุข  มุ่งสร้างความสัมพันธ์ที่ดี  ของคนไทยบนพื้นฐานของความมีเหตุผล
4.  สร้างความเข้มแข็งของชุมชนและสังคมให้มีรากฐานที่มั่นคงของประเทศ และให้ความสำคัญกับการบริหารชุมชนเข้มแข็ง  สร้างความมั่นคงทางเศษฐกิจชุมชน โดยทำแผนแม่บทชุมชนแบบมีส่วนร่วม
5.  เสริมสร้างธรรมาภิบาลในการบริหารประเทศ  มุ่งสร้างความเป็นธรรมในสังคมให้ยั่งยืน  โดยพัฒนาวัฒนธรรมประชาธิปไตยให้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิตในสังคม  มนุษย์มีความจำเป็นที่ต้องอยู่ร่วมกันเป็นสังคมเพื่อตอบสนองความต้องการในด้านต่างๆซึ่งมนุษย์มาอยู่รวมกันเป็นสังคม จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการจัดระเบียบทางสังคม  เพื่อให้การอยู่ร่วมกันเป็นไปอย่างสงบสุขโดยสมาชิกในสังคมได้รับการขัดเกลาทางสังคมและปลูกฝังให้เข้าใจ ต่อกระบวนการเปลี่ยนแปลงของสังคมจากองค์กรทางสังคม

ที่มาและได้รับอนุญาตจาก:
ผศ.วิชัย ภู่โยธิน และคณะ.หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตในสังคม ม.4-ม.6 .พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพ : อักษรเจริญทัศน์
 

ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง