การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศไทย

การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศไทย
 ภายหลังการสังคายนาพระธรรมวินัยครั้งที่  ๓  พระเจ้าอโศกมหาราชได้ทรงจัดส่งพระโสณะและพระอุตตระ  เข้ามาเผยแผ่พระพุทธศาสนายังดินแดนสุวรรณภูมิ  ทำให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองขึ้นในดินแดนนี้นับแต่นั้นเป็นต้นมา

 ๑)  ยุคเถรวาทแบบพระเจ้าอโศกมหาราช
          สันนิษฐานว่าพระโสณะและพระอุตตระได้เดินทางมายังสุวรรณภูมิในช่วงก่อน  พ.ศ.  ๕๐๐  ดังมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์สมัยทวารวดีที่ขุดพบบริเวณภาคกลางของไทย  เช่น สถูป  ธรรจักรศิลากับกวางหมอบ  ที่เป็นศิลปกรรมอินเดีย  สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช

 ๒)  ยุคมหายาน
          ประมาณ  พ.ศ.  ๑๓๐๐  สมัยอาณาจักรศรีวิชัยเรืองอำนาจกษัตริย์ศรีวิชัยได้ทรงอุปถุมภ์การเผยแพร่พระพุทธศาสนานิกายมหายานให้แพร่หลายไปทั่วคาบสมุทรภาคใต้  ดังมีหลักฐาน  เช่น  พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรสำริด  เจดีย์พระบรมธาตุไชยา  จังหวัดสุราษฎร์ธานี
          ต่อมาประมาณ  พ.ศ.  ๑๕๕๐  สมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่  ๒  แห่งอาณาจักรขอมเรืองอำนาจ  ได้ทรงแผ่ขยายอิทธิพลทางการเมืองและพุทธศาสนานิกายมหายานมายังเมือละโว้  ซึ่งนับถือพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทและศาสนาพราหมณ์-ฮินดูอยู่ก่อนแล้ว  ส่งผลให้การนับถือศาสนาในเมืองละโว้  มีการผสานกันระหว่างพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท  นิกายมหายาน  และศาสนาพราหมณ์-ฮินดู  ดังมีหลักฐานสำคัญ  เช่น  พระปรางค์สามยอด  จังหวัดลพบุรี  เป็นต้น

 ๓)  ยุคเถรวาทแบบพุกาม
          ประมาณ  พ.ศ.  ๑๖๐๐  สมัยพระเจ้าอนุรุทมหาราชแห่งอาณาจักรพุกาม  ซึ่งนับถือพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท  ได้ทรงแผ่อิทธิพลเข้ามายังล้านนาส่งผลให้พระพุทธศาสนานิกายเถรวาทแบบพุกาม  ได้เจริญรุ่งเรืองขึ้นทางตอนเหนือของไทย  หลักฐานสำคัญ  ได้แก่  เจดีย์ที่วัดเชียงมั่น  จังหวัดเชียงใหม่

 ๔)  ยุคเถรวาทแบบลังกาวงศ์
          ใน  พ.ศ.  ๑๖๙๖  พระเจ้าปรากรมพาหุมหาราชา  กษัตริย์แห่งรังกา  ได้ทรงบำรุงพระพุทธศาสนา  โดยรวมพระสงฆ์เป็นนิกายเดียวกัน  และโปรดเกล้าฯ  ให้มีการสังคายนาพระธรรมวินัยครั้งที่  ๗  ขึ้น  ทำให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมาก  มีพระสงฆ์จากดินแดนสุวรรณภูมิเดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนาที่ลังกา  แล้วนำกลับมาเผยแผ่ในดินแดนของตนเป็นจำนวนไม่น้อย

 สำหรับการนับถือพระพุทธศาสนาของคนไทย  พระพุทธศาสนานิกายเถรวาทแบบลังกาวงศ์  เป็นต้นแบบที่คนไทยได้ยอมรับนับถือกันมาเป็นเวลาหลายสมัย  สรุปได้  ดังนี้
 ๑)  สมัยสุโขทัย  ในช่วง  พ.ศ.  ๑๘๒๐  พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงทราบกิตติศัพท์การประพฤติเคร่งครัดพระธรรมวินัยของพระสงฆ์ในเมืองนครศรีธรรมราช  ที่นับถือพุทธศาสนานิกายเถรวาทแบบลังกาวงศ์  จึงโปรดเกล้าฯ  ให้นิมนต์พระสังฆราชจากเมืองนครศรีธรรมราชขึ้นมาเผยแผ่พระพุทธศาสนายังผลให้พระพุทธศาสนานิกายเถรวาทแบบลังกาวงศ์เป็นที่นับถือกันอย่างแพร่หลายในเมืองสุโขทัย

 ๒)  สมัยล้านนา  พ.ศ. ๑๙๑๓  พระเจ้ากือนา  ได้ทรงส่งฑูลมาอาราธนาพระสมุนเถระจากเมืองสุโขทัย  ในรัชสมัยพระมหาธรรมราชาลิไทย  ขึ้นไปเผยแผ่พระพุทธศาสนายังล้านนา  พระพุทธศาสนานิกายเถรวาทแบบลังกาวงศ์จึงได้ประดิษฐานตั่งมั่นที่ล้านนาตั้งแต่นั้นมา  ดังมีหลักฐาน  เช่น  เจดีย์ที่วัดสวนดอก  พระธาตุดอยสุเทพ  และมีวรรณคดีพระพุทธศาสนา  เช่น  มังคลัตถทีปนี  จักรวาฬทีปนี  ชินกาลมาลีปกรณ์  เป็นต้น

 ๓)  สมัยอยุธยา  ชาวอยุธยานับถือพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทมาแต่เดิม  เพราะมีเขตแดนติดกับสุโขทัย  ทำให้พระพุทธศาสนาเผยแผ่ถึงกัน  พระสงฆ์อยุธยายังได้เดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนาที่ลังกา  จน  พ.ศ. ๒๒๙๖  พระพุทธศาสนาในลังกาถึงจุดเสื่อม  พระเจ้ากิตติศิริราชสิงห์  กษัตริย์ลังกาจึงส่งพระราชสาส์นมายังพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ  เพื่อทูลขอพระสงฆ์อยุธยาไปบวชให้ชาวสิงหล  ซึ่งได้ทรงส่งพระอุบาลีและพระอริยมุนีเป็นหัวหน้าคณะสงฆ์  ๑๕  รูป  เดินทางไปถวายลังกา  นับจากนั้นพระพุทธศาสนาในลังกาจึงได้เจริญขึ้นเป็นลำดับ  และทำให้เกิดเป็นนิกายอุบาลีวงศ์  หรือสยามวงศ์ตั้งมั่นอยู่ในลังกาจนถึงทุกวันนี้
 หลักฐานทางประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาในสมัยอยุธยาที่สำคัญ เช่น วัดราชบูรณะ  วัดพระศรีสรรเพชญ์  วัดหน้าพระเมรุ  เป็นต้น  และมีวรรณคดีพระพุทธศาสนา  เช่น สมุทรโฆษคำฉันท์  มหาชาติคำหลวง  พระมหาลัยคำหลวง

 ๔)  สมัยธนบุรี  สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ทรงฟื้นฟูพระพุทธศาสนาที่เสื่อมโทรมเพราะภัยสงครามในคราวเสียกรุงศรีอยุธยา  เมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๐  โดยโปรดเกล้าฯ  ให้นิมนต์พระสงฆ์ที่หลบหนีภัยสงครามไปยังที่ต่างๆ  ให้กลับเข้ามาจำพรรษาอยู่ที่วัดเหมือนเดิม  และให้มีการประชุมสงฆ์คัดเลือกสงฆ์ที่มีภูมิธรรมสูงขึ้นเป็นพระสังฆราช  ซึ่งในที่สุดได้มีมติให้พระอาจารย์ดี  วัดประดู่  กรุงศรีอยุธยา  เป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์แรกของธนบุรี
 นอกจากนี้  ยังโปรดเกล้าฯ  ให้ขอยืมพระไตรปิฎกสยามวงศ์ฉบับสมบูรณ์จากทางเหนือและนครศรีธรรมราชมาคัดลอกให้เป็นต้นฉบับหลวงเพื่อรักษาหลักธรรมไว้ให้มั่นคง
 สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชยังทรงปฏิสังขรณ์พระอารามสำคัญและโปรดเกล้าฯ ให้สมโภชวัดพระมหาธาตุ  เมืองนครศรีธรรมราชให้เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาในภาคใต้  ตลอดจนทรงสร้างวัดในกรุงธนบุรี  วัดที่ทรงสร้างมีเพียงวัดเดียว  คือวัดบางยี่เรือเหนือ (วัดราชคฤห์วรวิหาร)  ส่วนวัดที่ทรงปฏิสังขรณ์  คือ วัดบางใหญ่  วัดแจ้ง  วัดบางยี่เรือใต้  และวัดหงส์
 สำหรับพระพุทธรูปสำคัญที่ได้มาในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  คือ  พระแก้วกับพระบาง  จากลานช้าง ใน พ.ศ.๒๓๒๓  และพระองค์ยังถวายเงินกัลปนา  ซื้อทองคำเครื่องประดับพระแก้วเป็นเงิน  ๑๐๐ ชั่ง  แล้วอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดแจ้ง

 ๕)  สมัยรัตนโกสินทร์  

 

รัชสมัย 

 

 เหตุการณ์ทางด้านพระพุทธศาสนาที่สำคัญ

 

ตัวอย่างผลงานสำคัญในรัชสมัย 

 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช  ทรงสร้างวัดพระศรีรัตนศาสดาราม  และทรงปฏิสังขรณ์วัดสุทัศนเทพวราราม โปรดเกล้าฯ ให้สังคายนาครั้งที่ ๙ มีการแต่งและแปลคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา เช่น ไตรภูมิโลกวินิจฉยกถา  รัตนพิมพวงศ์  สังคีติยวงศ์  มหาวงศ์  เป็นต้น  วัดพระเชตุพนวิมลมังคลา  ราม
 พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  ทรงฟื้นฟูประเพณีวิสาขบูชา  ทรงส่งพระสงฆ์ไปสืบพระพุทธศาสนายังลังกา ทรงสร้างพระวิหารหลวงวัดสุทัศน์ฯ ทรงสลักบานประตูไม้  ประดับพระวิหารพระศรีศากยมุนีที่ทรงให้หล่อพอกพระเศียรและต่อนิ้วพระหัตถ์ซึ่งเดิมสั้นยาวไม่เท่ากัน  ให้ยาวเสมอกัน  วัดอรุณราชวราราม
 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  โปรดเกล้าฯ  ให้ราชบัณฑิตแต่งและจารึกสรรพวิทยาและทรงให้สร้างพระนอนยาว  ๔๙ เมตร ไว้ที่วัดพระเชตุพนฯ  มีการแต่งวรรณคดีพระพุทธศาสนา  เช่น ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก  ปฐมสมโพธิกถา  วัดราชโอรสาราม
 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอย่หัว  เมื่อยังทรงเป็นเจ้ามงกุฎ  ทรงผนวชเป็นภิกษุ  ทรงมีพระฉายานามว่า "วชิรญาโณ"  ทรงเลื่อมใสในวัตรปฏิบัติของพระรามัญวงศ์  จึงทรงอุปสมบทใหม่ภายหลังมีผู้บวชตามมาก  จึงทรงตั้งเป็นนิกายใหม่เรียกว่า  ธรรมยุติกนิกาย  วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม
 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงวางรูปแบบการศึกษาคณะสงฆ์ใหม่เป็นแผนกนักธรรมและแผนกบาลี  ทรงสถาปนาสถาบันการศึกษาสงฆ์ขั้นสูง  คือ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม
 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงพระราชนิพนธ์วรรณคดีพระพุทธศาสนา  เช่น พระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร  มงคลสูตรคำฉันท์  จดหมายเหตุเรื่องพระภิกษุดูฟุตบอล  พระร่วงโรจนฤทธิ์
 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงผนวชและทรงจำพรรษาที่วัดบวรนิเวศวิหาร  โดยทรงมีพระฉายานามว่า  "ปชาธิโป"  โปรดเกล้าฯ ให้จัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ  พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ
 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล  มีการแปลพระไตรปิฎกเป็นสำนวนธรรมดาและสำนวนเทศนา  เรียกว่า พระไตรปิฎกเทศนาฉบับหลวง  พระไตรปิฎกเทศนาฉบับหลวง
 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช  ทรงออกผนวช  โดยมีพระฉายานามว่า "ภูมิพโล"  มีการบัญญัติกฎหมายคณะสงฆ์  พ.ศ.๒๕๐๕  กำหนดให้พระสังฆราชเป็นประมุขฝ่ายพุทธจักร  มีการสร้างวัดไทยขึ้นในต่างประเทศ  วัดพระรามเก้าวัดที่สร้างขึ้นตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง

 

 

 

 

ที่มาและได้รับอนุญาตจาก :
สุริวัตร  จันทร์โสภา. พระพุทธศาสนา ม.1. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์.

ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง
#Trending now
admission 58admissionAd58AdGang58อาเซียนaecเกมเกมส์คิดเลขเกมคณิตศาสตร์วาตภัยภัยธรรมชาติพายุฟิลเลอร์กลูต้ากลูต้าไธโอนกลูต้าผิวขาวผลเสียกลูต้าผลเสียฟิลเลอร์ข่าวข่าวเด่นเรียนต่อทุนทุนเรียนต่อทุนการศึกษาclearing houseเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ค้นหาตัวเองปฎิทินสอบสพฐศธเปิดเทอมunseen Thailand travel amazingประกาศผลONETGAT PATติวติวGATเชื่อมโยงภาษาญี่ปุ่นความถนัดภาษาจีนรายงานเกษตรห้องเรียนกลับทางเกมส์การเรียนรู้โรงเรียนพ่อแม่ข่าวการศึกษาเรียนต่อต่างประเทศข้อสอบคลังข้อสอบข่าวadmissionสอบตรงสอบตรง58แอดมิชชั่นข่าวกิจกรรมสาระน่ารู้รับตรงรับตรง58โควตาวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์สังคมภาษาไทยแนะแนวกลอนสามเณร ถ่ายทอดธรรมะว วชิระเมธีดูย้อนหลังไฮไลท์liveธรรมบรรพชาวันพระวันโกนฝนฤดูฝนสุขภาพหน้าฝนเข้าพรรษาตักบาตรฮา ๆ น่ารัก ท่องเที่ยวคลิปเด็ดคลิปรวมคลิปเด็ดeco tripเที่ยวต่างประเทศติวเข้มสอบเข้าสัมภาษณ์สอบเข้า ม.1สอบเข้า เตรียมสอบเข้าสาธิตสอบเข้ามหิดลสอบเข้าสวนกุหลาบทดลองวิทย์โทษข่มขืนประหารชีวิตสืบ นาคะเสถียรปิยะมหาราชเก่งอังกฤษฮอร์โมนcar free dayจักรยานcu tepรับน้องชิงรางวัลrising sunทัวร์ถูกสอบเข้า ม.1อีโบล่าตึกถล่มpage9เพจ 9kaoplookpanyaสามเณรปลูกปัญญาธรรมtruelittlemonk 
กลับด้านบน