ศาสนพิธี

ศาสนพิธี
       ศาสนพิธี  หมายถึง  ระเบียบหรือวิธีปฏิบัติกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา  ซึ่งกิจกรรมแต่ละอย่าง  ย่อมมีแนวทางกำหนดไว้  จนกลายเป็นแบบแผนและประเพณีสืบทอดกันมา
       ศาสนพิธีมีความสำคัญในฐานะที่เป็นหนึ่งในองค์ประกอบหลักของศาสนา  ๕  ประการ ได้แก่ ศาสดา  ศาสนธรรม  ศาสนบุคคล  ศาสนวัตถุสถาน  และเป็นส่วนสำคัญในการน้อมนำพุทธศาสนิกชนให้เกิดความเลื่อมใสและพร้อมใจที่จะปฏิบัติตนตามหลักพิธีกรรม  และยังชักจูงให้อยากเรียนรู้หลักธรรมอันเป็นสาระสำคัญของพระพุทธศาสนา  นอกจากนี้การได้เข้าร่วมศาสนพิธี  ยังมีส่วนทำให้จิตใจสดชื่นและผ่อนคลายความกังวลได้

การจัดโต๊ะหมู่บูชา 
       การจัดโต๊ะหมู่บูชา  คือ  การจัดที่สำหรับบูชาเพื่อแสดงความเคารพพระรัตนตรัย  โดยการจัดสถานที่ให้เหมาะสม  และมีบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการสงบกาย  วาจา  และใจ  เป็นเครื่องเตือนสติให้ทำความดี  ซึ่งโดยทั่วไปแล้วโต๊ะหมู่บูชาจัดทำกันใน  ๒ ลักษณะ  คือ  การจัดที่บูชาในงานศาสนพิธีและการจัดที่บูชาในบ้านหรือสถานที่ทำงาน  และสามารถจัดได้หลายแบบดังนี้
 ๑)  โต๊ะเดี่ยว  ประกอบด้วย  กระถางธูป  ๑  เชิงเทียน  ๒  แจกัน  ๒ 
 ๒)  โต๊ะหมู่  ๕  ประกอบด้วย  กระถางธูป  ๑  เชิงเทียน  ๖  (หรือ  ๘)    แจกัน  ๔  พานดอกไม้  ๕
 ๓)  โต๊ะหมู่  ๗  ประกอบด้วย  กระถางธูป  ๑  เชิงเทียน  ๘  (หรือ  ๑๐)    แจกัน  ๔  พานดอกไม้  ๕
 ๔)  โต๊ะหมู่  ๙  ประกอบด้วย  กระถางธูป  ๑  เชิงเทียน  ๑๐  (หรือ  ๑๒)    แจกัน  ๖  พานดอกไม้  ๗

การอาราธนา
       คำว่า  อาราธนา  แปลว่า  เชื้อเชิญ  เป็นศัพท์ที่ใช้กับพระสงฆ์  หมายถึง  การเชื้อเชิญพระสงฆ์ในการประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา  ได้แก่  อาราธนาศีล  อาราธนาธรรม  และอาราธนาพระปริตร  เป็นต้น
การอาราธนาศีล
       การอาราธนาศีล  หมายถึง  การเชื้อเชิญพระสงฆ์ให้ท่านบอกถึงศีล  ใช้เมื่อพุทธศาสนิกชนประสงค์สมาทาน  (รับ)  ศีล  โดยกล่าวคำอาราธนาศีล  ดังนี้
 คำอาราธนาศีล
มะยัง  ภันเต  วิสุง  วิสุง  รักขะณัตถายะ  ติสะระเณนะ  สะหะ  ปัญจะ  สีลานิ  ยาจามะ
ทุติยัมปิ  มะยัง  ภันเต  วิสุง  วิสุง  รักขะณัตถายะ  ติสะระเณนะ  สะหะ  ปัญจะ  สีลานิ  ยาจามะ
ตะติยัมปิ  มะยัง  ภันเต  วิสุง  วิสุง  รักขะณัตถายะ  ติสะระเณนะ  สะหะ  ปัญจะ  สีลานิ  ยาจามะ
 ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ  ข้าพเจ้าทั้งหลาย  ขอศีล  ๕  ประการ  พร้อมด้วยไตรสรณคมน์  เพื่อประโยชน์แก่การศึกษาเป็นภาคๆไป
 แม้ครั้งที่  ๒  ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ  ข้าพเจ้าทั้งหลาย  ขอศีล  ๕  ประการ  พร้อมด้วยไตรสรณคมน์  เพื่อประโยชน์แก่การศึกษาเป็นภาคๆไป 
 แม้ครั้งที่  ๓  ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ  ข้าพเจ้าทั้งหลาย  ขอศีล  ๕  ประการ  พร้อมด้วยไตรสรณคมน์  เพื่อประโยชน์แก่การศึกษาเป็นภาคๆไป

 การอาราธนาธรรม
       การอาราธนาธรรม  หมายถึง  การร้องขอหรือเชื้อเชิญพระสงฆ์ให้แสดงธรรม  เพื่อชี้แนะแนวทางการประพฤติชอบตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา  การอาราธนาธรรมจะกระทำเมื่อพุทธศาสนิกชนประสงฆ์จะฟังธรรม  และกระทำต่อจากการรับศีล  ฉะนั้นเมื่อพระสงฆ์ให้ศีลจบแล้ว  พุทธศาสนิกชนควรพนมมือพร้อมกล่าวคำอาราธนาธรรมดังนี้
 คำอาราธนาธรรม
พรัมหมา  จะ โลกาธิปะตี  สะหัมปะติ   
กัตอัญชะลี  อันธิวะรัง  อะยะ  จะถะ
สันตีธะ  สัตตาปปะระชักขะชาติกา
เทเสตุ  ธัมมัง  อะนุกัมปิมัง  ปะชัง
 ท้าวสหัมบดีพรหมมผู้เป็นอธิบดีของโลก  ได้ประนมหัตถ์นมัสการกราบทูลวิงวอนต่อสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ประเสริฐว่า  สัตว์ทั้งหลายที่มีธุลี  คือ  กิเลสในดวงตาเบาบางยังมีอยู่ในโลกนี้  ขอพระองค์ได้โปรดแสดงธรรมเพื่ออนุเคราะห์แก่หมู่สัตว์นี้ด้วยเถิด

การอาราธนาพระปริตร
       การอาราธนาพระปริตร  หมายถึง  เป็นการเชื้อเชิญพระสงฆ์ให้สวดมนต์ในบทที่ว่าด้วย  พระพุทธานุภาพ  เพื่อป้องกันและขจัดพิบัติภัยต่างๆ  และสร้างความเป็นสิริมงคลให้เกิดกับตนเอง  การอาราธนาพระปริตรทำหลังจากที่พระสงฆ์ให้ศีลจบแล้ว
 คำอาราธนาพระปริตร
 วิปัตติปะฏิพาหายะ  สัพพะสัมปัตติสิทธิยา
สัพพะ  ทุกขะ  วินาสายะ  ปะริตตัง  พรูถะ  มังคะลัง
 วิปัตติปะฏิพาหายะ  สัพพะสัมปัตติสิทธิยา
สัพพะ  ภะยะ  วินาสายะ  ปะริตตัง  พรูถะ  มังคะลัง
 วิปัตติปะฏิพาหายะ  สัพพะสัมปัตติสิทธิยา
สัพพะ  โรคะ  วินาสายะ  ปะริตตัง  พรูถะ  มังคะลัง
 ขอท่านทั้งหลายจงกล่าวพระปริตรอันเป็นมงคล
เพื่อป้องกันวิบัติ  เพื่อให้สำเร็จสมบัติ  เพื่อความพินาศแห่งทุกข์ทั้งปวง
 ขอท่านทั้งหลายจงกล่าวพระปริตรอันเป็นมงคล
เพื่อป้องกันวิบัติ  เพื่อให้สำเร็จสมบัติ  เพื่อความพินาศแห่งภัยทั้งปวง
 ขอท่านทั้งหลายจงกล่าวพระปริตรอันเป็นมงคล
เพื่อป้องกันวิบัติ  เพื่อให้สำเร็จสมบัติ  เพื่อความพินาศแห่งโรคทั้งปวง

 

 

 

ที่มาและได้รับอนุญาตจาก  :
สุริวัตร  จันทร์โสภา.  พระพุทธศาสนา  ม.1.  พิมพ์ครั้งที่ 1.  กรุงเทพฯ  :  อักษรเจริญทัศน์.

ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง