ในการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา ต้องอาศัยทักษะในการเคลื่อนไหวของร่างกายเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่เสมอ เช่น การเดิน การวิ่ง การยก การดึง เป็นต้น
๑ ประเภทของการเคลื่อนไหว
การเคลื่อนไหว สามารถแบ่งออกได้ ดังนี้
แบบอยู่กับที่ เช่น ก้มหน้า ผลัก ดัน
แบบบังคับสิ่งของ เช่น ขว้าง ปา เหวี่ยง
แบบผสมผสาน เช่น วิ่งส่งไม้ ก้าวเท้าเตะบอล ก้าวขาส่งบอล
แบบเคลื่อนที่ เช่น วิ่ง เดิน กระโดด
แบบใช้อุปกรณ์ เช่น กระโดดเชือก ไต่เชือก
๒ หลักการเคลื่อนไหวร่างกาย
หลักของการเคลื่อนไหวร่างกาย มีดังนี้
๑) การรับแรง เป็นการเคลื่อนไหวร่างกายบนพื้นในแบบต่าง ๆ โดยร่างกายจะออกแรงรับน้ำหนักตนเองขณะเคลื่อนไหว เช่น เดิน วิ่ง กระโดด เต้นรำ เป็นต้น
๒) การใช้แรง เป็นการเคลื่อนไหวร่างกายที่กล้ามเนื้อได้ออกแรงเมื่อเคลื่อนไหวในลักษณะต่าง ๆ เช่น ออกแรงกล้ามเนื้อมือในการตบลูกบอล
๓) ความสมดุล เป็ฯการเคลื่อนไหวร่างกายในแบบต่าง ๆ ที่ผู้ปฎิบัติสามาถทรงตัวอยู่ได้ดดยไม่เอียงและไม่ล้ม เช่น การยกกล่อง การทำหกสามเส้า
๓ การเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวัน
ในชีวิตประจำวัน เราปฎิบัติกิจกรรมซึ่งจะต้องอาศัยการเคลื่อนไหวในแบบต่าง ๆ ดังนั้น การเรียนรู้หลักการเคลื่อนไหวแบบต่าง ๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะจะทำให้เคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
๑) การเดินขึ้นบันไดให้เอนตัวไปข้างหน้าและก้าวเท้ายาวๆ ขณะขึ้นทุกขั้น โดยให้เดินลงส้นเท้าเพราะจะใช้แรงและรับแรงน้อยกว่าเดินลงปลายเท้า
๒) การเดินลงบันไดให้เอนตัวไปข้างหลังเล็กน้อย ให้เท้าหน้าเดินลงปลายเท้า แต่เท้าหลังยกส้นเท้าขึ้น และไม่ควรรีบร้อนลงเพราะอาจลื่นตกบันไดได้
๓) การดึงควรเอนตัวไปข้างหลังขาเหยียดตรงหรือย่อเข่าลงเล็กน้อยหรืออาจก้าวเท้าข้างหนึ่งไปข้างหลังเล็กน้อยแล้วใช้มือดึง
๔) การดันก้าวเท้าข้างหนึ่งไปข้างหน้า แล้วย่อเข่าลงเล็กน้อย โน้มตัวไปข้างหน้าเข้าหาสิ่งของที่จะดัน จากนั้นส่งแรงออกไปจากเท้าสู่มือโดยใช้มือดันซึ่งเป็นการบังคับกล้ามเนื้อขาให้ออกแรงมากที่สุด
๕) การยกของให้ยืนก้าวเท้าข้างหนึ่งไปข้างหน้า ห่างจากหลังเท้าพอประมาณ ย่อเข่าหน้าลงตั้งฉากกับลำตัว เข่าข้างหลังงอลงเกือบอยู่ในท่าคุกเข่าแล้วใช้มือทั้งสองข้างยกของขึ้นให้ชิดลำตัวมากที่สุด จากนั้นค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน
ขอขอบคุณเนื้อหาจาก บริษัทอักษรเจริญทัศน์
จากหนังสือ แม่บทมาตรฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๕ พิมพ์ครั้งที่ ๓






















