ในห้องเรียน
อยากรู้ถามทรูปลูกปัญญา
ติดต่อทรูปลูกปัญญา

หลักการฟัง

หลักการฟัง 

การฟัง  คือ  การรับรู้ความหมายจากเสียงที่ได้ยิน  เป็นการรับรู้สารทางหู  ในชีวิตประจำวันของเราเราใช้เวลานการฟังทั้งที่ฟังจากบุคคลโดยตรง    และฟังจากจากสื่ออิเล็คทรอนิคส์ต่างๆ  เพราะข่าวสารความรู้และศิลปะวิทยาการต่องๆ ที่มนุษย์ถ่ายทอดกันตั้งแต่สมัยโบราณจนถึง ปัจจุบันยังใช้วิธีการพูดอธิบายให้ฟังแม้จะมีหนังสือบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแล้วก็ตาม 

หลักการฟังที่ดี    การฟังที่ดีมีหลักสำคัญคือ
1. ฟังให้ตรงตามความมุ่งหมาย  โดยทั่วไปแล้หลักการฟังมีความมุ่งหมายหลัก  3  ประการ
    1.1 ฟังเพื่อความเพลิดเพลิน  ได้แก่  การฟังเรื่องราวที่สนุกสนาน
    1.2 ฟังเพื่อความรู้  ได้แก่ การฟังเรื่องราวทางวิชาการ ข่าวสารและข้อเสนอแนะต่างๆ
    1.3 ฟังเพื่อให้ได้คติชีวิตหรือความจรรโลงใจ  ได้แก่  การฟังที่ก่อให้เกิดสติปัญญาความสุขุมและวิจารณญาณเพื่อเชิดชูจิตใจให้สูงขึ้นประณีตขึ้น
2. ฟังโดยมีความพร้อม ความพร้อมในที่นี้ หมายถึง ความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ และความพร้อมทางสติปัญญา
    ความพร้อมทางร่างกาย  หมายถึง  การมีสุขภาพทางร่างกายเป็นปกติ  ไม่เหนื่อย  ไม่อิดโรย       
    ความพร้อมทางจิตใจ  หมายถึง  การมีพื้นฐานความรู้ความเข้าใจอย่างเพียงพอ
3. ฟังโดยมีสมาธิ  หมายถึง  ฟังด้วยความตั้งใจมั่น  จดจ่ออยู้กับเรื่องที่ฟัง  ไม่ปล่อยจิตใจให้เลื่อนลอยไปที่อื่น
4. ฟังด้วยความกระตือรือร้น   ผู้ที่ฟังด้วยความกระตือรือร้นมักจะเป็นผู้ฟังที่มองเห็นประโยชน์หรือเห็นคุณค่าจึงสนใจเรื่องที่ตนจะฟัง 
5. ฟังโดยไม่อคติ   ผู้ฟังโดยไม่อคติต้องพิจารณาให้ละเอียดถี่ถ้วน  ไม่เป็นโทษแก่ผู้อื่น

การพูด  มีความสำคัญต่อชีวิตมนุษย์เป็นอันมาก  ไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ใด  ประกอบกิจการงานใด  หรือคบหาสมาคมกับผู้ใด  ก็ต้องสื่อสารด้วยการพูดเสมอ  จึงมักพบว่า  ผู้ที่ประสบความสำเร็จในกิจธุระการงาน   การคบหาสมาคมกับผู้อื่น  ตลอดจนการทำประโยชน์แก่สังคมส่วนรวม  ล้วนแต่เป็นคนที่มีประสิทธิภาพในการพูดทั้งสิ้นส่วนหนึ่งของการพูดสามารถสอนและฝึกได้  อาจกล่าวได้ว่า  การพูดเป็น  "ศาสตร์"  มีหลักการ และกฎเกณฑ์เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะ ถึงขั้นเป็นที่พอใจอีกส่วนหนึ่งเป็นความสารถพิเศษหรือศิลปะเฉพาะตัวของผู้พูดแต่ละบุคคล  บางคนมีความสามารถที่จะตรึงผู้ฟังให้นิ่งอยู่กับที่จิตใจจดจ่ออยู่กับการฟังเรื่องที่พูด  ผู้พูดบางคนสามารถพูดให้คนฟังหัวเราะได้ตลอดเวลา  ศิลปะเฉพาะตัวนี้เป็นสิ่งที่ลอกเลียนกันได้ยาก  แต่อาจพัฒนาขึ้นได้ในแต่ละบุคคล  ซึ่งการพูดที่มีประสิทธิภาพเกิดจากการสังเกตวิธีการที่ดีและมีโอกาสฝึกฝน

ประเภทของการพูด   แบ่งได้  2  ประเภท  คือ

1. การพูดระหว่างบุคคล  ได้แก่
        - การทักทายปราศัย  ลักษณะการทักทายปราศัยที่ดีดังนี้
        - หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส  แสดงอาการยินดีที่ได้พบผู้ที่เราทักทาย
        - กล่าวคำปฏิสันถารที่เป็นที่ยอมรับกันในสังคม  เช่น สวัสดีครับ  สวัสดีค่ะ
        - แสดงกิริยาอาการประกอบคำปฏิสันถาร
        - ข้อความที่ใช้ประกอบการทักทายควรเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดความสบายใจ
        - การแนะนำตนเอง  การแนะนำเป็นสิ่งจำเป็นและมีความในการดำเนินชีวิตประจำวัน  บุคคลอาจแนะนำตนเองในหลายโอกาสด้วยกัน การแนะนำตนเองมีหลักปฏิบัติดังนี้คือ  ต้องบอกชื่อ   นามสกุล  บอกรายละเอียดกับตัวเราและบอกวัตถุประสงค์ในการแนะนำตัว 
        - การสนทนา  หมายถึง  การพูดคุยกัน  พูดจาเพื่อนสื่อสารแลกเปลี่ยนความรู้  ความคิด  ความรู้สึก  และประสบการณ์   การรับสารที่ง่ายที่สุด  คือ  การสนทนา
            คุณสมบัติของการสนทนาที่ดี  คือ
                - หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส
                - ใช้ถ้อยคำสำนวนภาษาที่ง่าย  ๆ  สุภาพ  คำพูดและน้ำเสียงน่าฟังเป็นกันเองกับคู่สนทนา                                                     

2. การพูดในกลุ่ม     
    การพูดในกลุ่มเป็นกิจกรรมที่สำคัญในสมัยปัจจุบัน  ทั้งในชีวิตประจำวันและในการศึกษาเป็นเปิดโอกาสให้สมาชิกในกลุ่มได้ซักถาม  แสดงความคิดเห็น  หรือเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วมาเล่าให้ฟังกัน  มีวิธีการดังต่อไปนี้
        - เล่าถึงเนื้อหาและประเด็นประเด็นสำคัญ ๆ  ว่ามีอะไรบ้าง
        - ภาษาที่ใช้ควรเป็นภาษาที่ง่าย
        - น้ำเสียงชัดเจนน่าฟัง  เน้นเสียงในตอนที่สำคัญ   
        - ใช้กิริยาท่าทางประกอบการเล่าเรื่องตามความเหมาะสม
        - ผู้เล่าเรื่อควรจำเรื่องได้เป็นอย่างดี


ที่มา : ATAPY Co.,Ltd.

ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง