โรคหวัด และ ปอดอักเสบ ของกระต่าย

เมื่อกระต่ายเป็นหวัด
เนื่องจากวันนี้มีเพื่อนท่านหนึ่ง มาถามถึงเรื่องของโรคหวัดในกระต่าย วันนี้ จึงมีเนื้อหาเกี่ยวกับ หวัดในกระต่าย มาฝากเพื่อนๆ ค่ะ

เชื้อโรคตัวดี ที่ทำให้น้องต่ายเป็นหวัด
หวัดในกระต่าย จะไม่เหมือนกับในคนค่ะ ตรงที่ หวัดในคนเกิดจาก เชื้อไวรัส แต่ว่า หวัดในกระต่ายนั้น จะเกิดจากเชื้อแบคทีเรียค่ะ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเกิดจากเชื้อที่มีชื่อว่า Pasteurella multocida และบางทีก็จะเกิดได้จากเชื้ออีก 2 ตัว ค่ะ คือ Bordetella และก็ Staphylococcus

สาเหตุที่ทำให้กระต่ายเป็นหวัด

1. เกิดจากไม่ทำความสะอาดที่อยู่ของกระต่ายบ่อยพอ ทำให้เกิดการหมักหมม ของเชื้อโรค
2. เกิดจากที่อยู่มีอากาศถ่ายเทไม่ดีพอ
3. เกิดจากกระต่ายเอง ไม่แข็งแรง ต้านทานโรคได้ไม่ค่อยดี
4. เกิดจากการเลี้ยงดูด้วยอาหารที่ไม่เหมาะสม ทำให้กระต่ายมีสุขภาพไม่แข็งแรงพอ
5. เกิดจากอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงไปมา หรือโดนแดดฝน
6. ความเครียด ส่งผลให้กระต่ายป่วยได้เช่นกัน

อาการของโรคหวัดกระต่าย
กระต่ายจะมีอาการน้ำมูกไหล และ จาม แต่บางทีคนมักจะสับสนกับอาการที่อาจจะเกิดจากฝุ่น หรือ น้ำเข้าจมูก ดังนั้นเมื่อกระต่ายมีอาการจามเหมือนคน หรือมีน้ำมูกไหล วิธีตรวจง่ายๆ ว่าเป็นหวัดหรือไม่ โดย ให้ลองตรวจที่เท้าหน้าของกระต่าย ถ้าหากพบว่า ขนติดกัน หรือ บริเวณนั้นเปียก แล้วล่ะก็ เดาได้เลยค่ะ ว่าเป็นหวัด เพราะว่ากระต่ายจะใช้เท้าหน้าในการถูจมูกน้ำมูกค่ะ ตอนแรกน้ำมูกจะใสก่อน ต่อมาจะขุ่น และหากไม่ได้รับการรักษา อาการจะลุกลามไปกลายเป็น ปอดอักเสบ และเสียชีวิตในที่สุด

ทำอย่างไร เมื่อกระต่ายเป็นหวัด
1.ควรจะรีบแยกกระต่ายที่ป่วยออกจากตัวอื่น โดยเร็วที่สุด อีกอย่างโรคนี้ติดต่อในกระต่ายด้วยกันได้เร็ว และแพร่กระจายไปทั่ว
2. ควรย้ายกระต่ายที่ป่วยไปอยู่ที่กรงใหม่ และ นำกรงเดิมควรจะเอาไปตากแดด เพื่อฆ่าเชื้อโรค
3. ควรทำความสะอาดกระบอกน้ำ และถาดอาหารใหม่หมด
4. ควรปรับสภาพอาหารให้ถูกสุขลักษณะขึ้น โดยการ เสริมหญ้าอย่างไม่จำกัด
5. เสริมวิตามินซี และ มัลติวิตามิน เพื่อเพิ่มภูมิต้านทานให้กระต่าย
6. อาการหวัดในกระต่ายจะรักษายาก และค่อนข้างเรื้อรัง ควรจะรีบรักษาโดยเร็วที่สุดค่ะ
7. หมั่นทำความสะอาดกรงบ่อยๆ เพื่อไม่ให้เกิดการหมักหมม ซึ่งจะทำให้เกิดก๊าซแอมโมเนีย
ซึ่งจะระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ
8. ย้ายกระต่ายไปไว้ในที่ๆ อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่อับชื้น
9. หากเดิมให้กระต่ายกินน้ำจากภาชนะ ควรจะเปลี่ยนเป็นใช้กระบอกน้ำจะดีกว่า เพื่อให้กระต่ายได้กิน น้ำที่สะอาด และไม่หกเลอะเทอะ
10. พาไปหาหมอโดยด่วนที่สุด หากปล่อยนานไป จะเป็นปอดอักเสบและอันตรายมาก ไม่ควรรักษาเอง เพราะกระต่ายควรได้รับการตรวจว่าเป็นหวัดจากเชื้อตัวไหน เนื่องจากเชื้อแต่ละตัว มีปฎิกิริยา ต่อยาปฏิชีวนะไม่เท่ากัน เราไม่ควรจะให้ยาเอง เพราะว่า กระต่ายแพ้ยาหลายชนิด และกระต่ายตัวเล็ก ยากแก่การคำนวณ เราอาจจะให้ยาเกินขนาด และเป็นอันตรายแก่กระต่ายได้

แล้วปอดอักเสบเป็นยังไง
หากอาการหวัดไม่ได้รับการรักษา หรือ รักษาไม่ดีพอ กระต่ายจะเป็นปอดอักเสบ และ มักจะตายในระยะนี้ โรคปอดอักเสบนี้จะมีอาการอักเสบของเนื้อเยื่อปอด ทำให้ เลือดได้รับ ออกซิเจนลดลง และทำให้น้ำหนักลด และ ขนจะหยาบขึ้น กระต่ายอาจมีอาการหัวเอียงไปข้างหลัง หรืออ้าปากหายใจแรง

กันไว้ดีกว่าแก้
เนื่องจากหวัดและปอดอักเสบ รักษายาก เราจึงควรป้องกัน ปอดอักเสบ และหวัด โดย
1. ทำความสะอาดกรงให้บ่อย เพื่อขจัดและป้องกันแบคทีเรียไม่ให้สะสมอยู่ในกรง
2. ระวังอย่าให้กระต่ายเปียก โดนฝน หรือ อากาศหนาว หากเลี้ยงไว้นอกบ้านที่ลมโกรกมากเกินไป อาจจะหาผ้าโปร่งมาคลุมกรงก็ได้
3. พยายามวางกรงในที่ๆ อากาศถ่ายเท เหมาะสม ไม่อับชื้น
4. ใช้กระบอกน้ำ เพื่อให้กระต่ายได้กินน้ำสะอาด และไม่มีน้ำหกเลอะเทอะให้กรงชื้นแฉะ
5. หมั่นตรวจสุขภาพกระต่ายบ่อยๆ หากผิดปกติควรรีบพาไปหาหมอโดยเร็วที่สุด

ข้อมูลจาก http://rabbit.cavythailand.com/b_cold2.html

ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง