ศาสนาในประเทศไทย

     ศาสนาในประเทศไทย
     ศาสนาที่เผยแผ่เข้ามาในประเทศไทยมีหลายศาสนา เช่น พระพุทธศานา ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลา ศาสนาพราหมณ์ แต่ก็ยังมีคนไทยบางส่วนที่นับถือศาสนาอื่น ๆ ด้วย ดังนั้น การศึกษาศาสนาต่าง  ๆ จะช่วยทำให้เรามีความเข้าใจในการประพฤติ ปฏิบัติตนของผู้ที่นับถือต่างศาสนา และเกิดการยอมรับในความแตกต่าง เพื่อให้เกิดความสงบสุขในการอยู่ร่วมกันในสังคมไทย
     พระพุทธศาสนา
     พระพุทธศาสนาเกิดขึ้นมาในโลกเมื่อประมาณ ๒,๖๐๐ กว่าปีมาแล้ว โดยการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า หรือจะกล่าวได้ว่า โดยการค้นพบด้วยพระปรีชาสามารถของเจ้าชายสิทธัตถะซึ่งเป็นเจ้าชายเชื้อสายศายวงศ์พระองค์หนึ่ง

     เจ้าชายสิทธัตถะทรงดำรงอยู่ในฐานะรัชทายาทแห่งกรุงกบิลพัสดุ์ พระองค์ทรงได้รับการบำรุงบำเรอความสุขในทุกด้าน ทรงได้รับการศึกษาอบรมเป็นอย่างดี ทั้งวิชาความรู้ที่เหมาะสมกับการเป็นกษัตริย์และวิชาความรู้ทางด้านต่าง ๆ พระองค์จึงทรงเป็นผู้เพียบพร้อมไปด้วยพระคุณสมบัติทุกด้าน
     แต่ความสุขที่เกิดจากวัตถุต่าง ๆ ไม่ได้ทำให้เจ้าชายสิทธัตถะทรงมัวเมาลุ่มหลงแต่กลับทำให้พระองค์ทรงประจักษ์ถึงความเป็นจริงของชีวิตและโลกว่า "ทุกสิ่งล้วนไม่จีรังยั่งยืน น่าเบื่อหน่าย" จากพระดำรินี้เอง ที่กระตุ้นเตือนให้เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงสละละทิ้งความสุขของชีวิตในพระราชวังออกไปสู่ป่า เพื่อประพฤติพระองค์เป็นนักบวช พระองค์ทรงเห็นว่าชีวิตฆราวาสไม่มีโอกาสสะดวกที่จะมุ่งมั่นกระทำความดีให้สมบูรณ์เต็มที่ได้ เพราะยังต้องมีภาระหน้าที่ต่าง ๆ ส่วนชีวิตนักบวชนั้นมีโอกาสอันสะดวกที่จะกระทำความดีให้เต็มบริบูรณ์ได้ พระองค์ทรงมีความมุ่งมั่นในการเผชิญกับความทุกข์ยากในการดำเนินชีวิตนักบวช ทั้งนี้ก็เพื่อความหลุดพ้นจากความทุกข็อันเป็นธรรมชาติของชีวิต ขณะที่พระองค์เสด็จออกผนวชทรงมีพระชนมายุ ๒๙ พรรษา
     เมื่อทรงผนวชแล้ว พระสิทธัตถะได้ทรงอุทิศกำลังพระปรีชาสามารถและกำลังพระวรกายในการศึกษาปฏิบัติเพื่อค้นหาหนทางดับทุกข์ตามที่พระองค์ทรงตั้งพระทัยไว้ ในเบื้องต้นทรงไปศึกษาลัทธิศาสนาของอาจารย์ที่สำคัญในสมัยนั้น ได้แก่ อาฬารดาบสกาลามโคตร และอุทกดาบสรามบุตร จนจบสิ้นความรู้ของพระอาจารย์ พระองค์ทรงเห็นว่าลัทธินี้ยังไม่ใช่ทางเพื่อความพ้นทุกข์ จึงได้ปลีกพระองค์ออกไปศึกษาค้นคว้าด้วยพระปรีชาสามารถของพระองค์เอง รวมเป็นเวลา ๖ ปี จึงได้ทรงบรรลุถึงสิ่งที่พระองค์ทรงมุ่งหมาย คือ นิพพาน (ทางดับทุกข์) อาการที่พระสิทธัตถะได้ทรงบรรลุถึงนิพพาน เรียกว่า การตรัสรู้ หรือที่เรียกว่า อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ทำให้พระองค์ได้พระนามใหม่ว่า พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นพระบรมศาสดาที่ยิ่งใหญ่พระองค์หนึ่งของโลก
     หลังจากตรัสรู้แล้ว พระพุทธเจ้าทรงพิจารณาถึงบุคคลที่เหมาะสมที่จะเสด็จไปโปรด ทรงระลึกถึงปัญจวัคคีย์ที่เคยเฝ้าปรนนิบัติพระองค์เมื่อครั้งที่บำเพ็ญทุกรกิริยา พระองค์จึงเสด็จไปที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน อันเป็นที่พำนักของนักบวชห้ารูปในขณะนั้น
     พระพุทธองค์ได้แสดงธรรมโปรดปัจวัคคีย์ด้วยสิ่งที่พระองค์ทรงค้นพบคำสอนแรกที่พระองค์ได้แสดแก่ปัญจวัคคีย์ เรียกว่า ปฐมเทศนา หรือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ว่าด้วย อริยสัจ ๔ และ มรรคมีองค์ ๘ หลังจากที่พระองค์ทรงแสดงธรรมจบ ท่านโกณฑัญญะผู้เป็นหัวหน้าของปัญจวัคคีย์ได้ดวงตาเห็นธรรมหรือบรรลุธรรมในเบื้องต้น และทูลของอุปสมบท และในเวลาต่อมานักบวชทั้งห้ารูปนี้ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์
     หลังจากนั้นพระพุทธองค์ได้ประกาศคำสั่งสอนจนมมีสาวกประมาณ ๖๐ รูป พระองค์ได้ทรงส่งพระสาวกจำนวน ๖๐ รูปนี้ ออกไปประกาศพระพุทธศาสนาตามทิศทางต่าง ๆ กัน จนมีผู้เลื่อมใสศรัทธาเข้ามาบวชและนับถือพระพุทธศาสนาเพิ่มมากขึ้น
     พระพุทธเจ้าได้ทรงเสด็จจาริกสั่งสอนประชาชนอยู่เป็นเวลานานถึง ๔๕ ปี พระองค์จึงดับขันธปรินิพพาน และถึงแม้ว่าพระพุทธเจ้าจะปรินิพพานไปเป็นเวลา ๒.๕๐๐ กว่าปีแล้ว แต่คำสั่งสอนอันประเสริฐของพระองค์ยังคงเป็นที่พึ่งที่ระลึกของพุทธศาสนิกชนมาจนถึงปัจจุบันนี้


ที่มาและได้รับอนุญาตจาก  :
เอกรินทร์  สี่มหาศาล  และคณะ . สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ป.6. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพ ฯ : อักษรเจริญทัศน์

ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง