ศาสนาชินโต

ศาสนาชินโต

 ศาสนาชินโต (Shintoism)
           “ชินโต” มาจากอักษรจีนสองตัว คือ "เชน" (Shen) แปลว่า "เทพทั้งหลาย" ส่วน "โต" หรือ "เต๋า" (Tao) แปลว่า "ทาง" รวมความแล้วแปลว่า "วิถีทางแห่งเทพทั้งหลาย"

 สัญลักษณ์ศาสนา
สัญลักษณ์ของศาสนาชินโต ได้แก่
 1.ประตูโทริอิ (Torii) คือประตูอันมีเสา 2 เสา มีไม้ 2 ท่อนขวางอยู่ข้างบน เป็นเครื่องหมายแสดง บริเวณศาลเจ้าของชินโต

 2.ซานชูโน-ซิงกิ ประกอบด้วยของ 3 อย่างคือ กระจก ดาบและรัตนมณี

           กระจก เป็นเครื่องหมายแห่งปัญญา

           ดาบ เป็นเครื่องหมายแห่งความกล้าหาญ

           รัตนมณี เป็นเครื่องหมายแห่งการบำเพ็ญประโยชน์

 

 ประเภทของศาสนา 
           พหุเทวนิยม( Polythaeism ) คือนับถือเทพเจ้าหลายองค์ เช่น เทพเจ้าแห่งภูเขา ลำธาร การเรียนและบุคคลที่ได้รับการยกย่องเป็นเทพเจ้า คือพระจักรพรรดิ วีรบุรุษทั้งหลาย

 ศาสดา
         ความจริงแล้วเป็นที่รู้จักและยอมรับกันโดยทั่วไปว่า ศาสนาชินโตไม่มีศาสดาหรือผู้ตั้งศาสนาที่ชัดเจน เพราะศาสดาชินโตนั้นเป็นศาสนาที่เกิดสืบเนื่องมาจากขนบธรรมเนียมประเพณีในการเคารพบูชาบรรพบุรุษ และการเราเคารพบูชาเทพเจ้าดังกล่าวแล้ว แต่เมื่อศาสนาชินโตมีนิกายที่เรียกว่า เซคทาเรียนชินโต(Sectarian Shinto) ชินโตราษฎร์ อันเป็นบ่อเกิดแห่งนิกายย่อยๆต่างๆ และดูเหมือนว่าจะมีศาสดา เช่น นิกายเทนริกโย มีนางนากายามาเป็นศาสดาพยากรณ์ มีลักษณะเป็นศาสดาเกิดใหม่ ถึงกระนั้นก็ตาม ศาสนาชินโตดั้งเดิมจริงๆ ก็คงไม่มีศาสดาผู้ตั้งศาสนานั่นเอง


 กำเนิดศาสนา 
           เกิดก่อน พ.ศ. ประมาณ 117 ปี คิดตามสมัยจักรพรรดิญี่ปุ่นองค์แรก

 สถานที่กำเนิดศาสนา
           ประเทศญี่ปุ่น

 การกำเนิดศาสนา
           ชนชาติญี่ปุ่นสมัยโบราณมีเผ่าต่างๆ หลายเผ่า แต่ละเผ่าเคารพบูชาบรรพบุรุษและเทพเจ้า แต่เดิมไม่มีชื่อเรียกศาสนานี้ เมื่อพุทธศาสนา และศาสนาขงจื๊อได้แพร่ไปสู่ประเทศญี่ปุ่นจึงเรียกศาสนานี้ว่า “ชินโต” เพื่อให้ต่างจากศาสนาพุทธและศาสนาขงจื๊อ

 จำนวนผู้นับถือศาสนา
           ประมาณ 4,000,000 คน (ปี ค.ศ.2005)

 ประเทศที่มีศาสนิกชนศาสนาชินโต
           ญี่ปุ่น

 ประวัติศาสดา
           ศาสนาชินโตไม่มีศาสดา บูชาเทพเจ้า เชื่อถือเวทมนต์ คาถา บูชาธรรมชาติและบรรพบุรุษ


 คำสอน
           คำว่า “ชินโต” แปลว่า วิถีของพระเจ้า คำสอนจึงมุ่งให้บุคคลปฏิบัติตนตามทางของสวรรค์ ภักดีต่อพระเจ้า ซึ่งหมายถึงธรรมชาติรอบตัวมนุษย์ ศาสนาชินโตยึดถือคำสอนสืบเนื่องมาจากศาสนาเต๋าและขงจื๊อหลายประกรมีเทพนิยายของญี่ปุ่นโบราณเล่าสืบต่อกันมาว่า พระอาทิตย์เป็นผู้สร้างเกาะญี่ปุ่น และชาวญี่ปุ่นทั้งหลายเป็นลูกหลานของพระอาทิตย์ 

 เทพเจ้าของศาสนาชินโต
           • 1. เทพผู้สร้างสูงสุด คือ อามาเตระสุ-โอมิคามิหรือสุริยเทพี กับซีกิโยมิหรือจันทรเทพ
           • 2. เทพประจำสิ่งต่างๆในธรรมชาติ ที่มนุษย์ชื่นชอบหรือเกรงกลัว รวมทั้งวิญญาณที่มีอำนาจบันดาลให้สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้น (Kami) 
           • 3. มนุษย์ที่ทำความดี เมื่อสิ้นชีวิตแล้ว ถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์จุดหมายปลายทางของชีวิต คือ การเข้าถึงพระเจ้า


 สถานภาพของสตรี 
           ศาสนาชินโตสอนให้ผู้หญิงเคารพผู้ชาย ส่วนผู้ชายก็ให้คุ้มครองผู้หญิง และต่างฝ่ายต่างต้องรักและสามัคคีกัน

 แนวคิดเรื่องความตาย
           ชินโตไม่พูดถึงเรื่องโลกหน้า เชื่อว่า วิญญาณเป็นอมตะ ความตายเป็นเสมือนการเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวใหม่ ดวงวิญญาณจะคอยปกป้องวงศ์ตระกูลของตนอยู่เสมอ

           ข้อปฏิบัติตามศาสนาชินโต คือ จงรักภักดีต่อเทพเจ้า ต่อจักรพรรดิและปฏิบัติตามหลักจริยธรรมเพื่อบำเพ็ญความดีสูงสุด 4 ประการ คือ 
          1)มีความคิดแจ่มใส(อากากิ โคโกโระ)
          2)มีความคิดบริสุทธิ์สะอาด(คิโยกิ โคโกโระ)
          3)มีความคิดถูกต้อง(ทาดาชีกิ โคโกโระ)
          4)มีความคิดเที่ยงตรง(นาโอกิ โคโกโระ)

 การบูชาธรรมชาติ
           คนญี่ปุ่นเชื่อว่า เทพแห่งพระอาทิตย์ทรงสร้างเกาะญี่ปุ่น และธรรมชาติทั้งหลาย เช่น ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ มหาสมุทร แม่น้ำ ภูเขา น้ำตก ต้นไม้ สิ่งที่พระเจ้าทรงสร้าง จึงมีฐานะสูงควรแก่การเคารพบูชา ในเรื่องจักรวาล ชินโตสอนว่า กามิ (Kami) หรือเทพเจ้าเป็นเจตภูตที่ไม่มีรูปร่าง ไม่เปลี่ยนแปลง เป็นนิรันดร กามิเป็นเทพเจ้าในธรรมชาติ เหตุการณ์ต่างๆ ในจักรวาลมาจากการบันดาลของกามิ กฎแห่งธรรมชาติทั้งปวงคือ ทางแห่งเทพเจ้า

 การบูชาจักรพรรดิ
           คนญี่ปุ่นบูชาจักรพรรดิ เพราะถือว่าเป็นผู้สืบสายมาจากดวงอาทิตย์โดยไม่ขาดสาย 

  การบูชาบรรพบุรุษ
           ญี่ปุ่นเชื่อว่า คนญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบันสืบเชื้อสายมาเป็นสายเลือดเดียวกัน การบูชาบรรพบุรุษของญี่ปุ่น มีทั้งบรรพบุรุษของครอบครัวและบรรพบุรุษของชาติ 

  การบูชาผู้กล้าหาญ
           ญี่ปุ่นเป็นคนรักชาติมาก ผู้ใดอุทิศชีวิตให้ชาติ วิญญาณของผู้นั้นจะได้รับการยกย่อง ทหารญี่ปุ่น จึงรบด้วยความกล้าหาญ เพราะรู้ว่า ถ้าตายก็จะมีผู้เคารพบูชา

           คำสอนเหล่านี้มีผลทำให้คนญี่ปุ่นเป็นคนรักชาติ รักบรรพบุรุษของตนอย่างยิ่ง เกิดเป็นหลักธรรมประจำใจที่เรียกว่า บูชิโด ซึ่งเป็นวินัยของนักรบในกลุ่มชาวญี่ปุ่น


  ระบบคุณธรรม
           1.ความกล้าหาญ ให้กล้าหาญที่จะมีชีวิตอยู่และไม่กลัวตาย
           2.ความขลาด ความขลาดถือว่าเป็นบาป จึงมีคติว่า บาปทุกอย่างนั้นจะได้รับอภัยเมื่อสำนึกผิด ยกเว้นความขลาดกับการลักขโมย
           3.ความจงรักภักดี ชินโตสอนให้จงรักภักดีต่อจักรพรรดิเป็นอันดับหนึ่ง อันดับต่อมาคือครอบครัวและสังคม
           4.ความสะอาด ความสกปรกเป็นบาป เป็นความผิดต่อเทพเจ้า ผู้ทำตนให้สะอาดเป็นผู้เคารพเทพเจ้า  จากความเชื่อนี้ การอาบน้ำในสังคมญี่ปุ่นจึงเป็นทั้งพิธีกรรมทำตนให้สะอาด และเป็นพิธีกรรมชำระบาปด้วย

 ข้อปฏิบัติต่อสังคม
           • 1. คุณธรรมสูงสุดได้แก่ ความจริง ความซื่อสัตย์และความเคารพต่อบรรพบุรุษและผู้ใหญ่
           • 2. ภักดีต่อจักรพรรดิและราชวงศ์ เคารพบรรพบุรุษและผู้ใหญ่
           • 3. ซื่อสัตย์ต่อเพื่อน รักและสามัคคีกับคนในชาติ รักคนอื่นให้เท่ากับรักตนเอง
           • 4. ผู้เยาว์ต้องอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ ชายต้องซื่อสัตย์ต่อชาติ และหญิงต้องเคารพชาย
           • 5. รักและเคารพบิดามารดา รักและสามัคคีกับคนในครอบครัว
           • 6. ทำงานด้วยความซื่อสัตย์
           • 7. มีความประหยัด
           • 8. อย่าตอบแทนความชั่วด้วยความชั่ว
           • 9. ต่อสู้เมี่อถูกรังแก และแก้แค้นให้ผู้ที่เราเคารพ
           • 10. ไม่กลัวตาย
           • 11. ฝึกตนเองให้มีความคิดเบิกบาน ความคิดบริสุทธิ์ ความคิดถูกต้อง ความคิดเที่ยงตรง

 ลัทธิบูชิโด คือ ลัทธิที่ยกย่องคนกล้า ซึ่งคนญี่ปุ่นเรียกว่า "ซามูไร" (Samurai) คำว่า "บูชิโด" แปลว่า "หนทางของอัศวินนักสู้" หลักประพฤติของซามูไรญี่ปุ่นในสมัยนั้น มีดังนี้ คือ 
           1. ซามูไรทุกคนจะต้องอยู่ในสังกัดของเจ้านายในระบบศักดินา และจะต้องจงรักภักดีต่อเจ้านายซามูไรจะต้องรำลึกบุญคุณเจ้านายอยู่เสมอและหาทางตอบแทนบุญคุณนั้นให้ได้ เพราะการตอบแทนหนี้บุญคุณถือว่าเป็นความดีสูงสุด พันธะหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับเจ้านายเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าครอบครัว และครอบครัวของซามูไรทุกคนจะต้องสนับสนุนการกระทำของพวกเขาจึงจะได้รับยกย่องจากสังคม
           2. ซมูไรจะต้องเป็นผู้มีความกล้าหาญ ไม่กลัวความตาย การตายที่มีเกียรติของซามูไรคือ การทำฮาราคิริ (Harakiri) หรือเซ็ปปุกุ (Seppuku) การตายแบบนี้เป็นการแสดงความกล้าหาญอย่างสูง ที่จะต้องเผชิญกับความเจ็บปวด โดยการใช้มีดสั้นแทงที่หน้าท้องใต้เอวขวา กรีดมาทางซ้าย แล้วดึงมีดขึ้นข้างบน เป็นการเปิดช่องท้อง และตัดลำไส้ให้ขาด
           3. ซามูรจะต้องยอมตายเพื่อรักษาเกียรติ
           4. ซามูไรจะตองจงรักภักดี อ่อนน้อมถ่อมตนต่อเจ้านาย 
           5. ซามูไรจะต้องมีความเที่ยงธรรม มีเมตตา รักความยุติธรรม และช่วยเหลือผู้ตกทุกข์

  คัมภีร์ของศาสนาชินโต
           ศาสนาชินโต มีคัมภีร์ทางศาสนาที่สำคัญ คือ
           1. คัมภีร์โคยิกิ (Ko-Ji-Ki) เป็นจดหมายเหตุโบราณ รวบรวมขึ้นในปีพ.ศ. 1255 บันทึกจากคำท่องจำ เนื้อหาเริ่มจากตำนานการเกิดของเกาะญี่ปุ่น เป็นการตีความเทพนิยายและตำนานเก่าๆ เริ่มตั้งแต่การกำเนิดของพระเจ้า บรรยายเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์นับแต่จักรพรรดิองค์แรก คือ ยิมมู (พ.ศ. 1171) จนถึงสมัยที่มีการรวบรวมคัมภีร์โคยิกิขึ้น และกล่าวถึงพิธีกรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ข้อห้าม การปฏิบัติต่อเทพเจ้าต่างๆของชาวญี่ปุ่นโบราณ

          2. คัมภีร์นิฮองงิ (Nihongi) แปลว่า จดหมายเหตุ ประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น แต่งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1263 ซึ่งเป็นเวลาที่ญี่ปุ่นเริ่มติดต่อกับยุโรปและชาวญี่ปุ่นเริ่มเกิดสำนึกทางชาตินิยมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ถือว่าเป็นวรรณคดีชั้นสูง เขียนด้วยอักษรภาษาจีนล้วน กล่าวถึงเรื่องของพระเจ้าตามเทพนิยายดั้งเดิมมาเหมือนกันถึงสมัยจักรพรรดินีบีโด (พ.ศ. 1350) เล่มนี้ เและบรรยายเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ระบุอำนาจของจักรพรรดิ กำหนดให้ประชาชนเคารพและจงรักภักดีต่อจักรพรรดิ วันประสูติของจักรพรรดิถือเป็นวันสำคัญที่สุด
           3. เยนงิ - ชิกิ (Yengi - Shiki) เป็นบทสวดและพิธีกรรมในสมัยเยนงิ (ระหว่าง พ.ศ. 1444 - 1566) อธิบายเรื่องพิธีกรรมต่าง ๆในสมัยโบราณ และบทสวด (Nori - to)
           4. มันโย - ชิว (Munyo - Shiu)ประกอบด้วยคำโคลงบรรยายการเกิดของสวรรค์ การที่สุริยเทพทรงสร้างเกาะญี่ปุ่น เป็นต้น

 นิกาย
     ปัจจุบันนี้ยังคงมีชาวญี่ปุ่นที่นับถือชินโตอยู่มากความเป็นชินโตอยู่ในลักษณะของจิตสำนึก และอยู่ในรูปของวัฒนธรรมญี่ปุ่น
           1. ชินโตแห่งราชสำนัก (Shinto of the Imperial House) ชินโตกลุ่มนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่การประกอบพิธีกรรมถวายดวงวิญญาณของบรรพชนของพระจักรพรรดินับตั้งแต่สมัยโบราณเป็นต้นมา โดยพระจักรพรรดิจะเป็นผู้ทรงประกอบพิธีกรรม ในปัจจุบันประเพณีนี้ยังมีอยู่ รัฐรับรองและสนับสนุนและวางข้อบังคับให้นักบวชซึ่งเป็นคนของราชการปฏิบัติกิจเฉพาะทางราชการ แต่ไม่ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม
           2. ชินโตศาลเจ้า (Shrine Shinto) ชินโตกลุ่มนี้เป็นการผสมผสานระหว่างความเชื่อแบบชินโตในสมัยโบราณกับความเชื่อแบบชินโตในปัจจุบัน ระบบความเชื่อและพิธีกรรมของทั้งสองแบบถูกนำมาปฏิบัติร่วมกันที่ศาลเจ้าเพื่อบูชาเทพเจ้า ซึ่งเป็นที่สิงสถิตของกามิและเป็นที่สำหรับสวดมนต์ภาวนา 
           3. ชินโตนิกาย (Sect Shinto)หมายถึง กลุ่มกระบวนการทางศาสนาที่อิงอยู่กับศาสนาประจำชาติของญี่ปุ่น แต่แยกเป็นนิกายต่างๆกันซึ่งส่วนมากมีกำเนิดในศตวรรษที่18 จนถึงช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 อันเป็นช่วงสุดท้ายของยุคเอโด ที่มีระบบการปกครองแบบเจ้าขุนมูลนาย จนกระทั่งถึงช่วงต้นของยุคเมจิ รัฐบาลของยุคเมจิที่เกิดขึ้นใหม่ได้สร้างชินโตของรัฐขึ้นมา และให้กลุ่มศาสนาเหล่านี้อยู่ภายใต้การปกครองของชินโตของรัฐโดยอนุญาตให้ทำพิธีกรรมต่างๆ ลักษณะของชินโตกลุ่มนี้คือ ความสนใจเกี่ยวกับปัญหาในชีวิตประจำวันและสวัสดิภาพของมนุษย์ในโลกปัจจุบัน โดยเฉพาะในชุมชนชาวกสิกรรม 
           4. ชินโตพื้นบ้าน (Folk Shinto) ชินโตกลุ่มนี้นำเอาความคิดของพุทธศาสนา ศาสนาเต๋า และศาสนาขงจื๊อ มาผสมผสานกับความเชื่อแบบชินโต เกิดเป็นแนวคิดแบบไสยศาสตร์ผสมกับหลักปฏิบัติทั่วไปของชาวบ้าน ช่วยเสริมความมั่นคงทางจิตใจ ทำให้คนรู้สึกปลอดภัยจากอันตราย กลายเป็นวิถีชีวิตประจำวันมากกว่าศาสนา

  พิธีกรรม

ศาลเจ้าและนักบวชของชินโต
           ศาลเจ้าชินโตเป็นที่สิงสถิตของกามิ และเป็นที่สำหรับสวดมนต์ อ้อนวอน ถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ นิยมสร้างในแถบชนบท เช่น บนภูเขา น้ำตก หรือบนเกาะ
           ศาลเจ้าของญี่ปุ่นมีรูปแบบเรียบง่าย ทำด้วยไม้และกระดาษ ทางเข้ามีประตูโทริอิ (tori - i) ที่สร้างด้วยไม้หรือหิน ภายในศาลเจ้ามีสัญลักษณ์ของกามิคือกระจก แต่บางแห่งอาจจะสร้างรูปเสื้อผ้า หรือดาบ มีที่สำหรับตั้งอาหารเซ่นไหว้ เช่น ข้าว ผัก ปลา เป็ด ไก่ รวมทั้งเหล้าสาเก แต่ต้องไม่เซ่นไหว้ด้วยเลือดเพราะถือเป็นของไม่บริสุทธิ์ 
           นักบวชของชินโตมีทั้งชายและหญิง นักบวชหญิงจะต้องประพฤติพรหมจรรย์ นักบวชชายบางนิกายมีครอบครัวได้ ส่วนผู้ทำหน้าที่รับใช้ในวัดจะเป็นผู้ชาย และมีหัวหน้านักบวชทำหน้าที่ดูแลศาลเจ้ารวมทั้งเป็นประธานในพิธีกรรมต่าง ๆ 
           นักบวชในศาสนาชินโต จะไม่ประกอบพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับความตาย ให้เป็นหน้าที่ของพระในพระพุทธศาสนา ด้วยเหตุนี้ชาวญี่ปุ่นจึงนับถือศาสนาชินโตและศาสนาพุทธไปพร้อมกัน
           ความเชื่อในเครื่องรางของขลัง วิญญาณและไสยศาสตร์เป็นเหตุให้เกิดการสร้างรูปสัญลักษณ์เพื่อเป็นที่พึ่ง ตามบ้านของคนนับถือชินโตจะมีที่บูชาวิญญาณ และปากทางเข้าหมู่บ้านนิยมสลักตุ๊กตาหินกามิเพื่อพิทักษ์รักษาหมู่บ้าน

 การไหว้เทวสถานหรือศาลเจ้า
            - อาบน้ำแต่งตัวสะอาด
            - เข้าไปโค้งคำนับหน้าศาลเจ้า
            - ล้างมือ ปากและหน้าอีกครั้ง
            - หลับตา ตบมือเรียกวิญญาณมารับการเคารพ
            - ไม่ต้องนำสิ่งของไปไหว้เจ้า พระหรือนักบวชได้เตรียมเครื่องบูชาไว้แล้ว ได้แก่ เหล้าสาเก 4 ถ้วย ข้าวปั้น 16 ก้อน ปลาสด ผลไม้ที่ออกผลครั้งแรกในฤดูกาล สาหร่ายทะเลและส้ม
            - นำเครื่องเซ่นไปทิ้งแม่น้ำหรือทะเล ถือว่าเป็นการนำบาปไปลอยน้ำ
           จุดมุ่งหมายในการบูชาเทพเจ้า เพื่อให้วิถีชีวิตของผู้บูชาเป็นที่พอใจของเทพเจ้า

   วันเทศกาลหรือวันนักขัตฤกษ์ มีขบวนแห่ มีการบรรเลงดนตรีและเต้นรำ พระทำพิธีอ่านบทสวดเบี้องหน้าเทพเจ้าแห่งศาลเจ้าเพื่ออำนวยสิริมงคล

          - พิธีเกี่ยวกับเด็กทารกเกิดใหม่ 
           อายุได้ 7 วัน ก็จะมีการอุ้มไปตั้งชื่อต่อหน้าแท่นบูชา ทำพิธีรับขวัญเด็ก เมื่อเด็กอายุได้ 31 หรือ 32 วัน ก็จะอุ้มเด็กไปไหว้ศาลเจ้านอกบ้านตามวัดบ้าง ตามภูเขาบ้าง ตามประเพณีแล้ว ไม่ว่าจะเกิดหรือตาย จะนิมนต์นักพรตมาทำพิธี หากไม่มีหรือหานักพรตไม่ได้ หัวหน้าครอบครัวจะเป็นผู้ประกอบพิธีเอง

          - พิธีเนื่องในวันนักขัตฤกษ์
           เมื่อวันนักขัตฤกษ์มาถึง ชาวญี่ปุ่นจะจัดให้มีขบวนแห่ มีการบรรเลงดนตรีและเต้นรำ นักพรตมีหน้าที่ทำพิธีอ่านบทสวดเบื้องหน้าแท่นบูชาที่ศาลเจ้าเพื่ออำนวยสวัสดิมงคล ให้เก็บเกี่ยวได้ผลดี ให้บ้านเรือนมีความสุข ให้มีผลสำเร็จในการออกรบทัพจับศึก ให้การปกครองเป็นไปด้วยดี และให้องค์จักรพรรดิทรงดำรงอยู่ในราชสมบัติยิ่งยืนนาน

          - พิธีโอโฮฮาราซิ
                เป็นพิธีชำระครั้งยิ่งใหญ่ โดยมหากรุณาธิคุณขององค์จักรพรรดิผู้รับมอบหมายอำนาจมาจากเทพเจ้า อะมะเตระสุ โอมิคมิ ให้ประกอบพิธีด้วยการประพรม(การชำระล้าง) ด้วยน้ำบริสุทธิ์เป็นเบื้องต้น แล้วเซ่นสรวงสังเวยอันเป็นไปเพื่อการทดแทน(บาป) บรรดามุขมนตรีและพลเมืองของพระองค์ผู้กระทำพิธีนี้ ต้องทำความบริสุทธิ์ให้เกิดแก่ตนเองเพื่อปลดบาปออกไปให้พ้นจากตน

          - พิธีถวายสักการะพระจักรพรรดิที่เป็นองค์บรรพบุรุษ สถานที่ถวายความเคารพซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี คือ วิหารไดจิงจู ตำบลอิเซ (Ise) อันเป็นสถานที่สำคัญที่ประดิษฐานพระคันฉ่อง ซึ่งเชื่อกันว่าสุริยะเทพีได้ทรงประทานให้แก่บรรพบุรุษดั้งเดิมของญี่ปุ่น เชื่อกันว่าอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตจะต้องเดินทางไปสักการะพระคันฉ่อง เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต

         - พิธีฉลองเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง ตรงกับวันที่ 23 พฤศจิกายน ในวันนี้แต่เดิมพระจักรพรรดิ์ของญี่ปุ่นทรงเป็นผู้ทำพิธีโดยเซ่นไหว้ด้วยผลไม้และผลผลิตที่ได้จากการเก็บเกี่ยวในครั้งแรก แต่ปัจจุบันนี้นิยมกระทำตามท้องถิ่นต่าง ๆ ในระหว่างเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน
      พิธีชำระล้างบาป มีทั้งหมด 3 ขั้นตอน คือ
           ขั้นที่ 1 พิธีเตรียมตัวให้บริสุทธิ์ (Preliminary purification) หรือ เกสไซ (Kessai) เป็นการเตรียมตัวก่อนประกอบพิธี เพื่อชำระล้างมลทินทางกายโดยไม่รับประทานอาหาร และชำระล้างร่างกายให้สะอาด 
           ขั้นที่ 2 พิธีชำระล้างให้บริสุทธิ์ (Purification) หรือ ฮารัย (Harai) เป็นพิธีชำระล้างมลทินและบาปข้างใน ประกอบพิธีโดยนักบวชโดยแกว่งไม้ศักดิ์สิทธิ์เหนือศีรษะหรือเหนือวัตถุสิ่งของที่ต้องการชำระ
           ขั้นที่ 3 พิธีถวาย (Dedication) ในการอุทิศตนจะถวายกิ่งไม้ที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นสัญลักษณ์ของการเก็บเกี่ยวครั้งแรก ต่อมาถวายข้าว เหล้า และอาหารต่าง ๆ มีการแสดงดนตรีและการเต้นรำด้วย แล้วจึงมีการอธิษฐาน

           - วันปีใหม่ แต่เดิมมาตรงกับเดือนกุมภาพันธ์โดยนับตามปฏิทินจันทรคติ แต่ปัจจุบันฉลองกันตั้งแต่วันที่ 1-6 มกราคมของทุกปี เป็นวันชำระล้างสิ่งสกปรก เช่น บ้านเรือน ร่างกาย และจิตใจ ในวันนี้ทุกคนรื่นเริงแจ่มใส มีการเซ่นไหว้บรรพบุรุษด้วยอาหารพิเศษ และนิยมไปเคารพกราบไหว้ตาม ศาลเจ้าเพื่อขอพร

          - เทศกาลตุ๊กตา วันที่ 3 มีนาคม ของทุกปี วันนี้เป็นวันรื่นเริงของเด็กหญิง มีการแต่งตุ๊กตาอย่างสวยงามด้วยชุดสมัยโบราณ ครอบครัวที่มีลูกสาวเลี้ยงฉลอง เป็นการให้ความสำคัญแก่เพศหญิง

          - วันเด็กชาย วันที่ 5 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันที่ครอบครัวแสดงความยินดีต่อการเติบโตของเด็กชายในตระกูล จุดประสงค์หลักของวันนี้เพื่อเตือนให้มีความกล้าหาญ ความเข้มแข็ง และความรับผิดชอบต่อครอบครัว

 

 

แหล่งที่มา:http://www.crs.mahidol.ac.th/thai/shinto00.htm

http://religious-studies-mbu.blogspot.com/2010/09/13.html

นำเสนอโดย : นาย ณัฐสิทธิ์   เทพแสง ชั้น ม.6.9 เลขที่ 19 รร.สามัคคีวิทยาคม 

#Trending now
admission 58admissionAd58AdGang58อาเซียนaecเกมเกมส์คิดเลขเกมคณิตศาสตร์วาตภัยภัยธรรมชาติพายุฟิลเลอร์กลูต้ากลูต้าไธโอนกลูต้าผิวขาวผลเสียกลูต้าผลเสียฟิลเลอร์ข่าวข่าวเด่นเรียนต่อทุนทุนเรียนต่อทุนการศึกษาclearing houseเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ค้นหาตัวเองปฎิทินสอบสพฐศธเปิดเทอมunseen Thailand travel amazingประกาศผลONETGAT PATติวติวGATเชื่อมโยงภาษาญี่ปุ่นความถนัดภาษาจีนรายงานเกษตรห้องเรียนกลับทางเกมส์การเรียนรู้โรงเรียนพ่อแม่ข่าวการศึกษาเรียนต่อต่างประเทศข้อสอบคลังข้อสอบข่าวadmissionสอบตรงสอบตรง58แอดมิชชั่นข่าวกิจกรรมสาระน่ารู้รับตรงรับตรง58โควตาวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์สังคมภาษาไทยแนะแนวกลอนสามเณร ถ่ายทอดธรรมะว วชิระเมธีดูย้อนหลังไฮไลท์liveธรรมบรรพชาวันพระวันโกนฝนฤดูฝนสุขภาพหน้าฝนเข้าพรรษาตักบาตรฮา ๆ น่ารัก ท่องเที่ยวคลิปเด็ดคลิปรวมคลิปเด็ดeco tripเที่ยวต่างประเทศติวเข้มสอบเข้าสัมภาษณ์สอบเข้า ม.1สอบเข้า เตรียมสอบเข้าสาธิตสอบเข้ามหิดลสอบเข้าสวนกุหลาบทดลองวิทย์โทษข่มขืนประหารชีวิตสืบ นาคะเสถียรปิยะมหาราชเก่งอังกฤษฮอร์โมนcar free dayจักรยานcu tepรับน้องชิงรางวัลrising sunทัวร์ถูกสอบเข้า ม.1อีโบล่าตึกถล่มpage9เพจ 9kaoplookpanyaสามเณรปลูกปัญญาธรรมtruelittlemonk 
กลับด้านบน