การปฐมพยาบาล
          เมื่อเราเกิดอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยกะทันหัน หรือพบเห็นผู้ที่เจ็บป่วย เช่น มีดบาด เป็นลม และแมลงกัดต่อย เป็นต้น เราอาจจะเข้าไปดูแลรักษาเบื้องต้นเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยหรือลดอันตรายให้น้อยลงก่อนที่จะส่งไปรักษาต่อไปการดูแลรักษาเบื้องต้นนี้เอง ที่เรียกว่า การปฐมพยาบาล

          การปฐมพยาบาลที่ดี ผู้ให้การปฐมพยาบาลจะต้องมีความรู้ในเรื่องการปฐมพยาบาลเป็นอย่างดี ต้องมีสติ ไม่ตื่นเต้นหรือตกใจจนเกินไป ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว มีความเสียสละ มีความอดทนสูง อีกทั้งต้องรู้อยู่เสมอว่าการช่วยเหลือบางอย่างเกินขอบเขตความสามารถของตน และต้องส่งผู้ป่วยให้แพทย์เสมอ
              การปฐมพยาบาลมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับสาเหตุและอาการของผู้เจ็บป่วยดังนั้น ทุกคนจึงควรมีความรู้ในด้านการปฐมพยาบาลไว้ เพื่อจะได้ช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นเมื่อถึงคราวจำเป็นได้

๑ การปฐมพยาบาลเมื่อถูกแมลงสัตว์กัดต่อย สัตว์ที่ทำอันตรายต่อมนุษย์นั้น มีอยู่หลายชนิด เช่น ผึ้ง แมงป่อง ตะขาบ งู

    ผึ้งจะต่อยแล้วปล่อยเหล็กในฝังที่ผิวหนัง ส่วนงูแตะตะขาบจะกัดเราและแมงป่องจะต่อยแล้วปล่อยน้ำพิษใส่ ผู้ที่โดนสัตว์เหล่านี้กัดหรือต่อย จะมีอาการ บวม คัน เจ็บปวด หรืออาจจะมีไข้สูง

วิธีการปฐมพยาบาล
๑) ถ้าโดนผึ้งหรือต่อต่อย ให้ใช้กุญแจที่มีรูกดลงไปบริเวณที่ถูกต่อย เหล็กในจะโผล่ออกมาแล้วคีบออก จากนั้นให้ใช้สำลีชุบแอมโมเนีย น้ำเกลือ หรือน้ำปูนใสปิดแผลไว้ถ้ามีเลือดออกให้ใช้ทิงเจอร์ไอโอดีนเช็ดแผล
๒) ถ้าโดนงูกัด แมงป่องต่อยหรือตะขาบกัดให้ใช้สายยางรัดหรือเชือกรัดเหนือบริเวณแผล เพื่อป้องกันไม่ให้พิษวิ่งเข้าสู่หัวใจและใช้สำลีชุบทิงเจอร์ไอโอดีนทาให้ทั่วบริเวณ บาดแผล ถ้ามีไข้สูง คลื่นไส้ อาเจียน ให้รีบนำส่งแพทย์ทันที

๒ การปฐมพยาบาลเมื่อเกิดบาดแผล
บาดแผลที่เกิดขึ้นมีหลายลักษณะแตกต่างกันตามอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นหกล้ม โดนมีดบาด เป็นต้น
๑)  ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ใช้ผ้าสะอาดซับแผลให้แห้ง
๒)  ถ้าเลือดยังไม่หยุดไหลให้ห้ามเลือดโดยใช้สำลีสะอาดกดที่บาดแผล
๓)  ทายาใส่แผลสด เช่น ยาแดงหรือทิงเจอร์ไอโอดีน
๔)  ใช้ผ้าก๊อชปิดแผลไว้ ถ้าแผลมีขนาดเล็กไม่จำเป็นต้องใช้ผ้าก๊อซปิดบาดแผลเล็กน้อยที่เกิดขึ้น ถ้าไม่มีอาการผิดปกติ ก็ไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์

ลักษณะของบาดแผลที่ควรจะรีบไปพบแพทย์ เช่น บาดแผลที่มีเลือดไหลไม่หยุด บาดแผลที่มีอาการติดเชื้อ บาดแผลที่ลึกและรู้สึกปวดการห้ามเลือดที่บาดแผลใหญ่ มีเลือดออกพุ่ง ถ้าเลือดไหลไม่หยุด ให้ใช้ผ้า เชือก หรือสายยางรัดเหนือแผล ( ระหว่างบาดแผลกับหัวใจ) ให้แน่นพอที่เลือดหยุดไหล  แล้วยกส่วนที่มีเลือดออกให้สูงไว้

๓ การปฐมพยาบาลเมื่อเป็นลม
การเป็นลมเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น ร่างกายอ่อนเพลีย ร่างกายได้รับอากาศไม่เพียงพอ เพราะอยู่ในที่แออัด ในบริเวณที่ที่มีอุณหภูมิสูงเป็นเวลานานอาการของคนเป็นลม เช่น หน้าซีด หน้ามืด ใจสั่น เหงื่อออกที่หน้าผาก ฝ่ามือ และฝ่าเท้า ผิวหนังเย็น เป็นต้น

วิธีปฐมพยาบาล
๑)  รีบนำผู้ป่วยเข้าไปในที่ร่มและให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก
๒)  ให้นอนราบในท่าที่สบาย
๓)  คลายเสื้อผ้าที่รัดให้หลวม
๔)  ให้ดมแอมโมเนียหอม

เราควรมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง เพื่อจะได้ช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

๔ การดูแลรักษาเบื้องต้นเมื่อเจ็บป่วยเล็กน้อย
การเจ็บป่วยย่อมเกิดขึ้นได้กับทุกคน และโดยเฉพาะกับเด็ก ๆ เพราะมีภูมิต้านทานต่ำ ดังนั้น เราจึงต้องรู้จักระมัดระวังและรู้จักการดูแลรักษาอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย ดังนี้

    ๑) ไข้หวัด เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส มักเป็นกันมากในช่วงอากาศแปรปรวน และกับผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ โดยติดต่อกันได้ทางลมหายใจ
    อาการ ปวดศีรษะ  มีไข้ อ่อนเพลีย ไอหรือจาม มีน้ำมูกไหล เบื่ออาหาร
    การดูแลรักษา ให้ผู้ป่วยนอนพักมาก ๆ ดื่มน้ำอุ่นบ่อย ๆ แล้วกินยารักษาตามอาการ เช่น กินยาลดน้ำมูกหรือยาแก้ไข้ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นควรไปพบแพทย์ทันที
    ๒) ท้องเสีย เกิดจากการที่ผู้ป่วยกินอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อโรคเข้าไป เช่น อาหารที่มีแมลงวันตอม อาหารสุก ๆ ดิบ ๆ
    อาการ ถ่ายอุจจาระเหลวกว่าปกติหรือเป็นน้ำ อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือมีไข้ร่วมด้วย
    การดูแลรักษา ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำมาก ๆ หรือให้ดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่บ่อยๆ งดให้อาหารที่มีรสจัดและย่อยยาก ถ้าอาการไม่ดีขึ้นควรรีบพาผู้ป่วยไปพบแพทย์



ขอขอบคุณเนื้อหาจาก บริษัทอักษรเจริญทัศน์
จากหนังสือ แม่บทมาตรฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๔ พิมพ์ครั้งที่ ๓
ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง