เกมหรรษา
เกม เป็นกิจกรรมการเล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มีกติกาไม่ซับซ้อนมากโดยทั่วไปจะเล่นเกมเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลินนักเรียนลองคิดดูสิว่า การเล่นเกมมีประโยชน์ต่อผู้เล่นอย่างไร
๑ เกมเบ็ดเตล็ด
เกมเบ็ดเตล็ด เป็นการเล่นที่มีกติกาไม่ซับซ้อน มุ่งหวังให้เกิดความสนุกสนานและทำให้ร่างกายแข็งแรง
๑) เกมจับหมู่
(๑) ให้ผู้เล่นยืนเป็นวงกลม
(๒) มีผู้นำ ๑ คนยืนกลางงงคอยออกคำสั่งให้ผู้เล่นทำตาม เช่น สั่งให้เดินหรือวิ่งเป็นวงกลม แล้วร้องเพลง และปรบมือ
(๓) ผู้นำสั่งให้จับคู่เป็นหมู่ หมู่ละกี่คนก็ได้ เช่น จับหมู่ ๓
(๔) ผู้เล่นที่เข้าหมู่ช้าหรือเข้าหมู่ไม่ได้ ต้องออกจากการเล่นแล้วจึงเริ่มเล่นใหม่
๒)
(๑) แบ่งผู้เล่นเป็น ๒ ฝ่าย คือ ฝ่ายรุกและฝ่ายรับ
(๒) กำหนดเขตของฝ่ายรับ และจุดวิ่งกลับตัวของฝ่ายรุก
(๓) เริ่มเล่นให้ฝ่ายรุกตั้งแถวตอน ฝ่ายรับยืนในสนาม หัวแถว ของฝ่ายรุกเริ่มขว้างลูกบอลเข้าไปในเขตของฝ่ายรับโดยจะไม่ให้ฝ่ายรับรับได้แล้วฝ่ายรุกทุกคนต้องวิ่งไปกลับตัวและวิ่งกลับมาต่อแถว
(๔) ฝ่ายรับพยายามรับลูกบอลให้ได้ แล้วรีบชูลูกบอลขึ้นเพื่อให้คนอื่นวิ่งมายืนต่อแถว ฝ่ายใดต่อแถวเสร็จก่อนจะได้ ๑ คะแนน
(๕) เมื่อฝ่ายรุกขว้างลูกบอลครบทุกคนแล้ว ให้เปลี่ยนเป็นฝ่ายรับ หลังจากขว้างครบทุกคน ฝ่ายใดมีคะแนนมากกว่าเป็นฝ่ายชนะ
๓) เกมวิ่งสามขา
(๑) ให้นักเรียนจับคู่กับเพื่อนที่มีขนาดตัวไล่เลี่ยกัน
(๒) ใช้ผ้าหรือเชือกผูกที่เท้าข้างหนึ่งของนักเรียนกับคู่เข้าด้วยกันให้แน่น
(๓) เริ่มเล่น ให้แต่ละคุ่ใช้มือโอบไหล่กันไว้วิ่งไปข้างหน้าจนถึงเส้นชัย
(๔) ถ้าคู่ใดวิ่งถึงเส้นชัยก่อน เป็นฝ่ายชนะ
๔) เกมตีบอลข้ามแดน
(๑) แบ่งผู้เล่นออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายละเท่า ๆ กัน โดยแต่ละฝ่ายจะยืนอยู่ในเขตสนามของตัวเอง และห้ามออกนอกเขต
(๒) ให้ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายได้เสี่ยงทาย ฝ่ายที่ชนะการเสี่ยงทายเป็นฝ่ายตีลูกบอลจากเส้นหลังก่อนโดยตีลูกบอลให้กลิ้งไปตามพื้นห้ามจับแล้วตีหรือโยน ให้ตีเพียงครั้งเดียว ถ้าหากตีลูกบอลไม่พ้นเส้นเขตลูกสั้นหรือตีออกนอกเขตจะเป็นลูกเสีย
(๓) ถ้าฝ่ายใดทำลูกเสียหรือทำผิดกติกาจะเสีย ๑ คะแนน
(๔) เมื่อเริ่มเล่นใหม่ ให้เริ่มตีลูกบอลจากเส้นเขตหลังใหม่
(๕) เมื่อจบการเล่น ฝ่ายใดได้คะแนนมากที่สุด เป็นฝ่ายชนะ
๒ เกมนำไปสู่กีฬา
เกมนำไปสู่กีฬา เป็นเกมที่มีกติกามากขึ้นกว่าเกมเบ็ดเตล็ด และกติกาและวิธีเล่นจะมุ่งไปสู่การเป็นทักษะพื้นฐานสำคัญของการเล่นกีฬาโดยเกมนำไปสู่กีฬาที่น่าสนใจ มีดังนี้
๑) เกมโยนลูกบอลลงห่วง
(๑) แบ่งผู้เล่นออกเป็นกลุ่มกลุ่มละเท่า ๆ กัน
(๒) ให้แต่ละกลุ่มยืนเป็นแถวตอน และกำหนดเส้นเริ่มเป็นจุดโยนลูกบอล
(๓) ให้แต่ละกลุ่มเลือกตัวแทนมากลุ่มละ ๑ เป็นผู้ถือตะกร้า แล้วมายืนอยู่ที่จุดโยนลูกบอล
(๔) เริ่มเล่น ให้คนที่ยืนหน้าสุดส่งลูกบอลข้ามศีรษะต่อกันจนถึงคนสุดท้าย เมื่อคนสุดท้ายรับลูกบอลได้แล้ว ให้วิ่งไปที่เส้นเริ่มต้น แล้วจึงโยนลูกบอลให้ลงตะกร้า แล้ววิ่งไปต่อหัวแถว
(๕) ผู้ถือตะกร้าส่งลูกบอลกลับไป แล้วเริ่มเล่นเช่นเดิม
(๖) เมื่อเล่นครบทุกคนแล้ว แถวใดเล่นเสร็จก่อนและโยนลูกบอลลงตะกร้าได้มากที่สุด จะเป็นฝ่ายชนะ
๒) เกมส่งลูกบอล
(๑) แบ่งสนามออกเป็น ๒ ฝั่ง และมีตาข่ายขึงไว้ที่กึ่งกลางของสนาม
(๒) แบ่งผู้เล่นออกเป็น ๒ ฝ่าย ฝ่ายละเท่า ๆ กัน แล้วเสี่ยงทายว่าฝ่ายใดจะได้เริ่มเล่นก่อน
(๓) เริ่มเล่นโดยให้ฝ่ายตรงข้าม แล้วผลัดกันตีโต้ไปมา โดยต้องไม่ให้ลูกบอลตกพื้นทั้งในสนามและนอกสนาม
(๔) ให้ผู้เล่นตีลูกบอลโดยใช้แขน ข้อมือ ท่อนแขน หรือใช้ศีรษะโหม่งก็ได้ แต่ห้ามให้อวัยวะส่วนอื่นๆ
(๕) ให้ผู้เล่นแต่ละฝ่ายตีลูกบอลฝ่ายละกี่ครั้งก็ได้ แต่ห้ามพักลูก คือ จับหรือหยุดลูกบอลแล้วตี
(๖) ถ้าฝ่ายใดทำผิดกติกา จะเสียคะแนนครั้งละ ๑ คะแนน และถือว่าเป็นลูกเสีย ต้องให้ฝ่ายตรงข้ามเริ่มเล่นลูกบอลใหม่
(๗) เมื่อจบการแข่งขัน ถ้าฝ่ายใดเสียคะแนนมากกว่าเป็นฝ่ายแพ้
๓) เกมเลี้ยงบอลยิงประตู
(๑) แบ่งผู้เล่นออกเป็น ๒ ฝ่าย ฝ่ายละเท่า ๆกัน แล้วให้แตะละฝ่ายเข้าแถวตอนห่างจากประตูประมาณ ๑๐ เมตร
(๒) ให้แต่ละฝ่ายหาผู้รักษาประตูฝ่ายละ ๑ คน ยืนอยู่ตรงประตู
(๓) เริ่มเล่น ให้ผู้เล่นคนแรกเลี้ยงลูกบอลด้วยมือไปที่ประตู เมื่อถึงเส้น ๕ เมตร หรือเขตยิงประตู ให้ขว้างหรือปาลูกบอลให้เข้าประตู
(๔) ผู้รักษาประตูต้องพยายามป้องกันไม่ให้ลูกบอลเข้าประตูด้วยการใช้มือหรือเท้าปัดลูกบอลก็ได้
(๕) ผู้ที่เล่นลูกบอลแล้วให้ไปต่อท้ายแถว จากนั้นให้ผู้เล่นคนอื่นทำเหมือนคนแรก
(๖) เมื่อเล่นครบทุกคนแล้ว ถ้าฝ่ายใดยิงลูกบอลเข้าประตูได้มากที่สุดเป็นฝ่ายชนะ
ขอขอบคุณเนื้อหาจาก บริษัทอักษรเจริญทัศน์
จากหนังสือ แม่บทมาตรฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๓ พิมพ์ครั้งที่ ๒
















