การปฐมพยาบาล

การปฐมพยาบาล

ในชีวิตประจำวัน คนเราอาจพบเจอกับผู้ได้รับบาดเจ็บต่าง ๆ ซึ่งผู้บาดเจ็บเหล่านั้นต้องการความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยดังนั้นการช่วยเหลือเบื้องต้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ช่วยเหลือควรทำ

             ลองคิดดูสิว่า ถ้าเราพบผู้บาดเจ็บ เราควรทำอย่างไร

             ๑ ตั้งสติให้มั่นคง ไม่ตกใจกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

             ๒ ควรคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเราก่อน

             ๓ พิจารณาว่า เรามีความรู้เพียงพอที่จะช่วยเหลือหรือไม่

             ๔ พิจารณาผู้บาดเจ็บว่าได้รับบาดเจ็บมากน้อยเพียงใด และควรช่วยเหลือส่วนใดก่อน

             ๕ ถ้ามีบาดแผลรุนแรงมาก ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที

๑ เลือดกำเดาออก

             เลือดกำเดาออก เกิดจากการถูกชกต่อย หกล้ม ใช้นิ้วแคะจมูก แล้วทำให้หลอดเลือดฝอยของเยื้อบุจมูกฉีกขาด

วิธีปฐมพยาบาล

๑)  นั่งนิ่ง ๆ  โน้มศีรษะไปข้างหน้าใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชีบีบรูจมูกเข้าหากัน

๒) ไม่ควรนำผ้าหรือสำลียัดเข้ารูจมูกเพื่อห้ามเลือดด้วยตนเอง

๓) ไม่ควรหงายหน้าไปด้านหน้าเพราะเลือดกำเดาจะเข้าไปทางคอเข้ากระเพาะอาหาร จนเกิดอาเจียนได้

๒ น้ำร้อนลวก

น้ำร้อนลวก เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในขณะยกหรือถ่ายเทของร้อน เช่น น้ำต้ม น้ำแกง น้ำมัน เป็นต้น

วิธีปฐมพยาบาล

๑) ถ้าถูกน้ำร้อนลวกไม่รุนแรง ให้แช่บาดแผลในน้ำเย็นสักครู่หรือใช้ผ้าชุบน้ำเย็นโปะไว้ เพื่อลดความร้อนบริเวณนั้น แล้วทายารักษาแผลน้ำร้อนลวก

๒) ถ้าถูกน้ำร้อนลวกรุนแรง ให้รีบพาผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลทันที

๓) สิ่งแปลกปลอมเข้าตา

สิ่งแปลกปลอม เช่น เศษฝุ่นละออง ขนตา เป็นต้น เข้าไปในเปลือกตาหรือลูกตา แล้วเกิดอาการระคายเคือง เจ็บตา น้ำตาไหล

วิธีปฐมพยาบาล

๑) ไม่ควรขยี้ตา ให้ลืมตาในน้ำสะอาดแทนแล้วกรอกตาไปมาจนสิ่งแปลกปลอมหลุดออกมา

๒) ถ้ามองเห็นสิ่งแปลกปลอมอยู่ ให้เปิดเปลือกตาขึ้น ใช้มุมผ้าบางๆ ที่สะอาดหรือใช้สำลีพันปลายไม้เขี่ยออก

๓) ถ้าสิ่งแปลกปลอมฝังคาอยู่ในตา ไม่ควรเขี่ยออก แต่ให้ใช้ผ้าก๊อซสะอาดปิดตา แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาล

๔ ผู้บาดเจ็บถูกควันหรือไอพิษ

ผู้บาดเจ็บสูดดมก๊าซหุงต้น ควันแอมโมเนียจากเครื่องทำความเย็นไอเสียจากรถยนต์ และควันจากเพลิงไหม้

วิธีปฐมพยาบาล

๑) ให้รีบพาผู้บาดเจ็บหนีออกมาอยู่ในที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์

๒) ถ้าผู้บาดเจ็บแสบตา มีน้ำตาไหลให้ใช้น้ำสะอาดล้างตามาก ๆ

๓) ถ้าผู้บาดเจ็บหายใจไม่ออกควรรีบทำการผายปอดให้ผู้ป่วยทันทีแล้วรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

๕ ผู้บาดเจ็บโดนสารเคมี

สารเคมี เช่น โซดาไฟ น้ำยาขัดห้องน้ำ เป็นต้น อาจมาถูกผิวหนังแล้วทำให้ผู้ที่ถูกสารเคมีเกิดอาการต่าง ๆ เช่น ผิวหนังปวดแสบปวดร้อนและบวม เป็นแผลไหม้พุพอง เป็นต้น

วิธีปฐมพยาบาล

๑) ถ้าสารเคมีถูกเสื้อผ้า ให้ถอดหรือตัดเสื้อผ้าส่วนนั้นออกโดยเร็ว

๒) ถ้าสารเคมีเข้าตา ให้รีบล้างตาด้วยน้ำสะอาด แล้วไปพบแพทย์

๓) ถ้าสารเคมีโดนผิวหนัง ให้แช่หรือจุ่มอวัยวะส่วนนั้นลงในอ่างหรือเปิดก๊อกน้ำให้น้ำไหลชะล้างตรงบริเวณนั้นนาน ๆ

๔) ถ้าบาดแผลไม่ลึกให้ทำแผล แต่ถ้าลึกมากควรรีบไปพบแพทย์

๖ การเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ

การเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บที่ประสบอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่จำเป็นและเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ผู้ให้การปฐมพยาบาลต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและต้องไม่ให้ผู้บาดเจ็บได้รับอันตรายเพิ่มมากขึ้น

วิธีเคลื่อนย้าย

การเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บออกจากที่เกิดเหตุมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับสภาพของผู้บาดเจ็บ และอาการของผู้บาดเจ็บ ดังนี้

๑) ถ้าผู้บาดเจ็บเป็นเด็กหรือเป็นผู้ที่มีน้ำหนักตัวไม่มาก ให้ใช้วิธีอุ้มไป

๒) ถ้าผู้ป่วยบาดเจ็บเล็กน้อยและรู้สึกตัวดี ให้ผู้ปฐมพยาบาลจับแขนของผู้บาดเจ็บพาดบ่า ใช้มืออีกข้างหนึ่งโอบเอวและพยุงเดิน โดยก่อนเคลื่อนย้ายต้องบอกผู้บาดเจ็บเสมอว่าจะไปทางด้านใด

๓) ถ้าผู้บาดเจ็บรู้สึกตัวและใช้แขนทั้งสองได้ใช้วิธีอุ้มประสานแคร่ คือ ผู้ให้การปฐมพยาบาลใช้มือขวาจับที่ข้อมือซ้ายของตน และใช้มือซ้ายจับที่ข้อมือขวาของผู้ปฐมพยาบาลอีกคน แล้วให้ผู้บาดเจ็บนั่ง เอาแขนพาดจับบ่าผู้ช่วยเหลือ แล้วให้ผู้ช่วยเหลือเดินหน้าไปทางทิศเดียวกัน


ขอขอบคุณเนื้อหาจาก บริษัทอักษรเจริญทัศน์
จากหนังสือ แม่บทมาตรฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๓ พิมพ์ครั้งที่ ๒

 

ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง