อุบัติเหตุจากการเดินทาง

อุบัติเหตุจากการเดินทาง

ในปัจจุบัน คนเรามีการเดินทางตามสถานที่ต่าง ๆ ตลอดเวลาการเดินทางแต่ละครั้ง อาจเดินทางด้าวยเท้า รถ เรือ หรือเครื่องบิน บางครั้งอาจเดินทางได้ราบรื่น แต่บางครั้งอาจพบเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขณะเดินทางได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สิน ได้รับบาดเจ็บจนถึงเสียชีวิตได้ โดยที่เรียกเหตุการณ์นี้ว่า อุบัติเหตุจากการเดินทาง

๑ อุบัติเหตุจากการเดินทางทางบก

             อุบัติเหตุจากการเดินทางทางบก เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นขณะเดินทางด้วยเท้าตามถนน หรือโดยสารรถต่าง ๆ เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ ดังนี้

             - เกิดจากความประมาท ความคึกคะนอง เช่น รถฝ่าไฟแดง

             - เกิดจากขาดความรู้ ความชำนาญ เช่น ผู้ขับขี่ไม่ชำนาญทาง

             - เกิดจากการไม่ปฎิบัติตามกฏจราจรและข้อบังคับเรื่องความปลอดภัย เช่น ขับรถด้วยความเร็วเกินอัตราที่กำหนด

             - เกิดจากสภาพร่างกายที่ไม่พร้อมของผู้ขับขี่ เช่น ผู้ขับขี่เมาสุรา

             - เกิดจากสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศที่ไม่ดี เช่น ถนนลื่น

๑) ข้อควรปฎิบัติขณะเดินทางตามถนน ควรปฎิบัติ ดังนี้

             - เดินบนทางเท้าชิดด้านใน แต่ถ้าไม่มีทางเท้า ควรเดินชิดไหล่ทางด้านขวา เพื่อให้เห็นรถที่สวนมา

             - ควรเดินข้ามถนนตรงบริเวณทางข้าม ได้แก่ ทางม้าลายสะพานลอย และก่อนข้ามถนนมองถนนให้แน่ใจ โดยมองขวา มองซ้าย มองขวา ว่าปลอดภัย แล้วจึงข้าม

             - สวมใส่เสื้อผ้าสีขาวหรือสีสว่างขณะเดินบนถนนกลางคืนเพื่อให้ผู้ขับขี่รถสามารถเห็นได้ชัดเจน

             - ไม่วิ่งเล่นหรือผลักเพื่อนขณะเดินทางตามถนน

๒) ข้อควรปฏิบัติขณะเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางหรือรถไฟควรปฎิบัติ ดังนี้

             - ยืนคอยรถโดยสารต่าง ๆ ที่ป้ายหยุดรถโดยสารบนทางเท้าและห่างขอบทางเข้าไปด้านใน

             - ถ้าเป็นรถไฟฟ้าควรยืนรอหลังเส้นเหลืองที่พื้นชานชลา

             - เมื่อรถโดยสารมาจอดชิดขอบทางและจอดสนิท ควรรอให้ผู้โดยสารลงจากรถก่อน แล้วจึงขึ้นไป

             - ขึ้นหรอลงรถให้เป็นระเบียบ ไม่ควรผลักกัน

             - เมื่อขึ้นรถแล้ว ควรหาที่นั่ง แต่ถ้ารถไม่มีที่ว่าง ควรจับราวหรือพนักพิงให้มั่นคง

             - ไม่ควรยืนใกล้ประตูรถหรือยืนห้อยโหนอยู่ที่ประตูรถ

             - ถ้าพบคนชรา ควรให้คนชราขึ้นรถก่อน หรือลุกให้นั่ง

             - ถ้าต้องการลงจากรถโดยสารควรกดกริ่งให้สัญญาณกับพนักงานขับรถแล้วไปยืนคอยที่ประตูรถ

             - ลงรถเมื่อรถจอดชิดขอบทางและหยุดสนิทก่อน

             - ถ้าโดยสารรถไฟหรือรถไฟฟ้า ห้ามลงไปบนรางรถไฟ

๓) ข้อควรปฎิบัติในการขับขี่รถ ควรปฎิบัติ ดังนี้

             (๑) ปฎิบัติตามกฏจราจรเพื่อความปลอดภัย

                  ๑ สัญญาณไฟ เป็นสัญญาณที่ใช้ควบคุมการจราจรโดยมีโคมสัญญาณอย่างน้อย ๓ ดวง คือ สัญญาณสีแดง สีเหลืองอำพัน และสีเขียว ซึ่งแต่ละดวงมีความหมาย ดังนี้

                             สีแดง                  หมายถึง            รถทุกคันต้องหยุด

                             สีเหลืองอำพัน        หมายถึง            รถทุกคันเตรียมจะหยุด

                             สีเขียว                 หมายถึง            รถทุกคันผ่านไปได้

             (๒) สวมหมวกกันน็อกและคาดเข็มขัดนิรภัยขณะขับขี่รถ

             (๓) ให้สัญญาณมือหรือสัญญาณไฟเลี้ยวก่อนเลี้ยวทุกครั้ง

             (๓) ให้สัญญาณมือหรือสัญญาณไฟเลี้ยวก่อนเลี้ยวทุกครั้ง

             (๔) ไม่ขับขี่ตัดหน้าคันอื่นอย่างกระชั้นชิดหรือแซงสวนเลน

             (๕) ไม่ดื่มสุรา หรือเสพสารเสพติดขณะขับขี่รถ

๒ อุบัติเหตุจากการเดินทางทางน้ำ

             อุบัติเหตุจากการเดินทางทางน้ำมีหลายอย่าง เช่น เรือล่ม ผู้โดยสารจมน้ำ เป็นต้น ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น เรือชนกัน เรือมีการบรรทุกคนหรือสิ่งของเกินอัตรา เรือรั่วหรือชำรุด เป็นต้น

             ข้อควรปฏิบัติขณะเดินทางทางน้ำ

             (๑) ขณะรอลงเรือควรรอที่ฝั่งหรือบนท่า

             (๒) ขณะขึ้นลงเรือควรรอให้เรือจอดเทียบท่าเรียบร้อยก่อน

             (๓) เมื่อลงเรือแล้วควรเดินเข้าไปในตัวเรือ ไม่ควรนั่งที่กราบเรือ

             (๔) ถ้าโดยสารเรือทางไกล ควรสวมเสื้อชูชีพทุกครั้ง

             (๕) ผู้ที่โดยสารเรือเป็นประจำ ควรมีทักษะในการว่ายน้ำ

             (๖) ไม่ควรโดยสารเรือที่บรรทุกน้ำหนักเต็มอัตราแล้ว

๓ อุบัติเหตุจากการเดินทางทางอากาศ

             อุบัติเหตุจากการเดินทางทางอากาศ เช่น เครื่องบินตก อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่ สภาพเครื่องบินที่ชำรุด สภาพอากาศที่มีพายุ

             ข้อควรปฎิบัติขณะโดยสารเครื่องบิน

             (๑) ปฎิบัติตามกฏ ระเบียบ ของการขึ้นเครื่องบินอย่างเคร่งครัด

             (๒) คาดเข็มขัดประจำที่นั่งขณะเครื่องบินกำลังบินขึ้นหรือบินลง

             (๓) ถ้ามีปัญหา ควรขอความช่วยเหลือจากพนักงานบนเครื่องบิน

๔  การสื่อสารเพื่อขอความช่วยเหลือ

             เมื่อคนเราต้องพบเจอกับอุบัติเหตุต่าง ๆทั้งเกิดกับตัวเองและผู้อื่นเราจึงต้องมีการขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น ดังนี้

             ๑) ร้องขอความช่วยเหลือ ด้วยคำว่า ช่วยด้วย ๆ เพื่อให้ผู้ที่อยู่ใกล้เคียงช่วยเหลือ

             ๒) ทำสัญญาณท่าทาง เช่น โบกมือ ปรบมือ กระแทกเท้า เป็นต้น

             ๓) โทรศัพท์แจ้งเหตุ โทรศัพท์ไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยแจ้งลักษณะที่เกิดขึ้น สถานที่เกิดเหตุ

             เมื่อเกิดเหตุที่ไม่ปลอดภัยต่อตนเองหรือผู้อื่น นักเรียนอาจขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานนีตำรวจ โรงพยาบาลหน่วยดับเพลิง ที่ว่าการอำเภอ หน่วยกู้ภัย เป็นต้น


ขอขอบคุณเนื้อหาจาก บริษัทอักษรเจริญทัศน์
จากหนังสือ แม่บทมาตรฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๓ พิมพ์ครั้งที่ ๒

 

ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง
#Trending now
admission 58admissionAd58AdGang58อาเซียนaecเกมเกมส์คิดเลขเกมคณิตศาสตร์วาตภัยภัยธรรมชาติพายุฟิลเลอร์กลูต้ากลูต้าไธโอนกลูต้าผิวขาวผลเสียกลูต้าผลเสียฟิลเลอร์ข่าวข่าวเด่นเรียนต่อทุนทุนเรียนต่อทุนการศึกษาclearing houseเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ค้นหาตัวเองปฎิทินสอบสพฐศธเปิดเทอมunseen Thailand travel amazingประกาศผลONETGAT PATติวติวGATเชื่อมโยงภาษาญี่ปุ่นความถนัดภาษาจีนรายงานเกษตรห้องเรียนกลับทางเกมส์การเรียนรู้โรงเรียนพ่อแม่ข่าวการศึกษาเรียนต่อต่างประเทศข้อสอบคลังข้อสอบข่าวadmissionสอบตรงสอบตรง58แอดมิชชั่นข่าวกิจกรรมสาระน่ารู้รับตรงรับตรง58โควตาวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์สังคมภาษาไทยแนะแนวกลอนสามเณร ถ่ายทอดธรรมะว วชิระเมธีดูย้อนหลังไฮไลท์liveธรรมบรรพชาวันพระวันโกนฝนฤดูฝนสุขภาพหน้าฝนเข้าพรรษาตักบาตรฮา ๆ น่ารัก ท่องเที่ยวคลิปเด็ดคลิปรวมคลิปเด็ดeco tripเที่ยวต่างประเทศติวเข้มสอบเข้าสัมภาษณ์สอบเข้า ม.1สอบเข้า เตรียมสอบเข้าสาธิตสอบเข้ามหิดลสอบเข้าสวนกุหลาบทดลองวิทย์โทษข่มขืนประหารชีวิตสืบ นาคะเสถียรปิยะมหาราชเก่งอังกฤษฮอร์โมนcar free dayจักรยานcu tepรับน้องชิงรางวัลrising sunทัวร์ถูกสอบเข้า ม.1อีโบล่าตึกถล่มpage9เพจ 9kaoplookpanyaสามเณรปลูกปัญญาธรรมtruelittlemonk 
กลับด้านบน