การเจริญเติบโต

การเจริญเติบโต
      เราสังเกตเห็นว่า เมื่อเราโตขึ้น ร่างกายของเรามีการเปลี่ยนแปลง เช่น มีส่วนสูงและน้ำหนักเพิ่มขึ้น แขนและขายาวขึ้น แล้วรู้จักการแสดงความรักต่อพ่อแม่ เชื่อฟังพ่อแม่ เป็นต้น ลักษณะการเปลี่ยนแปลงนี้เรียกว่า การเจริญเติบโต

นอกจากการเจริญเติบโตของร่างกายแล้ว เราอาจจะสังเกตได้ว่าเราสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้มากขึ้นกว่าเดิม เช่น อ่านหนังสือได้ ท่องสูตรคูณ แต่งกายด้วยตนเองได้ เป็นต้น และสามารถควบคุมอารมณ์ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เรียกว่า พัฒนาการคนทุกคนที่เกิดขึ้นมาจะมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราจะสังเกตเห็นความแตกต่างกันไปตามช่วงอายุ ดังนี้

วัยก่อนคลอด คือ ช่วงตั้งแต่ถือกำเนิดขึ้นมาในท้องแม่จนถึงคลอด ในช่วงนี้โครงสร้างของร่างกายและอวัยวะต่าง ๆ จะเริ่มก่อตัวขึ้น แล้วจะมีการเจริญเติบโตทางกายอย่างรวดเร็วมาก และจะได้รับผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมต่าง  ๆไวมาก เช่น เมื่อแม่รู้สึกเครียด ลูกในท้องก็จะรู้สึกตามไปด้วย

วัยทารก คือ ช่วงอายุตั้งแต่คลอดจนถึงช่วงอายุประมาณ ๓ ปี เด็กในวัยนี้จะมีพัฒนาการทางกาย และทักษะการเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างรวดเร็วมาก เช่น ในช่วง ๔ เดือนแรก ปริมาณน้ำหนักจะเพิ่มขึ้น เป็น ๔ เท่าของแรกเกิด

เด็กในวัยนี้แม้จะยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แต่ก็มีความสามารถในการเรียนรู้และจดจำสิ่งใหม่รอบ ๆ ตัว เข้าใจภาษาพูดและมีทักษะในการพูดเร็วมาก เริ่มมีความสนใจในเด็กคนอื่น ๆ และมีความผูกพันกับพ่อแม่มาก

วัยเด็กตอนต้น หรือ ปฐมวัย คือ ช่วงอายุตั้งแต่ ๓ – ๖ ปี เด็กในวัยนี้จะมีกล้ามเนื้อที่พัฒนาขึ้นมาก สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวและการทรงตัวในท่าต่าง ๆ ได้ดีขึ้น รู้จักช่วยตัวเองและดูแลตัวเองเพิ่มขึ้น

เด็กในวัยนี้จะสามารถแสดงอารมณ์ได้หลากหลายทั้งอารมณ์รัก โกรธ เศร้า เหงา โดยเด็กจะสามารถปรับเปลี่ยนอารมณ์และระงับอารมณ์ได้บ้าง เด็กจะเริ่มรู้จักคบเพื่อน รู้จักการเล่นต่าง ๆ รวมทั้งใช้จินตนาการในการเล่นสมมุติ โดยมักจะเป็นเรื่องภายในครอบครัวซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ครอบครัวยังมีความสำคัญต่อเด็กวัยนี้

วัยเด็กตอนกลาง หรือวัยเรียน คือ ช่วงอายุ ๖ – ๑๒ ปี เด็กในวัยนี้สามารถใช้กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กพัฒนา มีพละกำลังมาก ชอบเคลื่อนไหวมีการประสานงานในระบบประสาทและการเคลื่อนไหวทำให้ทำงานสอดคล้องกันได้ เช่น ตีเทนนิสได้ ซึ่งเป็นการประสานการทำงานระหว่างมือและตา

เด็กในวัยนี้จะมีความสามารถทางความคิด มีความจำและความสามารถด้านภาษามากขึ้น ทำให้เรียนวิชาต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้สามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างเข้าใจ และเริ่มเห็นความสำคัญของการมีเพื่อน

วัยรุ่น คือ ช่วงอายุตั้งแต่ ๑๓ – ๑๙ ปี ในวัยนี้มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายมากและมีลักษณะของแต่ละเพศอย่างชัดเจน เช่น แขนและขายาว มีขนขึ้นตามร่างกาย เพศหญิง มีหน้าอกขยายและมีประจำเดือน เป็นต้น

เด็กวัยนี้มีการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์อย่างรวดเร็วมาก เช่น รักง่าย โกรธง่าย เป็นต้น จนเกิดความสับสนว่าตนเองต้องการอะไรจึงต้องค้นหาตนเองเป็นสำคัญ

วัยรุ่นนิยมคบเพื่อนเป็นกลุ่ม เพื่อนจึงมีอิทธิพลต่อเด็กในทุกด้านและวัยรุ่นยังต้องการการยอมรับจากกลุ่มเพื่อนๆ ทำให้เกิดพฤติกรรมที่ผู้ใหญ่อาจไม่เข้าใจ จนนำไปสู่การเกิดปัญหาช่องว่างระหว่างวัยได้

วัยผู้ใหญ่ คือ ช่วงอายุ ๒๐ – ๖๐ ในช่วงต้นของวัยจะมีพัฒนาการทางด้านร่างกายอย่างเต็มที่แต่ในช่วงท้ายของวัย หรือที่เรียกว่า วัยทอง ร่างกาย จะเริ่มเสื่อมสภาพลง

ในวัยผู้ใหญ่ จะมีกระบวนการคิดที่ซับซ้อนมากขึ้น เริ่มรู้จักคิดไตร่ตรองมากขึ้น คนในวัยนี้มีบทบาทหน้าที่ของพ่อแม่ ทำให้มีความรับผิดชอบมากขึ้นและเมื่อถึงช่วงท้ายของวัย อาจกังวลกับความไม่เที่ยงแท้ของชีวิตได้ จนทำให้เกิดความแปรปรวนทางอารมณ์

วัยผู้สูงอายุ หรือ วัยชรา ในช่วงวัยนี้การทำงานของอวัยวะเริ่มเสื่อมลง เช่น ผิวหนังเหี่ยว ฟันหลุด เป็นต้น สติปัญญาและความจำเริ่มเสื่อมลง

ผู้ที่อยู่ในวัยนี้จะมีบทบาทหน้าที่ลดลง จนทำให้เกิดความรู้สึกขาดคุณค่าในตนเอง แล้วยังต้องเผชิญกับความตายของผู้เป็นที่รักจนอาจทำให้เกิดความซึมเศร้าดังนั้น ผู้ที่อยู่ในวัยนี้จึงควรเรียนรู้ที่จะปรับตัวเองเพื่อเผชิญกับการสูญเสียต่าง ๆ ได้

นักเรียนสามารถดูแลการเจริญเติบโตและพัฒนาการของตนเองได้โดยการวัดส่วนสูงและชั่งน้ำหนัก แล้วนำไปเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน รวมถึงการสังเกตการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น คิดเลขในใจวาดภาพ คัดตัวหนังสือ เป็นต้น

ถ้านักเรียนมีน้ำหนักและส่วนสูงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน สามารถปฎิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ได้ แสดงว่านักเรียนมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่สมวัย  แต่ถ้านักเรียนมีพัฒนาการที่ไม่ดีขึ้น นักเรียนควรปรับปรุงแก้ไข เช่น ควรลดกินขนมหวานและหมั่นออกกำลังกาย เป็นต้น การรู้จักปรับปรุงแก้ไขการเจริญเติบโตและพัฒนาการ จะทำให้เรามีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี


ขอขอบคุณเนื้อหาจาก บริษัทอักษรเจริญทัศน์
จากหนังสือ แม่บทมาตรฐาน สุขศึกษาและพลศึกษา ป.๑ พิมพ์ครั้งที่ ๒

 

#Trending now
AdGang59 ,Adgang60 ,ข่าวครู ,สื่อการสอน ,แผนการสอน ,เทคนิคการสอน ,สอบครู ,ข่าวครู ,admissions 59 ,admissions 60 ,ad59 ,ad60 ,admissions ,สอบตรง 59 ,รับตรง 59 ,สอบตรง 60 ,รับตรง 60 ,ข้อสอบรับตรง ,อาเซียน ,AEC ,ข่าวกิจกรรม ,ข่าวทุน ,ข่าวเด่น ,เรียนต่อ ,ทุน ,ทุนเรียนต่อ ,ทุนการศึกษา ,clearing house ,เคลียร์ริ่งเฮ้าส์ ,ค้นหาตัวเอง ,ปฎิทินสอบ ,ONET ,GAT ,PAT ,ติว ,ติว GAT ,ติว PAT ,GAT เชื่อมโยง ,โครงงานวิทยาศาสตร์ ,โครงงาน ,เรียนต่อต่างประเทศ ,ข้อสอบ ,คลังข้อสอบ ,ข่าว admissions ,แอดมิชชั่น ,สาระน่ารู้ ,โควตา ,แนะแนว ,สามเณร ,ธรรมะ ,ว.วชิรเมธี ,ธรรม ,ท่องเที่ยว ,คลิปเด็ด ,รวมคลิปเด็ด ,คลิปเด็ดแปลไทย ,ติวเข้ม ,สอบเข้า ,สอบสัมภาษณ์ ,สอบเข้า ม.1 ,สอบเข้า ม.4 ,สอบเข้าเตรียมอุดมฯ ,สอบเข้าสาธิต ,สอบเข้ามหิดล ,ทดลองวิทย์ ,ฮอร์โมน ,Hormone ,จักรยาน ,CU TEP ,TU GET ,สามเณรปลูกปัญญาธรรม ,truelittlemonk ,ของเล่นวิทยาศาสตร์ ,เพลงชาติไทย ,วิศวะ จุฬา ,บัญชี จุฬา ,สอบทุน ,Smart Exams ,TOEIC ,TOEFL ,สูตรลัดคณิตศาสตร์ ,วิสาขบูชา ,หน้าหนาว ,เชียงใหม่ ,เชียงราย ,เงินเดือนครู ,ครูผู้ช่วย ,สมัครสอบครู ,ข้อสอบ o-net ป.6 
กลับด้านบน