การขยายพันธุ์พืช
การขยายพันธุ์พืชโดยวิธีปักชำ
การปักชำ คือ การตัดส่วนหนึ่งส่วนใดของพืช เช่นใบ กิ่งก้าน ลำต้น หรือราก ออกจากต้นเดิมไปเก็บไว้ในที่ที่มีสภาพสิ่งแวดล้อมเหมาะสม ส่วนต่าง ๆ ของพืชดังกล่าวจะออกรากและแตกยอดอ่อนเจริญเติบโตเป็นต้นใหม่ต่อไปได้ การปักชำเป็นวิธีการขยายพันธุ์ที่นิยมใช้กันมากกับพืชประเภทไม้ดอก ไม้ประดับ และไม้ผลบางชนิดที่ออกรากได้ง่าย เช่น ชมพู่ ฝรั่ง ลำใย องุ่น และส้ม เป็นต้น
การขยายพันธุ์พืชโดยวิธีตอนกิ่ง
การตอนกิ่ง คือ การทำให้กิ่งนั้นออกรากอยู่กับต้นเดิม เมื่อกิ่งออกรากจำนวนมากและแข็งแรงดีแล้ว จึงตัดออกจากต้นเดิมและนำไปปลูกเพื่อเป็นพืชต้นใหม่ต่อไป การขยายพันธุ์วิธีนี้อาจจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติก็ได้ เช่น การที่กิ่งหรือลำต้นเลื้อยลงมาสัมผัสกับดินแล้วเกิดรากและแตกต้นใหม่ เช่น สตรอบอรี่ หรือเกิดจากการกระทำ ของมนุษย์โดยนำเอาดินหรือวัสดุอื่น ๆ ไปหุ้มกิ่งเพื่อให้ส่วนนั้นออกราก
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จของการตอนกิ่ง
การตอนกิ่งจะประสบผลสำเร็จ กิ่งตอนออกรากมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับปัจจัยที่สำคัญ ๆ ดังนี้
1. การทำให้กิ่งสะสมอาหารและสารบางชนิดที่จำเป็นต่อการออกรากในบริเวณที่ทำการตอนกิ่งจะออกรากได้ดีและเร็วจะต้องทำให้กิ่งเกิดการสะสมอาหารและสารบางชนิดที่จำเป็นต่อการออกรากรอบ ๆ บริเวณที่ทำการตอน โดยวิธีการทำให้กิ่งเกิดแผลหรือควั่นกิ่งเพื่อตัดท่อลำเลียงอาหารที่พืชปรุงขึ้นมาได้จากใบที่ส่งไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ท่อลำเลียงอาหารของพืช คือ ส่วนที่เป็นเปลือก ดังนั้น เมื่อควั่นกิ่งเปลือกหรือทำให้กิ่งเป็นแผล อาหารและสารบางอย่างที่พืชส่งมาไม่สามารถผ่านไปได้ จะเกิดการสะสมขึ้นเหนือบริเวณที่ทำแผลหรือรอยควั่นเมื่อมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นประกอบกับสภาพสิ่งแวดล้อมเหมาะสมพืชจะสร้างรากขึ้นมา
2. การสร้างสภาพสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมแก่การออกราก ตามธรรมชาติการออกรากของพืชจะเกิดขึ้นเมื่อได้รับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เช่นความชื้นเพียงพอและสม่ำเสมอ อุณหภูมิพอเหมาะ และไม่มีแสงสว่างมากเกินไป เพราะฉะนั้นจะต้องทำให้สภาพบริเวณรอบ ๆ ตอนมีความชื้นสูง มืดทึบ และอุณหภูมิพอเหมาะที่ทำการ
3. การดูแลรักษา ในระหว่างที่ทำการตอนหรือกิ่งพืชเริ่มออกจาก จะต้องหมั่นดูแลรักษาและควบคุมให้มีความสม่ำเสมอ ไม่ให้ได้รับการกระทบกระเทือนและความเสียหายจากมดแมลง และศรัตรูอื่น ๆ
เครื่องมือในการตอนกิ่ง
1. มีดตอนกิ่ง มีดตอนกิ่งจะต้องมีขนาดพอเหมาะเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงานสะอาดและคม เพื่อแผลที่กิ่งจะไม่ช้ำหรือได้รับการกระทบกระเทือน ที่นิยมใช้กันมาก ได้แก่ มีดขยายพันธุ์พืช มีดพับ และคัตเตอร์ เป็นต้น
2. วัตถุที่ใช้ในการตอนกิ่งหรือหุ้มกิ่ง เพื่อให้กิ่งตอนได้รับความชื้นสูงพอเหมาะและสม่ำเสมอตลอดจนป้องกันแสงสว่าง วัตถุที่ใช้ในการหุ้มกิ่งตอนจะต้องมีคุณสมบัติอุ้มความชื้นได้ดี สะอาด ไม่เป็นพิษแก่พืช เช่น ดินร่วน กาบมะพร้าว ขุยมะพร้าว เถ้าแกลบ เป็นต้น
3. วัสดุห่อหุ้มและป้องกันรักษาความชื้น เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงาน การเก็บรักษาความชื้นของวัตถุหุ้มกิ่งตลอดจนความสะดวกในการรักษา ควรใช้วัสดุหุ้มกิ่งอีกชั้นหนึ่ง เช่น ใบตองแห้ง แผ่นพลาสติก หรือวัสดุอื่น ๆ ที่สามารถหาได้ในท้องถิ่น ซึ่งมีคุณสมบัติสามารถป้องกันรักษาความชื้นไม่ให้รั่วไหลได้
4. เชือกมัดวัตถุหุ้มกิ่ง จะต้องมัดวัตถุหุ้มกิ่งให้แน่นและมั่งคนเพื่อไม่ให้โยกคลอนไปมา เชือกที่ใช้มัดจะต้องมีความแข็งแรกพอสมควร เช่น เชือกฟาง ตอก เชือกป่าน เป็นต้น
5. ฮอร์โมนหรือสารเคมีที่ช่วยกระตุ้นการออกรากของกิ่ง กิ่งพืชบางชนิดออกรากได้ยากและใช้เวลานาน การใช้ฮอร์โมนหรือสารเคมีบางชนิดทาบริเวณเหนือรอยแผลหรือรอยควั่น จะช่วยกระตุ้นให้กิ่งออกรากได้เร็วขึ้น เช่น NAA IBA เป็นต้น
การตอนกิ่งมีขั้นตอนดังนี้
1. การเลือกกิ่งตอน ควรเลือกกิ่งที่มีอายุไม่มากหรือแก่จนเกินไป เพราะจะทำให้ออกรากได้เร็วขึ้น ซึ่งสังเกตได้โดยกิ่งจะมีสีเขียวปนน้ำตาล เมื่อควั่นกิ่งจะลอกเปลือกออกได้ง่ายและกิ่งไม่มีขนาดไม่โตจนเกินไป ควรเลือกกิ่งที่ได้รับแสงแดดเต็มที่ เจริญเติบโตในแนวตั้ง มีความสมบูรณ์ไม่อยู่ในระยะกำลังออกดอกติดผล และเป็นกิ่งที่อยู่ในตำแหน่งที่สามารถปฏิบัติงานได้สะดวก
2. การควั่นกิ่ง เลือกบริเวณที่จะควั่นกิ่งให้อยู่ต่ำกว่าข้อเล็กน้อย ประมาณ 1-2 เซนติเมตร ห่างจากยอดประมาณ 15-20 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับขนาดของกิ่งและชนิดของพืช ใช้มีดคม ๆ กดลงที่เปลือกให้ถึงเนื้อไม้ แล้วหมุนมีดให้เป็นวงกลมรอบ ๆ กิ่ง ควั่นกิ่งให้เป็นสองรอย โดยห่างกันเท่ากับเส้นรอบวงของกิ่ง และใช้มีดกรีดเชื่อมรอยควั่นทั้งสอง แล้วลอกเปลือกออกจากรอยควั่นให้หมด หลังจากนั้นใช้สันมีดขูดเนื้อเยื่อเจริญที่ผิวเนื้อไม้บริเวณลอกเปลือกออกให้หมด เพราะถ้าไม่ขูดออกเนื้อเยื่อเจริญเหล่านี้จะเจริญกลายเป็นเปลือกและเป็นท่อลำเลียงอาหารขึ้นได้อีก จะมีผลทำให้ไม่เกิดการสะสมอาหารกิ่งนั้นจะไม่ออกราก ถ้าหากพืชที่ทำการตอนเป็นพืชที่มียางหรือเนื้อไม้แข็ง ออกรากยากหลังจากลอกเปลือกขูดเยื่อเจริญและเช็ดน้ำยางบริเวณรอยควั่นแล้ว อาจจะปล่อยทิ้งไว้ 5-17 วัน เพื่อให้รอยควั่นแห้งจึงทำการหุ้มกิ่งต่อไป
3. การหุ้มกิ่งตอน หมายถึง การนำเอาวัตถุบางชนิดที่มีคุณสมบัติในการช่วยทำให้กิ่งออกรากไปหุ้มรอบ ๆ แผลหรือบริเวณรอยควั่นเพื่อทำให้สิ่งแวดล้อมนั้นเหมาะสมกับการออกรากของกิ่งวัตถุดังกล่าวอาจเป็น ดินรวน ขุยมะพร้าว กาบมะพร้าว ถ่ายแกลบ ผ้ากระสอบป่านหรือวัตถุอื่น ๆ ก็ได้ การหุ้มกิ่งสามารถทำได้ดังนี้
3.1 หุ้มกิ่งด้วยกาบมะพร้าว จะต้องตัดกาบมะพร้าวที่ทุบจนเป็นแผ่นแบน ๆ ให้ได้ขนาดพอเหมาะ และนำไปแช่น้ำจนอิ่มตัว บีบน้ำออกเพียงเบา ๆ หุ้มให้รอบบริเวณรอยควั่นแลเหนือบริเวณรอยควั่นให้หนาพอสมควรมัดด้วยเชือกให้แน่นทั้งบริเวณเหนือรอยควั่นทั้งบนและล่างเพื่อป้องกันการโยกคลอน ตัดแต่งขอบกระเปาะให้เรียบ
3.2 หุ้มกิ่งด้วยดินร่วน จะต้องนำดินร่วนที่มีลักษณะหมาด ๆ พอหุ้มบริเวณรอยควั่น และเหนือบริเวณรอยควั่นเป็นกระเปาะหนาพอสมควร และใช้ใบตองแห้งหุ้มทับอีกครั้งหนึ่งเพื่อป้องกันการหลุดร่วงของดินพอก มัดด้วยเชือกให้แน่นเช่นเดียวกันกับหุ้มด้วยกาบมะพร้าว
3.3 หุ้มด้วยขุยมะพร้าวที่บรรจุในถุงพลาสติก นำขุยมะพร้าวที่แช่น้ำจนอิ่มตัวบรรจุลงในถุงพลาสติกขนาดเล็ก อัดให้แน่นและมัดปากถุงให้สนิท ใช้มีดกรีดด้านข้างของถุงเป็นแนวยาวจากปากถุงลงมาจนถึงก้นถุงนำไปหุ้มบริเวณรอยควั่นด้านบนพยายามดันกิ่งตอนให้เข้าอยู่ตรงกลางถุงให้มากที่สุด มัดให้แน่นด้วยเชือกเช่นเดียวกับวิธีอื่น
3.4 การป้องกันความชื้นภายในกระเปาะ กิ่งตอนจะออกรากได้มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับสภาพภายในกระเปาะตอนให้พอเพียงสม่ำเสมอ ซึ่งสามารถทำได้โดยการนำวัสดุป้องกันความชื้นไปห่อหุ้มกระเปาะตอนมิให้สูญเสียไปได้ง่ายและสะดวกแก่การดูแลรักษาไม่ต้องรดน้ำให้แก่กระเปาตอนบ่อย ๆ นอกจากนี้ยังช่วยให้กิ่งตอนออกรากเร็วขึ้น โดยใช้แผ่นพลาสติกที่ไม่มีรอยฉีกขาดตัดให้มีขนาดโตกว่ากระเปาะตอนพอสมควรและหุ้มให้รอบทุกส่วนของกระเปาะแล้วพับริมม้วนเข้าหากันและมัดให้แน่น จะช่วยให้รักษาความชื้นที่อยู่ในกระเปาะจนกิ่งออกรากไม่ต้องเสียเวลาในการรดน้ำ
3.5 การดูแลรักษากิ่งตอน การออกรากของกิ่งตอนต้องอาศัยอาหารที่สะสมอยู่ภายในกิ่งซึ่งได้จากการปรุงอาหารที่ใบ ฉะนั้นการดูแลรักษาให้กิ่งอยู่ในสภาพสมบูรณ์มีใบพอเพียงและได้รับแสงแดดสม่ำเสมอ ได้รับน้ำและแร่ธาตุอาหารสมบูรณ์จะทำให้กิ่งออกรากได้เร็ว รวมทั้งต้องดูและกระเปาะกิ่งตอนให้มีความชื้นเพียงพออยู่เสมอ โดยสังเกตจากไอน้ำที่เกาะอยู่ที่แผ่นพลาสติกที่หุ้มกระเปาะตอน และต้องคอยดูมดแลแมลงหรือสิ่งมีชีวิตอื่นที่จะทำลายกระเปาะ
3.6 การตัดกิ่งตอน พืชโดยทั่วไปจะออกรากประมาณ 1-2 เดือนแล้วแต่ชนิดแต่ชนิดของพืชการตัดกิ่งตอนพิจารณาดูจาก ปริมาณรากที่งอก รากเริ่มมีสีน้ำตาลและมีรากฝอยเกิดขึ้นบ้างแล้วถ้าเป็นกิ่งที่โตมีใบมากควรตัดแต่งกิ่งให้มีปริมาณลดลงป้องกันการคายน้ำ พืชบางชนิดที่มีความอ่อนแอจะต้องดูแลเป็นพิเศษอาจต้องควั่นกิ่งหรือบากกิ่งบริเวณใต้กระเปาะออกครั้งละน้อยๆ เพื่อให้กิ่งกระตุ้นให้รากทำงานก่อน การตัดกิ่งออกจากต้นเดิม
การขยายพันธุ์พืชโดยวิธีต่อกิ่ง
การต่อกิ่ง คือ การทำให้กิ่งนั้นออกรากอยู่กับต้นเดิม เมื่อกิ่งออกรากจำนวนมากและแข็งแรงดีแล้ว จึงตัดออกจากต้นเดิมและนำไปปลูกเพื่อเป็นพืชต้นใหม่ต่อไป การขยายพันธุ์วิธีนี้อาจจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติก็ได้ เช่น การที่กิ่งหรือลำต้นเลื้อยลงมาสัมผัสกับดินแล้วเกิดรากและแตกต้นใหม่ เช่น สตรอบอรี่ หรือเกิดจากการกระทำของมนุษย์โดยนำเอาดินหรือวัสดุอื่น ๆ ไปหุ้มกิ่งเพื่อให้ส่วนนั้นออกราก
ปัจจัยการต่อกิ่ง
1. กิ่งพันธุ์ดีและต้นตอที่นำมาต่อกิ่งนั้นต้องเป็นพืชตระกูลเดียวกัน คืนเมื่อทำการต่อกิ่งแล้วเนื้อเยื่อเจริญระหว่างต้นตอกับกิ่งพันธุ์ดีจะเชื่อมต่อกันได้
2. ขณะที่เชื่อมต่อกันต้องให้แนวเยื่อเจริญระหว่างกิ่งพันธุ์ดีกับต้นตอสัมผัสกัน และตรึงรอยแผลให้แน่น เพื่อให้รอยแผลเชื่อมต่อกันเร็วยิ่งขึ้น
3. การต่อกิ่งควรทำในฤดูที่เหมาะสมและควรอยู่ในระยะที่ตาพันธุ์กำลังพักตัว เพราะการต่อกิ่งส่วนใหญ่จะกระทำก่อนที่ตาพันธุ์จะเริ่มแตกยอดใหม่ สำหรับพืชที่ผลัดใบควรเก็บกิ่งพันธุ์ไว้ในที่เย็น โดยเลือกกิ่งที่แก่และทิ้งใบหมดแล้ว การเก็บไว้ในที่เช่นนี้ก็เพื่อไม่ให้ตาพันธุ์แตกยอดใหม่ขณะที่เก็บรักษาไว้
4. เมื่อต่อกิ่งพันธุ์กับต้นตอเสร็จเรียบร้อยแล้วต้องพันทับด้วยแผ่นพลาสติกเพื่อป้องกันกิ่งพันธุ์ดีแห้งก่อนที่จะเชื่อมติดต่อกับต้นตอ และป้องกันน้ำ เชื้อโรคต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังเป็นตัวบังคับกิ่งพันธุ์และต้นตอให้ตั้งตรงไปในทิศทางที่ต้องการรวมทั้งเป็นตัวช่วยในการเชื่อมประสานอีกด้วย
5. วิธีการต่อกิ่ง การต่อกิ่งที่หลายวิธีในที่นี่จะเสนอเฉาะการต่อกิ่งแบบลิ่มและแบบเสียบข้าง
การเตรียมต้นตอ
1. เลือกต้นตอให้เป็นแนวทางและไม่มีข้อ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1-4 นิ้ว ตัดเป็นแนวระดับ
2. ผ่าตรงกลางต้นตอให้ยาวประมาณ 1-1.5 นิ้วทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของต้นตอด้วย
การเตรียมกิ่งพันธุ์ดี
1. เฉือนกิ่งพันธุ์ให้เป็นรูปปากฉลามทั้งสองข้างโดยให้ด้านใดด้านหนึ่งหนายาวประมาณ 1 นิ้ว
2. กิ่งพันธุ์ควรให้มีตาข้างกิ่ง กิ่งละ 1-3 ตา
การประกบกิ่งพันธุ์กับต้นตอ
1. เสียบกิ่งพันธุ์ให้ตรงกับเนื้อเยื่อเจริญ โดยเอาด้านหลังที่มี่ความยาวกว่าอีกด้านหนึ่งไว้ด้านนอก
2. เมื่อเสียบกิ่งพันธุ์แนบสนิทแล้วพันทับด้วยแผ่นพลาสติกให้เรียบร้อย

































