ในห้องเรียน
อยากรู้ถามทรูปลูกปัญญา
ติดต่อทรูปลูกปัญญา
สำนวนไทย

สำนวนไทย หมายถึง คำกล่าวหรือถ้อยคำคมคายสั้นๆ ที่ผูกเข้าเป็นประโยคหรือกลุ่มคำ มีความหมายกระชับรัดกุม แต่มีความหมายไม่ตรงตามตัว

สำนวนไทย แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
1.สำนวน หมายถึง ถ้อยคำหรือข้อความที่กล่าวสืบต่อกันมาช้านานเเล้ว มีความหมายไม่ตรงตามตัวอักษร หรือมีความหมายอื่นแฝงอยู่ มีลักษณะเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งว่า เหมือนอีกสิ่งหนึ่ง หรือเป็นคำพูดที่ให้เเง่คิด เช่น
            ก่อร่างสร้างตัว                ขาวเหมือนสำลี
            ขับไล่ไสส่ง                    ขมเหมือนบอระเพ็ด
            หามรุ่งหามค่ำ                 ไม่มีใครแก่เกินเรียน

2. สุภาษิต หมายถึง ข้อความหรือถ้อยคำสั้นๆ ที่มีความหมายไปทางเเนะนำสั่งสอน เป็นคติสอนใจ เช่น
      ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
      ยิ่งหยุดยิ่งไกล ยิ่งไปยิ่งใกล้
      ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ
      ปัญญาประเสริฐกว่าทรัพย์

3. คำพังเพย หมายถึงถ้อยคำที่มีความหมายลึกซึ้งกว่าสำนวนมีลักษณะติชม หรือเเสดงความเห็นอยู่ในตัว แต่ไม่ถึงกับเป็นคำสอน เช่น
             ตำน้ำพริกละลายเเม่น้ำ         ขี่ช้างจับตั๊กเเตน
             ปิดทองหลังพระ                 มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ

สำนวนไทยทั้ง 3 ประเภทนี้ บางข้อความก็สามารถเป็นได้ทั้งสำนวน สุภาษิต และคำพังเพยอยู่ในตัว เช่น
น้ำขึ้นให้รีบตัก เป็นสำนวนได้ เพราะมีความหมายไม่ตรงตัว
                  เป็นสุภาษิตได้ เพราะให้คติสอนใจ
                  เป็นคำพังเพยได้ เพราะเป็นการแสดงความคิดเห็น

ตัวอย่างการใช้สำนวนไทย
- ช้างตายทั้งตัว เอาใบบัวมาปิด
ความหมาย ความผิดมหันต์ ย่อมปิดบังไม่ได้
การใช้ ใช้กับการกระทำที่ชั่วร้า แม้พยายามปกปิดอย่างไร แต่ความจริงก็ย่อมปรากฏ
เช่น เธอทำอะไรผิดไว้ก็รับสารภาพมาเถอะ เพราะว่าช้างตายทั้งตัว เอาใบบัวมาปิดไม่มิดหรอก

- มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ
ความหมาย ไม่ช่วยทำงานเเล้วยังกีดขวางไม่ให้ผู้อื่นทำงานด้วย
การใช้ ใช้เปรียบกับคนที่คอยกีดขวางการทำงานของผู้อื่นให้ทำได้ไม่สะดวก
เช่น เธอนี่! งานก็ไม่ช่วยทำเเล้วยังมาวุ่นวาย เป็นพวกมือไม่พายเอาเท้าราน้ำอีก

ที่มาและได้รับอนุญาตจาก :
เอกรินทร์ สี่มหาศาล และคณะ. ภาษาไทย ป.3. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัศน์.

       

ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง