หลักการนับเวลาของไทย

หลักการนับเวลาของไทย

     การนับเวลาที่นิยมใช้ในประเทศไทยดังกล่าวมาแล้ว  ในปัจจุบันยังคงมีใช้อยู่ทั้ง 2 แบบ  คือ
          1.  การนับเวลาแบบจันทรคติ
               การนับเวลาแบบจันทรคติ  เป็นการนับเวลาโดยยึดเอาการโคจรรอบโลกของดวงจันทร์เป็นหลัก  ซึ่งวันทางจันทรคติเรียกว่า  ข้างขึ้น  ข้างแรม
               ข้างขึ้น  คือ  วันที่ดวงจันทร์ค่อย ๆ สว่างขึ้น  เริ่มนับตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ  วันขึ้น 2 ค่ำ  เรื่อยไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ  ซึ่งเป็นวันที่ดวงจันทร์สว่างเต็มดวง
               ข้างแรม  คือ  วันที่ดวงจันทร์ค่อย ๆ มืดลง  เริ่มนับตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ  วันแรม 2 ค่ำ  เรื่อยไปจนถึงวันแรม 15 ค่ำ  ซึ่งเป็นวันที่ดวงจันทร์มืดเต็มดวง
          จากประวัติความเป็นมาในอดีต  ประเทศไทยใช้การนับเวลาแบบจันทรคติ  ซึ่งมีวิธีเขียนโดยใชช้สัญลักษณ์  และมีวิธีการอ่าน  เช่น

         อ่านว่า  วันอาทิตย์  เดือน 6  ขึ้น 15 ค่ำ

           อ่านว่า  วันอาทิตย์  เดือน 6  แรม 15 ค่ำ

          วิธีเขียนบอกวันทางจันทรคติแบบนี้  มีความหมาย  ดังนี้
               เลขตัวแรก  หมายถึง  วันใน 1 สัปดาห์  เริ่มนับวันแรก  คือ  วันอาทิตย์
               เลขที่อยู่ล่างเครื่องหมายไปยาลน้อย (ฯ)  หมายถึง  ข้างขึ้น
               เลขตัวสุดท้าย  หมายถึง  เดือน

          2.  การนับเวลาแบบสุริยคติ
               การนับเวลาแบบสุริยคติ  เป็นการนับเวลาที่ถือเป็นเวลาสากล  และนิยมใช้กันทั่วไปในปัจจุบัน  เป็นเวลานับาเวลาโดยยึดการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์เป็นหลัก  ดังนี้
               ระยะเวลาที่โลกหมุนรอบตัวเอง 1 รอบ  เท่ากับ 1 วัน
               ระยะเวลาที่โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ 1 รอบ  เท่ากับ 365.25 วัน  หรือ 365 วัน 6 ชั่วโมง  ทุก 1 ปี  จะมีเศษวันเหลืออยู่ 0.25 วัน  เมื่อครอบ 4 ปี  ก็จะเท่ากับ  1 วันพอดี  จึงเพิ่มวันเข้าไปในเดือนกุมภาพันธ์  ดังนั้นทุก 4 ปี เดือนกุมภาพันธ์   จึงมี 29 วัน  และในปีนั้น จะมี 366 วัน
               การนับวันทางสุริยคติ  เช่น  วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2551  วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2551  เป็นต้น
               การนับเวลาทั้งสองแบบนี้ยังมีใช้กันอยู่ทั่วไป  สำหรับประเทศไทย  มีการนับเวลาทั้งสองแบบ  แต่ในอดีตนิยมใช้การนับเวลาแบบจันทรคติ  และนับวันเป็นข้างขึ้น  ข้างแรม  เรียกชื่อเดือนแบบง่าย ๆ ว่าเดือนอ้าย  (เดือนหนึ่ง)  เดือนยี่  (เดือนสอง)  เดือนสาม  เดือนสี่  จนถึงเดือนสิบสอง  นับปีตามปีนักษัตร   เช่น  ปีชวด  ปีฉลู  ปีขาล  ปัจจุบันประเทศไทยนิยมใช้การนับเวลาแบบสุริยคติมากกว่า  ซึ่งเห็นได้จากชีวิตประจำวันของเรา  เช่น
               -  วันเสาร์ที่ 12 มกราคม  พ.ศ. 2551  เป็นวันเด็ก
               -  วันจันทร์ที่ 7 กุมภาพันธ์  เป็นวันเกิดของฉัน
               ส่วนการนับช่วงเวลาทางจันทรคติจะนิยมใช้ในเรื่องเกี่ยวกับวันทางพระพุทธศาสนา  วัฒนธรรมประเพณี  เช่น
               -  วันมาฆบูชา  ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ  เดือน 3
               -  วันวิสาขบูชา  ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ  เดือน 6

 

ที่มาและได้รับอนุญาตจาก  :
เอกรินทร์  สี่มหาศาล  และคณะ . ประวัติศาสตร์ ป.3 . พิมพ์ครั้งที่ 1 . กรุงเทพ ฯ : อักษรเจริญทัศน์

  

ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง
#Trending now
AdGang59 ,Adgang60 ,ข่าวครู ,สื่อการสอน ,แผนการสอน ,เทคนิคการสอน ,สอบครู ,ข่าวครู ,admissions 59 ,admissions 60 ,ad59 ,ad60 ,admissions ,สอบตรง 59 ,รับตรง 59 ,สอบตรง 60 ,รับตรง 60 ,ข้อสอบรับตรง ,อาเซียน ,AEC ,ข่าวกิจกรรม ,ข่าวทุน ,ข่าวเด่น ,เรียนต่อ ,ทุน ,ทุนเรียนต่อ ,ทุนการศึกษา ,clearing house ,เคลียร์ริ่งเฮ้าส์ ,ค้นหาตัวเอง ,ปฎิทินสอบ ,ONET ,GAT ,PAT ,ติว ,ติว GAT ,ติว PAT ,GAT เชื่อมโยง ,โครงงานวิทยาศาสตร์ ,โครงงาน ,เรียนต่อต่างประเทศ ,ข้อสอบ ,คลังข้อสอบ ,ข่าว admissions ,แอดมิชชั่น ,สาระน่ารู้ ,โควตา ,แนะแนว ,สามเณร ,ธรรมะ ,ว.วชิรเมธี ,ธรรม ,ท่องเที่ยว ,คลิปเด็ด ,รวมคลิปเด็ด ,คลิปเด็ดแปลไทย ,ติวเข้ม ,สอบเข้า ,สอบสัมภาษณ์ ,สอบเข้า ม.1 ,สอบเข้า ม.4 ,สอบเข้าเตรียมอุดมฯ ,สอบเข้าสาธิต ,สอบเข้ามหิดล ,ทดลองวิทย์ ,ฮอร์โมน ,Hormone ,จักรยาน ,CU TEP ,TU GET ,สามเณรปลูกปัญญาธรรม ,truelittlemonk ,ของเล่นวิทยาศาสตร์ ,เพลงชาติไทย ,วิศวะ จุฬา ,บัญชี จุฬา ,สอบทุน ,Smart Exams ,TOEIC ,TOEFL ,สูตรลัดคณิตศาสตร์ ,วิสาขบูชา ,หน้าหนาว ,เชียงใหม่ ,เชียงราย ,เงินเดือนครู ,ครูผู้ช่วย ,สมัครสอบครู ,ข้อสอบ o-net ป.6 
กลับด้านบน