ในห้องเรียน
อยากรู้ถามทรูปลูกปัญญา
ติดต่อทรูปลูกปัญญา

การอ่าน

การอ่าน เป็นทักษะในการสื่อสารทักษะหนึ่ง ซึ่งพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 อธิบายว่า การอ่าน คือ การว่าตามตัวหนังสือ การออกเสียงตามตัวหนังสือ ดู หรือทำควาเข้าใจความหมายตามตัวหนังสือ สังเกตหรือพิจารณาดูให้เข้าใจ

การอ่าน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1. การอ่านออกเสียง คือ การอ่านที่ผู้อ่านต้องออกเสียงตามเนื้อเรื่องที่อ่านให้ผู้อื่นฟัง จึงควรอ่านออกเสียงให้ถูกต้อง
2. การอ่านในใจ คือ การอ่านโดยไม่ออกเสียง

ข้อควรปฏิบัติในการอ่าน มีดังนี้
1. ถ้าอ่านออกเสียง ไม่ควรอ่านเสียงดังจนรบกวนผู้อื่น และต้องอ่านให้ถูกต้องตามอักขรวิธีของภาษาไทย เช่น การอ่านเสียง ร ล การอ่านคำควบกล้ำ การอ่านคำที่มีอักษรการันต์ การอ่านอักษรย่อ
2. การอ่านในใจ ควรอ่านโดยไม่ให้มีเสียง ไม่ขยับปาก หรือส่ายหน้าไปมา
3. นั่งหรือยืนอ่านหนังสือในท่าที่สบาย ไม่นั่งหรือยืนห่อไหล่ ไม่ถือหนังสือชิดสายตามากเกินไป
4. อ่านหนังสือในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ ไม่อ่านหนังสือบนรถหรืออ่านหนังสือในที่มืด เพราะอาจทำให้สายตาเสียได้
5. ถ้าไม่เข้าใจความหมายของศัพท์คำใด ควรค้นหาความหมายจากพจนานุกรม
6. ถ้าต้องไปทำธุระในขณะที่อ่านหนังสือค้างไว้ ไม่ควรคว่ำหนังสือ หรือพับหน้าหนังสือ ควรใช้ที่คั่นหนังสือคั่นไว้
7. เมื่ออ่านจบ ควรจับใจความสำคัญของเรื่องที่อ่านว่า เรื่องราวเป็นอย่างไร แล้วคิดว่า เรื่องที่อ่านมีประโยชน์หรือคุณค่าอย่างไรบ้าง สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

มารยาทในการอ่าน
1. ขณะที่ผู้อื่นอ่านหนังสืออยู่ ไม่ควรรบกวนด้วยการพูดคุยหรือเดินเสียงดัง โดยเฉพาะเวลาอ่านหนังสือในห้องสมุด
2. อย่าพับ หรือฉีกหนังสือหน้าที่ต้องการ ควรคัดลอกหรือถ่ายสำเนาแทน
3. ขณะที่ผู้อื่นอ่านหนังสืออยู่นั้น ไม่ควรยื่นหน้าเข้าไปอ่านด้วยเพราะเป็นมารยาทที่ไมม่สุภาพ
4. เมื่อยืมหนังสือมาอ่าน ต้องรีบคืนทันทีที่อ่านจบ และไม่ขีดเขียนอะไรลงบนหนังสือ โดยเฉพาะหนังสือที่ยืมมาจากห้องสมุด หรือยืมจากบุคคลอื่น

ที่มาและได้รับอนุญาตจาก :
เอกรินทร์ สี่มหาศาล และคณะ. ภาษาไทย ป.3. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัศน์.

 

 

 

 

ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง