การย่อยอาหาร

การย่อยอาหาร

การย่อยในกระเพาะอาหาร
    เพื่อเข้าสู่กระเพาะอาหาร การหดตัวและคลายตัวของกล้ามเนื้อหลอดอาหาร ทำให้อาหารเคลื่อนที่เข้าสู่กระเพาะอาหาร
 
    กระเพาะอาหาร (Stomach) เป็นอวัยวะเกี่ยวกับทางเดินอาหาร อยู่ใต้กะบังลมทางด้านบนซ้ายของช่องท้อง ขณะที่ไม่มีอาหารอยู่กระเพาะอาหารของคนเราจะมีขนาดประมาณ 50 ลูกบาศก์เซนติเมตร แต่สามารถขยายขนาดได้อีก 10-40 เท่าเมื่อมีอาหาร
    กระเพาะอาหารประกอบด้วยผนังหลายชั้น ชั้นในสุดมีต่อมสร้างน้ำย่อมอาหารซึ่งมีเอนไซม์เพปวินและกรดไฮไดรคลอริกเป็นส่วนประกอบ ขณะที่กระเพาะอาหารว่างหรือมีการเคี้ยวอาหาร กระเพาะอาหารจะสร้างเอนไซม์เพปวินและกรดไฮโดรคลอริกออกมาเล็กน้อย แต่เมื่ออาหารเคลื่อนลงสู่กระเพาะอาหารแล้ว กระเพาะอาหารก็จะสร้างเอนไซม์และกรดไฮโดรคลอริกมากขึ้น เพื่อช่วยในการย่อยอาหาร
 
รูปแสดงโครงสร้างของกระเพาะอาหาร

    สำหรับกรดไฮโดรลิกที่ปล่อยออกมาใหม่ ๆ มีความเข้มแข็งมากสามารถทำลายเนื้อเยื่อต่าง ๆ ภายในร่างกายได้ แต่กรดนี้จะไม่เป็นอันตรายต่อกระเพาะอาหาร เนื่องจากกรดไฮโดรคลอริกจะรวมกับอาหารที่อยู่ในกระเพาะอาหาร ทำให้กรดมีฤทธิ์เจือจางลง
    นอกจากนี้ผนังเซลล์ซึ่งบุกระเพาะยังสร้างน้ำเมือกฉาบไว้ด้วยทำให้กรดไม่สามารถทำลายผนังกระเพาะอาหารได้ อย่างไรก็ตาม บางครั้งการทำงานของกระเพาะอาหารไม่เป็นไปตามปกติ โดยปกติจะปล่อยน้ำย่อยออกมาขณะที่ไม่มีอาหาร น้ำย่อยจะไปทำลายผนังกระเพาะอาหารทำให้เกิดแผลถ้าเป็นมากจะมีอาการเจ็บปวดมากและมีอุจจาระสีดำ
    ส่วนเอนไซม์เพปซินในกระเพาะอาหารจะทำหน้าที่ย่อยโปรตีนให้มีขนาดเล็กลง แต่ก็ยังไม่เล็กที่สุดพอที่ร่างกายจะสามารถดูดวึมเข้าสู่เซลลืได้ ดังนั้นสารอาหารประเภทโปรตีนจะถูกส่งไปยังลำไส้เล็กเพื่อย่อยต่อไป
    นักรียนจะสังเกตเห็นได้ว่า สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตและไขมันจะมีการย่อยสลายในกระเพาะอาหาร ทั้งนี้เนื่องจากในกระเพาะอาหารมีสภาพความเป็นกรด จึงไม่มีเอนไซม์ที่ทำหน้าที่ย่อยอาหารทั้งสองประเภทนี้ หรือมีปริมาณน้อยจึงไม่สามารถทำงานได้ ดังนั้นสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตและไขมันจึงผ่านกระเพาะอาหารออกไปย่อยที่ลำไส้เล็ก

การย่อยอาหารในลำไส้เล็ก
    อาหารที่ผ่นการย่อยจากกระเพาะอาหารแล้วจะเคลื่อนที่เข้าสู่ลำไส้เล็ก (Small intestine) โดยการทำงานของกล้ามเนื้อกระเพาะอาหารและกล้ามเนื้อหูรูด ลำไส้เล็กมีลักษณะเป็นท่อยาวประมาณ 7 เมตร ขดอยู่ในช่องท้อง ที่ผนังด้านในของลำไส้เล็กมีลักษณะไม่เรียบเป็นปุ่มปมเล็ก ๆ จำนวนมากมายอื่นออกมาเพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวในการสัมผัสกับอาหารช่วยให้อาหารถูกย่อยได้เร็วขึ้น
 
รูปแสดงตำแหน่งและลักษณะภายในลำไส้เล็ก

การย่อยอาหารในลำไส้เล็กเกิดจากการทำงานร่วมกันของเอนไซม์หลายชนิดจากแหล่งต่าง ๆ ได้แก่ ผนังลำไส้เล็ก ตับอ่อน และตับ

อวัยวะอื่นที่เกี่ยวข้อง
    ผนังลำไส้เล็ก ทำหน้าที่สร้างเอนไซม์หลายชนิดซี่งแต่ละชนิดมีหน้าที่ย่อยอาหารต่างกันได้แก่
1. เอนไซม์มอลเทส ทำหน้าที่ช่วยย่อยน้ำตาลมอลโทสให้เป็นน้ำตาลกลูโคส
2. เอนไซม์ซูเครส ทำหน้าที่ช่วยย่อยน้ำตาลซูโครส ให้เป็นน้ำตาลกลูโคสและฟรักโทส
3. เอนไซม์แลกเทส ทำหน้าที่ช่วยย่อยน้ำตาลแลกโทสให้เป็นน้ำตาลกลูโคสและกาแลกโทส
4. เอนไซม์อิเรพซิน ทำหน้าที่ย่อยโปรตีนโมเลกุลย่อยให้เป็นกรดอะมิโน

ตับอ่อน
ตับอ่อน ทำหน้าที่สร้างเอนไซม์หลายชนิดแล้วส่งไปยังลำไส้เล็ก ซึ่งแต่ละชนิดมีหน้าที่ย่อยอาหารแตกต่างกัน ได้แก่
1. เอนไซม์ไลเพส ทำหน้าที่ย่อยไขมัน
2. เอนไซม์อะไมเลส ทำหน้าที่ย่อยแป้ง
3. เอนไซม์ทริปซิน ทำหน้าที่ย่อยโปรตีนโมเลกุลย่อยให้เป็นกรดอะมิโน

ตับ ทำหน้าที่สร้างน้ำดี แล้วส่งไปเก็บไว้ที่ถุงน้ำดี (Gall Bladder) ซึ่งมีท่อติดต่อกับลำไส้เล็ก น้ำดีฤทธิ์เป็นเบสอ่อน ๆ น้ำดีไม่ใช้เอนไซม์ เพราะไม่มีสารประเภทโปรตีน จึงไม่มีหน้าที่เกี่ยวกับการย่อยโดยตรงเมื่ออาหารผ่านเข้ามาสู่ลำไส้เล็กก้จะมีการกระตุ้นให้น้ำดีหลั่งออกมา น้ำดีจะช่วยทำให้ไขมันแตกตัวออกเป็นเม็ดเล็ก ๆ เพื่อให้เอนไซม์ไลเพสที่สร้างจากตับอ่อนทำหน้าที่ย่อยไขมันได้ง่ายขึ้น
 
    นักเรียนจะเห็นได้ว่า การย่อยอาหารที่ลำไส้เล็กมีเอนไซม์หลายชนิดช่วยในการย่อย ทั้งนี้เพราะลำไส้เล็กจะมีการย่อยอาหารประเภทโปรตีนต่อจากที่ย่อยมาแล้วครั้งหนึ่งในกระเพาะอาหาร ย่อยสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตที่ถูกย่อยมาแล้วที่ปาก และย่อยสารอาหารประเภทไขมันให้มีอนุภาคเล็กที่สุดพอที่จะดูดซึมเข้าสู่เซลล์ได้ เอนไซม์ต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นจะทำงานได้ดีเมื่ออยู่ในภาวะที่เป็นเบส
    จึงสรุปได้ว่า ทั้งสารอาหารประเภทโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันจะถูกย่อยอย่างสมบูรณ์ที่ลำไส้เล็ก จนได้ขนาดอนุภาคที่เล็กที่สุด และสามารถดูดซึมผ่านผนังลำไส้เล็กเข้าสู่หลอดเลือด จากนั้นจะถูกส่งไปเลี้ยงวส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ ส่วนกากอาหารที่เหลือจากการย่อยและย่อยไม่ได้ เช่น เซลลูโลส จะเคลื่อนไปยังลำไส้ใหญ่

ลำไส้ใหญ่
    ลำไส้ใหญ่ (Large Intestine) เป็นทางเดินอาหารส่วนสุดท้ายต่อจากลำไส้เล็กมีความยาวประมาณ 1.5 เมตร ที่ผนังลำไส้ใหญ่จะไม่มีการย่อยอาหาร แต่จะมีการดูดซึมน้ำ แร่ธาตุ วิตามินบางชนิด และกลูโคส ออกจากกากอาหารกลับเข้าสู่กระแสเลือดทำให้กากอาหารเหนียว ข้น และเป็นก้อน จากนั้นก็จะเคลื่อนที่เข้าไปรวมกันที่ลำไส้ใหญ่ ส่วนที่เรียกว่า ลำไส้ตรง ซึ่งอยู่เหนือทวารหนัก และจะขับถ่ายออกมาทางทวารหนักเป็นอุจจาระ
 
รูปแสดงลำไส้ใหญ่

ข้อสอบที่เกี่ยวข้อง