ทักษะการเลี้ยงดูลูก

ทักษะการเลี้ยงดูลูก

                การเลี้ยงดูเป็นการกระตุ้นและตอบสนองระหว่างพ่อแม่กับเด็ก เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้และมีประสบการณ์ที่ดี เพื่อพัฒนาการทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา การอบรมเลี้ยงดูจึงเป็นปฏิกิริยาโต้ตอบระหว่างพ่อแม่ผู้เลี้ยงดูกับเด็กซึ่งจะเปลี่ยนแปลงเกือบตลอดเวลา พ่อแม่ทุกคนต้อการให้ลูกประพฤตตัวดีและทำตัวน่ารัก เมื่อเด็กมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม พ่อแม่อาจมีปัญหา ไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไร เราพบว่าพฤติกรรมทั้งที่ดีและไม่ดีสามารถปรับเปลี่ยนได้ วิธีการต่าง ๆ ที่จะตอบสนองต่อสนองพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเด็ก ได้แก่

                1.  การใช้เหตุผล (Reasoning) การใช้เหตุผลตรงไปตรงมา ทำให้เด็กเข้าใจและปฏิบัติตามได้ ในเด็กเล็กควรพูดง่ายสั้น ๆ

                2.  ทำทีหนักแน่นและจริงจัง (Firmness) เมื่อผู้ใหญ่บอกให้เด็กทำอะไรแล้ว เด็กยังอิดออด ไม่ยอมทำในทันที ควรใช้คำสั่งด้วยท่าทีที่หนักแน่นและจริงจัง เช่น “ลูกทำการบ้านเดี๋ยวนี้” ถ้าลูกยังอิดออดนั่งเฉยและบอกว่า “เดี๋ยวก่อน” เมื่อแม่เตือนอีกครั้งยังนิ่งเฉย แม่จำเป็นจะต้องเดินไปจูงมือลูกไปหยิบสุมดการบ้าน และพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ลูกหยิบสมุดมาทำการบ้านเดี๋ยวนี้” และนั่งเฝ้าถ้าจำเป็น ทั้งนี้การใช้คำสั่งจะให้ได้ผลดี พ่อแม่ควรมีท่าทีหนักแน่นและจริงจัง

                3.  การใช้สิ่งทดแทน (Alternative response) ในเด็กเล็ก ๆ เมื่อห้ามไม่ให้เด็กทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ควรมีสิ่งอื่นที่น่าสนใจให้เด็กทำทดแทนหรือเบี่ยงเบนความสนใจของเด็ก

                4.  ให้เด็กแสดงความคิดเห็นและความรู้สึก (Freedom to discuss ideas & feelings) พ่อแม่จะต้องเป็นผู้รับฟังที่ดี ยอมรับและเคารพในความรู้สึกของเด็ก สื่อให้เด็กรู้ว่าพ่อแม่รับฟังเขาอยู่ ถ้าเป็นไปได้สอนให้เด็กรู้จักคำที่ใช้บอกความรู้สึกด้วย

                5.  ผู้ใหญ่ควรเป็นแบบอย่างที่ดี (Positive models) พ่อแม่ที่ไม่ต้องการให้เด็กพูดคำหยาบ พ่อแม่ก็ไม่พูดคำหยาบให้เด็กได้ยิน

                6.  การให้รางวัลและคำชมเชย (Positive  reinforcement) ถ้าเด็กทำในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม พ่อแม่ควรชมเชยและให้รางวัลแก่เด็ก ในเด็กเล็ก เริ่มแรกอาจให้รางวัลเป็นขนม ต่อมาควรเปลี่ยนเป็นคำชมเชยและการโอบกอด แล้วจึงค่อยลดรางวัลลง จนกระทั่งเกิดคุณค่าในตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องได้รับรางวัลหรือสิ่งตอบแทน

                7.  การเลิกให้ความสนใจ (Ignoring) วิธีนี้จะได้ผลดีในการลด หยุดพฤติกรรมที่ไม่ดี เช่น เด็กกรีดร้องและลงนอนดิ้น เพราะต้องการซื้อของเล่น พ่อแม่เพิกเฉยไม่ให้ความสนใจ เงียบแล้ว จึงพูดกันด้วยเหตุผล ต้องทำความดีสะสมอย่างไรจึงจะได้ของเล่น

                8.  การลงโทษ (Punishment) มีวิธีในการลงโทษดังนี้

                    -การดุว่า จะได้ผลในเด็กเล็ก

                    -การแยกตัวเด็กไปอยู่ตามลำพัง (Time-out) หยุดพฤติกรรมไม่ดีของเด็ก เช่น ร้องกรี๊ด ขว้างปาขอ ทำร้ายคนอื่น โดยให้เด็กอยู่ที่ ๆ เงียบ น่าเบื่อ ไม่ให้สิทธิพิเศษ โดยทำให้ทันทีใช้เวลา 1 นาที ต่ออายุ 1 ปีและไม่ควรเกิน 10 นาที ได้ผล เด็กอายุ 2-12 ปี

                    -การปรับ เช่น ปรับสิ่งของ เงินทอง

                    -คะแนนสิทธิพิเศษทำงานชดเชย

                    -ให้รับผลจากการประพฤติไม่ดี (Natural Consquences) เช่น หกล้มเมื่อวิ่งบนพื้นลื่น ๆ ไม่มีของเล่นเมื่อทำของเล่นพัง

                    -การตีมักได้ผลในระยะสั้นถ้าตีบ่อย ๆ เด็กจะกลัวและโกรธตอบ พ่อแม่เองรู้สึกผิดเมื่อตีลูกและมาโอ๋เด็ก ทำให้เด็กสับสน รวมถึงเด็กอาจเลียนแบบการใช้

สาเหตุที่พ่อแม่ผู้ปกครองใช้วิธีการอบรมดังกล่าวแล้วไม่ได้ผล

                1.  พ่อแม่รู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง คิดว่าลูกนิสัยไม่ดี ไม่สามารถแก้ไขได้ ทดลองหลายวิธีแล้วไม่เป็นผล

                2.  พ่อแม่หลีกเลี่ยงไม่พูดตรงไปตรงมากับลูก เพราะกลัวลูกไม่รัก

                3.  พ่อแม่หมดเรี่ยวแรง เพราะทำงานนอกบ้านทั้งคู่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว หรือซึมเศร้า

                4.  พ่อแม่รู้สึกผิดโดยเฉพาะเวลาที่เข้มงวดกับลูกหรือทำโทษลูก เมื่อทำโทษเสร็จแล้วรู้สึกผิด จึงมาขอโทษลูก การทำแบบนี้จะทำให้ลูกสับสน

                5.  พ่อแม่ขี้โมโห โกรธง่าย จะเพิกเฉยกับความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของลูก เมื่อลูกทำผิดหลาย ๆ ครั้ง พ่อแม่จะอดทนไม่ได้การอบรมลูกจึงไม่ได้ผล

                6.  พ่อแม่ขัดแย้งกันเอง บางครั้งขณะที่พ่อหรือแม่กำลังอบรมเด็กอยู่ แต่จะถูกอีกฝ่ายหนึ่งขัดขวางยอมเด็ก ทำให้การอบรมไม่ได้ผล ควรทำความตกลงกันระหว่างผู้ใหญ่

                7.  พ่อแม่กำลังมีปัญหา เช่น ปัญหาสมรส ปัญหาการเงิน อื่น ๆ ทำให้หมดเรี่ยวแรง ต้องดูแลตนเองก่อน จึงจะแก้ปัญหาพฤติกรรมของลูกได้

วิธีปฏิบัติ

            พ่อแม่ควรอบรมลูกด้วยวิธีการและเวลาที่เหมาะสมอย่างเสมอต้นเสมอปลายถ้าทำบ้างไม่ทำบ้างขึ้นอยู่กับอารมณ์และความพร้อมของพ่อแม่ จะทำให้ลูกไม่เชื่อถือและไม่ยอมปฏิบัติตาม จงเพียรพยายามและอดทนแก้ไขสิ่งที่บกพร่องและส่งเสริมสิ่งที่ดีงาม

แหล่งที่มา : สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์
#Trending now
Adgang60ข่าวครูสื่อการสอนแผนการสอนเทคนิคการสอนสอบครูข่าวครูปฏิทินสอบเข้า ม.1 2560admissions 60ad60admissionsสอบตรง 60รับตรง 60ข้อสอบรับตรงอาเซียนAECข่าวกิจกรรมข่าวทุนข่าวเด่นเรียนต่อทุนทุนเรียนต่อทุนการศึกษาclearing houseเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ค้นหาตัวเองปฎิทินสอบONETGATPATติวติว GATติว PATGAT เชื่อมโยงโครงงานวิทยาศาสตร์โครงงานเรียนต่อต่างประเทศข้อสอบคลังข้อสอบข่าว admissionsแอดมิชชั่นสาระน่ารู้โควตาแนะแนวสามเณรธรรมะว.วชิรเมธีธรรมท่องเที่ยวเก็งข้อสอบติวเข้มสอบเข้าสอบสัมภาษณ์สอบเข้า ม.1สอบเข้า ม.4สอบเข้าเตรียมอุดมฯสอบเข้าสาธิตสอบเข้ามหิดลทดลองวิทย์ฮอร์โมนHormoneจักรยานCU TEPTU GETสามเณรปลูกปัญญาธรรมtruelittlemonkของเล่นวิทยาศาสตร์เพลงชาติไทยวิศวะ จุฬาบัญชี จุฬาสอบทุนSmart ExamsTOEICTOEFLสูตรลัดคณิตศาสตร์วิสาขบูชาหน้าหนาวเชียงใหม่เชียงรายคำราชาศัพท์สุภาษิตเงินเดือนครูครูผู้ช่วยสมัครสอบครูTU starข้อสอบ o-net ป.6สอนศาสตร์quizเกมgameเข้าพรรษาโอลิมปิกในหลวงรัชกาลที่ 99 วิชาสามัญรัชกาลที่ 10สรุปสูตรคณิตศาสตร์เอนทรานซ์ 4.0
กลับด้านบน