10 วิธี สร้างสรรค์สมาธิให้ลูก

10 วิธี สร้างสรรค์สมาธิให้ลูก

                สมาธิ จุดเริ่มต้นของการเรียนรู้

               “สมาธิ คือ การจดจ่อกับสิ่งที่จะทำอย่างแน่วแน่ เพื่อพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ

                เด็กบางคน เก่ง ฉลาด พูดจาฉะฉาน ความจำดี ดูนิ่ง และมีความตั้งใจทำอะไรได้นาน แต่เด็กบางคนมีพฤติกรรมต่างกันสิ้นเชิง นั่นเพราะว่าขาดสมาธิ ซึ่งสมาธิเป็นปัจจัยสำคัญในการเรียนรู้ และจดจำของเด็ก

                ผลงานวิจัยหลายชิ้นยืนยันว่า สมาธิความสัมพันธ์กับสมอง เพราะเวลาเด็กนิ่ง (Focus) เป็นเวลานานระยะหนึ่ง (Sustain) สมองส่วนซีรีบรัม (Cerebrum) จะเกิดการทำงานของคลื่นสมองแอลฟ่า (Alpha) ได้ดี  ทำให้เด็กเกิดการจำ การเรียนรู้ และการเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ได้ง่าย

                เด็กบางคนมีสมาธิดีแต่กำเนิดก็จริงอยู่ แต่ถ้าได้รับการฝึกปฏิบัติด้วย ก็จะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในการศึกษาเล่าเรียน และมีความประพฤติต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน

สาเหตุที่เด็กไม่มีสมาธิ

                1.  ขาดความสนใจในสิ่งที่กำลังทำ

                2.  หมกมุ่นในเรื่องอื่น ๆ มากเกินไป เช่น เล่นเกม ดูการ์ตูน ฯลฯ

                3.  สนใจหลายเรื่องในเวลาเดียวกัน

                4.  มีความวิตกกังวลและความเครียดรบกวนจนละเลยที่จะรับรู้ หรือสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

                5.  ภาวะความบกพร่องของร่างกาย และความเจ็บป่วยบางโรค เช่น โรคสมาธิสั้น ฯลฯ

                6.  ภาวะความไม่พร้อมอื่น ๆ เช่น ความหิว ความอ่อนเพลีย การขาดแรงจูงใจในการเรียนรู้

                7.  สิ่งแวดล้อมไม่สงบ มีสิ่งเร้ามากเกินไป หรือมีเสียงดังรบกวนสมาธิ

เคล็ดลับสำคัญ 10 วิธี สร้างสรรค์สมาธิให้ลูก

                1.  มอบความรัก :  ความเข้าใจในธรรมชาติและพัฒนาการตามช่วงวัยรุ่นต่าง ๆ ของลูก จะช่วยให้ลูกพัฒนาการเรียนรู้ และอารมณ์อย่างสอดคล้องกับวัย

                2.  จัดสิ่งแวดล้อม :  ควรมีการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้มีสมาธิ เช่น การจัดบ้านให้เป็นระเบียบ ไม่วุ่นวาย และ มีมุมสงบที่ลูกสามารถทำการบ้าน และอ่านหนังสือ โดยไม่มีเสียงดังรบกวนอยู่ใกล้ ๆ ให้เสียสมาธิ

                3.  อาหารและออกกำลังกาย  :  ดูแลลูกให้ได้รับสารอาหารที่เหมาะสมตามช่วงวัย ให้ออกกำลังกายและให้พักผ่อนที่เพียงพอ เมื่อลูกมีร่างกายที่แข็งแรงก็ย่อมมีความพร้อมในการจดจ่อและเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ

                4.  ฟังเพลงคลาสสิค  :  มีผลการวิจัยระดับโลกที่ยืนยันว่าเพลงคลาสสิคหรือเพลงบรรเลงที่มีจังหวะช้า ๆ สม่ำเสมอ เข้ากับการเต้นของหัวใจ จะช่วยให้ร่างกายมีสภาวะที่ผ่อนคลาย เพิ่มความสามารถทางด้านความจำ และการเรียนรู้ได้รวดเร็ว

                5.  ส่งเสริมศิลปะ :  ศิลปะและการประดิษฐ์ต่าง ๆ เช่น การวาดรูป พับกระดาษ งานปั้น งานฝีมือต่าง ๆ ฯลฯ ตามความสนใจและความถนัดของเด็กซึ่งช่วยให้เด็กเพลิดเพลิน มีความสุขในสิ่งที่ทำ และสามารถจดจ่อกับสิ่งที่ทำได้นาน

                6.  ของเล่นที่ดี :  เลือกของเล่นที่เหมาะกับวัยและช่วยให้ลูกจดจ่อให้การเล่นได้นาน เช่น จิ๊กซอว์ เลโก้ ร้อยเชือก บล็อกไม้ ฝึกให้ลูกเล่นของเล่นทีละอย่างจะช่วยให้ลูกมีสมาธิกับการเล่นได้นานขึ้น

                7.  อ่านหนังสือให้ลูกฟัง :  ขณะที่เด็กฟังนิทาน ลูกได้มีโอกาสฝึกการใช้ประสาทสัมผัส การมองสีหน้า ท่าทางของพ่อแม่ขณะเล่า ฝึก ประสาททาง หู ในการฟัง และปากในการพูดตาม รวมทั้งการใช้สมาธิจดจ่อในเรื่องราวที่พ่อแม่เล่า ซึ่งเด็กจะจดจำเรื่องราวเหล่านี้ไว้อย่างไม่น่าเชื่อ

                8.  ฝึกวินัย :  การฝึกวินัย และความเป็นระเบียบในการดำเนินชีวิต เช่น จัดตารางกิจวัตรในบ้านให้ชัดเจน ว่าเวลาไหนควรทำอะไรบ้าง จะช่วยให้เด็กทำอะไรเป็นระบบ ขั้นตอน และทำอะไรอย่างไม่เร่งรีบเกินไป ซึ่งเป็นพื้นฐานของการสร้างสมาธิทั้งสิ้น

                9.  ฝึกเพิ่มสมาธิ :  ฝึกการเพิ่มสมาธิให้ลูกอย่างเป็นระบบ ตัดสินใจให้ลูกทำสิ่งต่าง ๆ ให้นานขึ้นตามลำดับ เช่น เริ่มจากการติดกระดุมจากครั้งแรกได้เม็ดเดียว ก็ค่อยเพิ่มเป็น 5 เม็ด การค่อย ๆ เพิ่มงานที่ยากขึ้น  หรือต้องใช้เวลาทำนานขึ้น  หรืองานที่ต้องใช้ความละเอียดเพิ่มขึ้น ก็เท่ากับเป็นการฝึกสมาธิที่นานขึ้นเช่นกัน และเมื่อเด็กทำให้ได้คำชม พึงระวัง ไม่ตำหนิ และใช้อารมณ์กับลูก เพราะเด็กจะขาดแรงจูงใจที่จะเรียนรู้

                10. สนับสนุนสิ่งที่เด็กชอบ :  หากพ่อแม่สังเกตว่าลูกเริ่มสนใจเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น  เรื่องแมลง เรื่องไดโนเสาร์ พ่อแม่ควรกระตุ้นความอยากเรียนรู้ของเด็กมากขึ้น ด้วยการตั้งคำถามและข้อสงสัย แล้วท้าทายให้เด็กแสวงหาคำตอบ เช่น ค้นคว้าจากหนังสือ อินเตอร์เน็ต พาไปศึกษารายละเอียดตามพิพิทธภัณฑ์หรือแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้สมาธิจดจ่อในการศึกษาเรื่องที่สนใจยาวนานขึ้นได้

 

แหล่งที่มา : สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์
#Trending now
Adgang60ข่าวครูสื่อการสอนแผนการสอนเทคนิคการสอนสอบครูข่าวครูปฏิทินสอบเข้า ม.1 2560admissions 60ad60admissionsสอบตรง 60รับตรง 60ข้อสอบรับตรงอาเซียนAECข่าวกิจกรรมข่าวทุนข่าวเด่นเรียนต่อทุนทุนเรียนต่อทุนการศึกษาclearing houseเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ค้นหาตัวเองปฎิทินสอบONETGATPATติวติว GATติว PATGAT เชื่อมโยงโครงงานวิทยาศาสตร์โครงงานเรียนต่อต่างประเทศข้อสอบคลังข้อสอบข่าว admissionsแอดมิชชั่นสาระน่ารู้โควตาแนะแนวสามเณรธรรมะว.วชิรเมธีธรรมท่องเที่ยวเก็งข้อสอบติวเข้มสอบเข้าสอบสัมภาษณ์สอบเข้า ม.1สอบเข้า ม.4สอบเข้าเตรียมอุดมฯสอบเข้าสาธิตสอบเข้ามหิดลทดลองวิทย์ฮอร์โมนHormoneจักรยานCU TEPTU GETสามเณรปลูกปัญญาธรรมtruelittlemonkของเล่นวิทยาศาสตร์เพลงชาติไทยวิศวะ จุฬาบัญชี จุฬาสอบทุนSmart ExamsTOEICTOEFLสูตรลัดคณิตศาสตร์วิสาขบูชาหน้าหนาวเชียงใหม่เชียงรายคำราชาศัพท์สุภาษิตเงินเดือนครูครูผู้ช่วยสมัครสอบครูTU starข้อสอบ o-net ป.6สอนศาสตร์quizเกมgameเข้าพรรษาโอลิมปิกในหลวงรัชกาลที่ 99 วิชาสามัญรัชกาลที่ 10สรุปสูตรคณิตศาสตร์เอนทรานซ์ 4.0
กลับด้านบน