แนะนำสาขาวิชาออกแบบเครื่องแต่งกาย คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

            “แฟชั่นไม่ได้อยู่ในเสื้อผ้าอาภรณ์เท่านั้น แฟชั่นอยู่ในท้องฟ้า อยู่ตามท้องถนน แฟชั่นเกี่ยวข้องกับความคิด การใช้ชีวิต และทุกสิ่งที่กำลังเป็นไป” – โคโค่ ชาแนล

            คำพูดนี้ใช้อธิบายแนวการเรียนการสอนของสาขาวิชาออกแบบเครื่องแต่งกาย คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้อย่างเหมาะเจาะ เพราะที่นี่ไม่ได้ให้นักศึกษามีความรู้ทางด้านแฟชั่นอย่างเดียว แต่มุ่งเน้นให้มีความรู้ในสาขาวิชาการออกแบบหลากหลายแขนง เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับงานออกแบบแฟชั่น เพราะแฟชั่นมีอยู่ในทุกสิ่งทุกอย่าง และทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นแฟชั่นได้

            สำหรับน้องๆที่มีความฝันอยากทำงานในวงการแฟชั่น สาขาวิชาการออกแบบเครื่องแต่งกาย คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร คงเป็นหนึ่งในตัวเลือกต้นๆ ที่จะเลือกเรียน แต่แน่นอนว่ายิ่งมีคนสนใจมาก การแข่งขันก็ยิ่งสูง เพราะฉะนั้น เราลองมาดูกันดีกว่าว่ารุ่นพี่และอาจารย์ของสาขาวิชานี้จะมีคำแนะนำดีๆ อะไรให้เราบ้าง

รุ่นพี่นักศึกษา

โอปอ มหาวนา ชั้นปี 3, ณภัทร์ ศิริอริยพร ชั้นปี 4, ปดิวรัดา พัฒนกุล ชั้นปี 4

ทำไมถึงเลือกเรียนการออกแบบเครื่องแต่งกายที่ศิลปากร

ที่จริงตอนรุ่นที่พวกเราเลือกสอบเข้ามหาวิทยาลัยมีหลายมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนสาขาแฟชั่นค่ะ แต่ตอนนั้นสาขาแฟชั่นของมัณฑนศิลป์ ศิลปากรเป็นเป็นรุ่นแรกพอดี และด้วยความที่คณะมัณฑนศิลป์เป็นคณะที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงทางด้านการเรียนด้านออกแบบ เลยเป็นสิ่งที่ทำให้ตัดสินใจเลือกเรียนคณะนี้ พอได้มาเรียนแล้วก็รู้ว่าการเรียนการสอนของที่นี่มีแนวที่ชัดเจนและไม่เหมือนใครจริงๆค่ะ

มิน: สำหรับมิน ตอนนั้นที่กำลังจะเอนทรานซ์ เป็นช่วงที่แฟชั่นกำลังบูมมาก จริงๆคือมีสอบไว้หลายที่ และมีติดที่อื่นด้วย แต่ที่เลือกที่นี่เพราะว่า ที่นี่มัณฑนศิลป์ไม่ได้เรียนแค่แฟชั่นอย่างเดียว มันเหมือนเป็นวิชาทางศิลปะมารวมกันทั้งหมด ทั้งนิเทศศิลป์ ตกแต่งภายใน ออกแบบผลิตภัณฑ์ ออกแบบอัญมณี ทำให้การเรียนของเราไม่ได้แคบอยู่แค่แฟชั่นอย่างเดียว แต่ยังเอาความรู้จากภาคอื่นมาประยุกต์ใช้ได้ด้วย ทำให้งานออกแบบของมหาลัยเราจะมีจุดเด่นตรงที่ดูอาร์ต

โอปอ: โอปอเป็นคนชอบวาดเขียนมาแต่แรกแล้วค่ะ เลยอยากเรียนคณะที่เกี่ยวกับการออกแบบ ซึ่งคณะมัณฑนศิลป์ของศิลปากรก็เป็นคณะเก่าแก่ น่าเชื่อถือ โอปอก็เลยตั้งใจเอนท์มาที่นี่เลย พอได้มาเรียนก็มีความสุขกับการเรียนที่ค่อนข้างเปิดกว้างกับความคิดของเด็ก และมีการใช้ศิลปะมาร่วมด้วยมาก คือเราจะได้เรียนตั้งแต่พื้นฐานศิลปะแล้วนำมาใช่ออกแบบเครื่องแต่งกาย นอกจากนี้ยังได้คอนเน็คชั่นด้วย เพราะเราจะได้รู้จักกับรุ่นพี่และอาจารย์ที่ทำงานด้านนี้ แล้วเราจะสามารถไปทำงานหรือเรียนรู้จากเขาได้ค่ะ

การเตรียมตัวสอบ

การสอบตรงเข้าคณะจะเน้นไปที่การสอบ drawing กับวิชาเฉพาะของแต่ละภาค อย่างแฟชั่นก็จะมีข้อสอบของตัวเอง นอกนั้นก็เป็นวิชาการทั่วไป แต่ที่เน้นก็คือด้านศิลปะค่ะ ซึ่งตอนนั้นก็ทำให้เราต้องฝึกหนักเหมือนกัน เน้นที่วิชา drawing และลายเส้น เพราะการแข่งขันสูงมากจริงๆ

ประสบการณ์การเรียน

ช่วงเรียนปี 1 ก็จะเป็นการเรียนวิชาพื้นฐานทั้งหมดค่ะ ก็จะเรียนคล้ายๆกัน ทั้งวาดเส้น painting และวิชาการออกแบบทั่วไป

พอขึ้นปี 2 ก็จะเป็นวิชาเฉพาะของแต่ละภาคมากขึ้น ซึ่งการเรียนการสอนก็จัดว่าไม่หนักมาก แต่จะหนักไปที่การคิดงานและกระบวนการทำงาน และเวลาอาจารย์ให้คำแนะนำอะไรก็จะค่อนข้างจริงจัง เพราะอาจารย์แต่ละท่านก็มีประสบการณ์มากมายที่พร้อมจะถ่ายทอดให้เรา เราก็ต้องเตรียมพร้อมรับความรู้จากอาจารย์ด้วยค่ะ

ถามว่าเรียนหนักไหม เรียนที่ไหนก็หนักหมดค่ะ แต่มันก็อาจจะหนักกันคนละแบบ ที่นี่ก็หนักไปที่การทำงาน แต่คณะนี้ดีอย่างหนึ่งก็คือ เวลาสอนจะมีการเชิญอาจารย์พิเศษมาหลายท่าน ด้วยความที่รุ่นพี่ที่จบไปก็ได้ทำงานในวงการนี้เยอะ เขาก็จะมาถ่ายทอดประสบการณ์ตรงให้เราได้เลย ทำให้เราเหมือนข้ามขั้นตอนไปได้เยอะ อาจารย์ทุกท่านก็จะบอกได้เลยว่าเราจะต้องเตรียมตัวรับมือกับอะไรบ้าง และบางทีก็ช่วยชี้แนะเราได้ว่าที่เราออกแบบมามันเป็นแค่แบบในฝันหรือใช้ได้จริง

การเรียนที่นี่ชอบที่เขาให้เราได้ลองทำอะไรแปลกๆ อย่างวัสดุอย่างหนึ่งเราสามารถเอามาลองทำได้หลายๆอย่าง เอามาพัน มามัด มาลองทำให้ได้หลายๆ texture ให้เราได้ทดลองและได้ใช้ความรู้ที่เราเรียนมาจริงๆค่ะ

กิจกรรมหรือประเพณีน่าสนใจของคณะ

ประเพณีของคณะจะมีการแบ่งความรับผิดชอบกันตามชั้นปี ก็รับไปชั้นปีละกิจกรรม อย่างที่เพิ่งผ่านมาที่ชั้นปีของเรารับทำไปก็คืองานกิฟท์ ก็คือจะเป็นงานที่เรามาโชว์ไอเดียของการเรียนว่าเราจะสามารถนำความรู้ที่เรียนมา นำมาใช้ได้จริงมากน้อยแค่ไหน เป็นงานที่ทุกสาขาวิชาทำร่วมกันทั้ง 7 สาขาเลยค่ะ จัดที่มหาลัยเอง ซึ่งปีที่ผ่านมาเป็นธีมหมู่บ้านอารยธรรมเก่าที่รอให้คนภายนอกมาค้นหา เหมือนกันคณะเราที่เป็นคณะเก่าแก่มีประวัติอันยาวนาน

ในงานก็มีกิจกรรมมากมายค่ะ มีทั้งการแสดงดนตรี การขายของ และมีเดินแบบด้วย และยังเป็นเหมือนที่สำหรับพี่ๆศิษย์เก่าที่เรียนจบไปแล้วจะได้มาพบปะพูดคุยกันอีกครั้งด้วยค่ะ ส่วนคนนอกที่เข้ามาซื้อของก็จะได้ทราบด้วยว่าตอนนี้คณะเราเป็นยังไงแล้ว เราสามารถทำอะไรได้บ้าง เหมือนเป็นการบอกจุดยืนของคณะด้วยค่ะ

ฝากถึงน้องๆที่สนใจสาขาการออกแบบเครื่องแต่งกาย

 

ถ้าน้องๆ อยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคณะมัณฑนศิลป์ขอให้ขยันค่ะ ไม่มีอะไรจะทำให้เราสามารถทำตามฝันได้เท่ากับการฝึกฝนแล้วค่ะ ให้ฝึกวิชา drawing และวิชาที่เกี่ยวข้องไว้ให้ดี และดูงานทางด้านนี้ไว้เยอะๆ สู้ค่ะ

ต้องเรียนรู้งานใหม่ๆเยอะๆค่ะ เราจะได้ทันกับโลกสมัยใหม่ และความคิดเราจะได้แปลกออกไปด้วย

ถ้าได้เข้ามาเรียนที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ ได้ทั้งความรู้ด้วย และยังเรียนสนุกด้วยแน่นอน ที่นี่มีบุคลากรที่ดี ทั้งอาจารย์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง ทุกคนรักใคร่กันมากค่ะ

______________________________________

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ น้ำฝน ไล่ศัตรูไกล หัวหน้าสาขาวิชาออกแบบเครื่องแต่งกาย
และดูแลหลักสูตรปริญญาเอกศิลปะและการออกแบบหลักสูตรนานาชาติ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

 

แนะนำคณะมัณฑนศิลป์และสาขาวิชาออกแบบเครื่องแต่งกาย

คณะมัณฑนศิลป์  มหาวิทยาลัยศิลปากรจริงๆ เพิ่งครบรอบ 50 ปีไปเมื่อ 2 – 3 ปีที่แล้ว ปีนี้เป็นปีที่54 แล้ว ค่ะ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากรขณะนี้มีอยู่ 7 ภาควิชาภาควิชาแรกของคณะมัณฑนศิลป์ก็คือภาควิชาออกแบบตกแต่งภายใน รองมาก็เป็นวิชาออกแบบนิเทศศิลป์, ออกแบบผลิตภัณฑ์, เครื่องเคลือบดินเผา, ออกแบบประยุกต์ศิลปศึกษา, ออกแบบเครื่องประดับนะคะ แล้วก็ออกแบบเครื่องแต่งกายซึ่งเป็นภาควิชาน้องใหม่ของคณะมัณฑนศิลป์ค่ะ

ทีนี้โดยตัวอาจารย์เองดูแลหลักสูตรออกแบบเครื่องแต่งกาย หลักสูตรเครื่องแต่งกายปีนี้จะเป็นการเปิดการเรียนมาถึงปีที่ 4 เราจะมีบัณฑิตย์รุ่นแรกในปีหน้านะคะ ก่อนหน้านี้หลักสูตรเครื่องแต่งกายจะเป็นหลักสูตรต่อเนื่องแต่ว่าตอนนี้เราปรับหลักสูตรเป็นหลักสูตรปริญญาตรีแล้ว

การรับนักศึกษาเหมือนปกติเลยก็คือสอบรับตรงที่คณะมัณฑนศิลป์นะคะ ตอนนี้เรามีการเปลี่ยนการสอบเป็นแอดมิชชั่น จากสอบเอนทรานซ์ก็เป็นสอบรับตรงก็คือมาสมัครขึ้นอยู่กับคณะ ที่เราทำแบบนี้เพื่อว่าเราจะได้นักศึกษาที่มีจุดประสงค์ตามที่เราต้องการมากที่สุด มีการคัดเลือกนักศึกษาได้ตรง นักศึกษาเองก็มีการเลือกเรา เราก็มีการเลือกนักศึกษาเพราะฉะนั้นทั้งสองคนได้ตรงเป้าหมายซึ่งกันและกัน

สำหรับภาควิชาออกแบบเครื่องแต่งกายเป็นหลักสูตรพิเศษซึ่งเป็นหลักสูตรน้องใหม่ของคณะแล้วก็จะมีอาจารย์พิเศษมากมายที่มาสอนให้เรา เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องซึ่งมีทั้งอาจารย์ ถ้าเอ่ยชื่อดีไซน์เนอร์หลายๆ คนก็จะมีทั้งอาจารย์จิตต์สิงห์ หรือพี่จิตต์สิงห์ของ เกรย์ฮาว ค่ะ มีอาจารย์วิชชุกรก็อยู่ เกรย์ฮาว เหมือนกันมีทั้งคุณปู ชำนัญ ฟลายนาว มีคุณเปิ้ล วสันต์ ผึ่งประเสริฐ ที่เป็นช่างภาพนะคะ มีคุณบัญชา ชูดวง ซึ่งเป็นสไตล์ลิสต์ของเปรียว แล้วก็อีกหลายๆท่านเลยที่เรายังกล่าวไม่หมด ทั้งหมดนี้เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกัน ทำให้ความฝันของผู้ใหญ่หลายๆ คนที่อยากให้มีภาควิชาออกแบบเครื่องแต่งกายอยู่ในคณะมัณฑนศิลป์เป็นจริง ถือว่าได้สืบถอดเจตนารมณ์ของผู้ใหญ่หลายๆท่านที่อยากให้มีภาควิชานี้เกิดขึ้นในคณะ

จุดเด่นของสาขาวิชาออกแบบเครื่องแต่งกายของมัณฑนศิลป์ ศิลปากร

ที่จริงการที่มหาวิทยาลัยศิลปะแต่ละมหาวิทยาลัยต่างมีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนไปเลยจะเป็นข้อดี เป็นข้อดีกับผู้สอนเอง ว่าผู้สอนควรสอนแบบไหนให้ตรงกับนักศึกษาของเรา นักศึกษาเองก็จะได้เลือกมหาวิทยาลัยที่ตรงกับความต้องการของได้มากที่สุด ในมหาวิทยาลัยรัฐบาลเองก็ไม่ต้องแข่งกันที่จะเลือกนักศึกษาเพราะทุกคนก็จะรู้จุดมุ่งหมายเลยว่าถ้ามาในมหาวิทยาลัยนี้ต้องได้เรียนแบบนี้ เข้ามาอีกมหาวิทยาลัยหนึ่งเค้าจะต้องเรียนอีกสไตล์หนึ่ง

ของศิลปากรเองก็รู้อยู่แล้วว่าเรามีจุดแข็งเรื่องศิลปะ เราก็จะมีศิลปะเป็นพื้นฐาน เราเชื่อว่าถ้านักศึกษาครีเอทได้มากๆ เป็นคอนเซ็ปชั่นมากๆ ถ้าทำได้ชุดแบบนั้นได้ ชุดปกติเขาก็น่าจะต้องทำได้เหมือนกัน ฉะนั้นที่นี่ปีหนึ่งเราจะเรียนพื้นฐานเหมือนกันหมดทุกภาควิชา แล้วเราก็จะไปต่อในรายวิชาอื่นๆ ในชั้นปีที่สองค่ะเพราะฉะนั้นเด็กจะเรียนทั้งด้านการตลาดคือมีแบรนด์ดิ้ง มีดีไซน์เมเนเมนท์ มีทั้งแพทเทิร์น มีทั้งตัดเย็บ แต่ว่าที่เราไม่ลืมคือเรามีพื้นฐานที่เหมือนกันหมดทุกวิชาคือเราเชื่อเหมือนที่อาจารย์ศิลป์บอกว่าถ้าคุณยังยืนไม่ได้ คุณก็คงจะวิ่งไม่ได้ เพราะฉะนั้นพื้นฐานก็ควรเข้มแข็งก่อนค่ะ

ปี 2 เราก็จะมีเรียนพื้นฐานการตัดเย็บ พื้นฐานการทำโครงชุดก็คือทำแพทเทิร์นก็ต้องทำเป็นอยู่แล้วเพราะว่าปี 4 คุณต้องรู้แล้วว่าชุดที่คุณจะตัดไปเป็นชุดสไตล์ไหน แพทเทิร์นมันน่าจะเป็นแบบไหน ถึงคุณจะตัดเองไม่ได้แต่คุณจะต้องไปบอกช่างได้ว่าเอวต้องเป็นอย่างนี้ แขนต้องเป็นทรงนี้ กระโปรงทรงไหน  หลังจากนั้นก็ต้องรู้จักวิธีการเย็บเพราะว่าจะได้เย็บถูกว่าคนนี้ควรจะเย็บตะเข็บเป็นยังไง ซิกแซกไหม อะไรอย่างนี้ค่ะ พื้นฐานก็จะมีอยู่แล้วในชั้นปีที่ 2 แล้วก็จากนั้นก็มีการเรียนดีไซน์ การคิดคอนเซ็ปต์ที่มันควบคู่กันไปกับคือเป็นปฏิบัติพร้อมกับทฤษฎีควบคู่กันไปอยู่ตลอดทุกวิชาค่ะ

คุณสมบัติของนักศึกษาที่เหมาะจะเรียนการออกแบบเครื่องแต่งกาย

จริงๆ ก็คือใจรักก่อนเพราะถ้าใจไม่รักก็เหมือนกับทุกๆ อย่างไม่ว่าจะเป็นหมอก็ต้องใจรัก จะเป็นเรียนศิลปะก็ต้องมีใจรัก แล้วก็มีวินัยคะ เก่งมันฝึกให้เก่งได้ แต่ความมีวินัยมันฝึกกันลำบาก มีใจรักมีวินัยแล้วก็ต้องมีความอดทนไม่ใช่ว่ามาเรียนเพื่อแต่งตัวสวยๆ เก๋ๆ เพราะว่ามันทำงานหนัก เชื่อว่าเด็กเรียนแฟชั่นทุกคนไม่มีหน้าตาสดใสหรอก ถ้าเรียนจริงๆ มันต้องโทรม มันต้องเหนื่อยค่ะ เพราะฉะนั้น คุณต้องพร้อมแล้วล่ะว่าคุณจะมาเรียน ไม่ใช่มาเดินแฟชั่นโชว์

สามารถประกอบอาชีพด้านไหนได้บ้าง

วันนี้ตลาดมันกว้างดีไซน์เนอร์ก็เยอะแยะไปหมดเลย แล้วก็ทุกคนต้องแข่งขันกันนะคะ เพราะจริงๆ เราก็พยายามจะจัดการเรียนการสอนเพื่อให้นักศึกษารู้ครบทุกอย่าง บางคนที่อยู่กับเราก็ไม่ได้อยากเป็นดีไซน์เนอร์ อยากเป็นช่างภาพก็มี บางทีเค้าเจออาจารย์ที่มาสอนหรือวิชาที่เขาชอบก็เขาก็เลือกไปประกอบอาชีพของทางนั้น เพราะเรามีทั้งถ่ายภาพ หรือบางทีเรามีวิชาแบรนด์ดิ้ง บางคนก็อยากเป็นคล้ายๆ Merchandising ไม่ได้อยากเป็นแฟชั่น การทำผ้า การสร้างผ้าการทอผ้า เด็กก็อาจจะอยากไปเป็นนักออกแบบลายผ้าหรือทำงานคราฟของตัวเอง หรือนอกจากนั้นอาจจะเป็นดีไซน์เนอร์เต็มตัวเลยอย่างที่เขาชอบกันก็ได้ หรือจะเป็นสไตล์ลิสต์ก็ได้

เราเรียนค่อนข้างกว้าง เด็กของเราจริงๆ มีมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วทำได้ทุกอย่างเลยค่ะ อยู่ตกแต่งภายในก็ได้ทำเซรามิค อยู่เซรามิคก็มาทำนิเทศศิลป์ คือเนื่องจากว่าข้อดีของเราก็คือเราเรียนพื้นฐานด้วยกัน ฉะนั้นเราก็มีการแลกเปลี่ยนกันเราอยู่ในคณะซึ่งเดินไปไหนก็จะเจอเพื่อนอยู่ต่างสาขาเพราะฉะนั้นก็เป็นข้อดีของเราข้อดีหนึ่งนะค่ะที่เราได้แลกเปลี่ยนกัน

แนะนำนักศึกษาที่ยังค้นหาตัวเองไม่เจอ

บางคนมาลงภาคนี้เพราะคิดว่ามันง่ายแล้วสอบได้ แต่จริงๆแล้วไม่ชอบแล้วก็ต้องมาโอนย้ายใหม่ แต่การโอนย้ายหรือลาออกก็เหมือนเอาเปรียบคนที่ควรจะได้นั่งตรงนั้นนะคะ เพราะฉะนั้นควรตัดสินใจให้ดีแล้วก็ลองศึกษา ลองเดินมาดูสูจิบัตรงานพี่ๆ งานอาจารย์ที่มีอยู่ว่าคาแรคเตอร์ของแต่ละภาคหรือการเรียนการสอนของแต่ละรายวิชามันต่างกันตรงไหน อะไรที่เราชอบมากที่สุด โปรดักส์ก็ไม่เหมือนกับเซรามิค เครื่องแต่งกายก็ไม่เหมือนกับตกแต่งภายใน มันค่อนข้างต่างถึงจะอยู่ในคำว่ามัณฑนศิลป์ แต่ก็มีรายละเอียดที่ต่างกันออกไปเพราะฉะนั้นควรจะดูตัวเองว่าเราชอบอะไร เราซัพพอร์ทที่จะเรียนตรงนั้นได้ไหมค่าใช้จ่ายเราจะไหวไหมไม่ใช่ว่าเรามาเป็นภาระทีหลังมันก็มีหลายๆ ส่วนประกอบค่ะ

 

สาขาวิชาออกแบบเครื่องแต่งกาย เป็นหนึ่งใน 7 สาขาวิชาของ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร
มีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถและมีความเชี่ยวชาญ ในการ ออกแบบเครื่องแต่งกาย สามารถประยุกต์ใช้ศิลปะให้สอดคล้องกับ เทคนิควิทยาทางการออกแบบ มีหลักและวิธีการต่าง ๆ ในการดำเนิน ธุรกิจทางการออกแบบเครื่องแต่งกาย มีความคิดสร้างสรรค์และเข้าใจ ในกระบวนการผลิตอุตสาหกรรมการออกแบบเครื่องแต่งกาย และเป็น นักออกแบบที่รับผิดชอบต่อสังคม

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคณะมัณฑนศิลป์ได้ที่ http://www.decorate.su.ac.th

#Trending now
AdGang59Adgang60ข่าวครูสื่อการสอนแผนการสอนเทคนิคการสอนสอบครูข่าวครูadmissions 59admissions 60ad59ad60admissionsสอบตรง 59รับตรง 59สอบตรง 60รับตรง 60ข้อสอบรับตรงอาเซียนAECข่าวกิจกรรมข่าวทุนข่าวเด่นเรียนต่อทุนทุนเรียนต่อทุนการศึกษาclearing houseเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ค้นหาตัวเองปฎิทินสอบONETGATPATติวติว GATติว PATGAT เชื่อมโยงโครงงานวิทยาศาสตร์โครงงานเรียนต่อต่างประเทศข้อสอบคลังข้อสอบข่าว admissionsแอดมิชชั่นสาระน่ารู้โควตาแนะแนวสามเณรธรรมะว.วชิรเมธีธรรมท่องเที่ยวเก็งข้อสอบติวเข้มสอบเข้าสอบสัมภาษณ์สอบเข้า ม.1สอบเข้า ม.4สอบเข้าเตรียมอุดมฯสอบเข้าสาธิตสอบเข้ามหิดลทดลองวิทย์ฮอร์โมนHormoneจักรยานCU TEPTU GETสามเณรปลูกปัญญาธรรมtruelittlemonkของเล่นวิทยาศาสตร์เพลงชาติไทยวิศวะ จุฬาบัญชี จุฬาสอบทุนSmart ExamsTOEICTOEFLสูตรลัดคณิตศาสตร์วิสาขบูชาหน้าหนาวเชียงใหม่เชียงรายคำราชาศัพท์สุภาษิตเงินเดือนครูครูผู้ช่วยสมัครสอบครูTU starข้อสอบ o-net ป.6สอนศาสตร์quizเกมgameเข้าพรรษาโอลิมปิก
กลับด้านบน