ตกขาวคืออะไร?,มีแบบไหนบ้าง?,และมีวิธีการดูแลอย่างไร?

อยากทราบค่ะเพราะว่าเป็นบ่อยมากค่ะ

โดย : Patty'y | เข้าชม : 474| วันที่ : 13 กรกฎาคม 2559
ตกขาวคืออะไร?,มีแบบไหนบ้าง?,และมีวิธีการดูแลอย่างไร?

ตกขาวคือ ของเหลวที่มีลักษณะเป็นเมือกขาว ขุ่นๆ ไหลออกมานอกช่องคลอด แต่ว่าไม่ใช่เลือดนะค่ะ โดยปกติแล้วอาการตกขาวผู้หญิงจะเป็นอยู่แล้ว และมีลักษณะเป็นเมือกใสๆ ขาวๆ อยู่ในช่องคลอดและตัวที่สร้างความชื้นและสร้างเมือกให้ช่องคลอดก็คือ ปากช่องคลอดกับจมูก โดยมีชื่อเรียกว่า mucous กับmembrane แต่จะไม่มีกลิ่นเหม็นหรือถ้าเป็นคนปกติไม่มีโรคอาจจะหวานก็ได้ค่ะ การตกขาวที่ไม่ปกติส่วนใหญ่จะมาจากถูกสร้างขึ้นจากปากช่องคลอด ปากมดลูก และอวัยวะที่ใกล้เคียงบริเวณปากช่องคลอด เป็นตัวสร้างความชื้นและเมือกให้กับช่องคลอด ลักษณะของการตกขาวจะมีลักษณะที่แตกต่างออกไปจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงที่กำลังเป็นโรคหรืออยู่ในภาวะที่ปกติ ในแต่ละคนนั้นปริมาณตกขาวจะไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับช่วงตกไข่ การตั้งครรภ์ การมีรอบเดือน การมีเพศสัมพันธ์ หรือจะเป็นการใช้ยาคุมกำเนิดโดยวิธีใดๆ ก็แล้วแต่ ข้อดีของการตกขาวก็คือทำให้ช่องคลอดไม่แห้ง แต่เป็นสาเหตุที่ทำให้เจ็บเวลาคุณมีเพศสัมพันธ์และยังเป็นสาเหตุของการติดเชื้อได้อีกด้วยนะคะ

ตกขาว 

ตกขาวที่ปกติ (ผู้หญิงที่มีประจำเดือนอยู่)

       การตกขาวที่ปกตินั้นโดยทั่วไปคือผู้หญิงที่มีประจำเดือนอยู่ จึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน จึงทำให้เกิดการสร้างตกขาวขึ้นจากอวัยวะของร่างกายในระบบสืบพันธ์ของผู้หญิง และจะมีลักษณะเป็นเมือกขาว ขุ่นๆ หรือมีกลิ่นเปรี้ยวบ้างเพียงเล็กน้อย สำหรับคนที่ตกขาวที่ปกตินั้นจะไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่มีอาการคันหรือไม่มีอาการแสบใดๆ ยกตัวอย่างเช่น ช่วงกึ่งกลางรอบประจำเดือนของคุณผู้หญิง ซึงเป็นช่วงเวลาที่มีฮอร์โมนสูงมาก และตกขาวนั้นก็จะมีลักษณะที่ค่อนข้างเหลวและใสๆ มีปริมาณที่เยอะมาก แต่ถ้าตกขาวในระยะอื่นๆ ก็จะมีสีขาวขุ่นๆ คล้ายกับแป้งเปียก และตกขาวที่ปกติจะมีกลิ่นเล็กน้อยหรือบางครั้งก็ไม่มีกลิ่นเลย และอาการคันหรืออาการแสบ ถ้าเป็นการตกขาวแบบนี้นั่นคือตกขาวที่ปกติ และฮอร์โมนผู้หญิงยังช่วยให้เซลล์ในช่องคลอดสมบูรณ์อีกด้วย เพราะไกลโคเจนมีการสร้างสารประเภทแป้งแบคทีเรียจะทำให้สารเป็นกรดอ่อนๆ ที่ช่วยป้องกันการรุกรานของเชื้อโรคและเชื้อรา ที่จะทำให้เกิดความผิดปกติ

ตกขาวที่ผิดปกติมีลักษณะอย่างไร และมีสาเหตุมาจาก 

       ตกขาวที่ผิดปกติมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป และมีสาเหตุใหญ่อยู่ 2 ประเภทคือ ตกขาวที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ และตกขาวที่มีสาเหตุจากการไม่ติดเชื้อ

1. ตกขาวที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ

 ตกขาวที่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ และตกขาวจากสาเหตุมาจากการติดเชื้อเกิดได้จากเชื้อรา แบคทีเรีย เชื้อไวรัส และพยาธิในช่องคลอด ฉะนั้นตกขาวประเภทนี้ จะมีบางชนิดที่มีลักษณะที่ค่อนข้างเฉพาะตัว และมีลักษณะดังต่อไปนี้ค่ะ

- ตกขาวที่เกิดจากเชื้อรา

เชื้อราที่เกิดจากช่องคลอดนั้นจะมีสีเหลืองหรือสีขาว ลักษณะเป็นก้อนที่มีขนาดเล็กๆ มีกลิ่นคล้ายกับนมบูด และกลิ่นเหม็นอับ เวลาปัสสาวะออกมาจะมีอาการแสบคันเพราะช่องคลออดเกิดการระคายเคือง บางคนแทบทนไม่ได้กับอาการแสบคันเพราะบางคนนั้นมีอาการรุนแรงมากและคันมาจนถึงบริเวณขาหนีบและแสบแดง การตกขาวดังที่ได้กล่าวมาไม่ค่อยเกิดจากการติต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ แต่มักจะเกิดจากสาเหตุการใช้ยาปฏิชีวนะ หรือไม่ก็ผู้ป่วยมีภูมิต้านทานต่ำ เช่น ผู้ป่วยที่ใช้ยาที่มีฤทธิ์กดภูมิต้านทาน ผู้ป่วยโรคเบาหวาน แต่ถ้าตกขาวเป็นสีเขียวปนสีเหลือง มีกลิ่นเหม็นและเป็นฟอง มีอาการคันอาจจะเป็นโรคพยาธิในช่องคลอดก็ได้ค่ะ  

- ตกขาวที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย 

        ตกขาวที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียนั้นมักจะมีสีเหลืองหรือเหลืองปนเขียว จะมีอาการคันในบางรายเท่านั้น เชื้อชนิดอื่นอาจเกิดตกขาวที่มีกลิ่นคาวหลังการมีเพศสัมพันธ์ แต่ตกขาวจากเชื้อแบคทีเรียนี้มีสาเหตุมาจากโรคหนองใน จึงทำให้ตกขาวมีสีเหลืองจัด และปัสสาวะจะมีอาการแสบคันและทรมาน

- ตกขาวที่เกิดจากเชื้อไวรัส

ตกขาวที่เกิดจากเชื้อไวรัส เป็นเชื้อโรคที่ติดต่อมาจากการมีเพศสัมพันธ์ และไม่เห็นอาการได้อย่างชัดเจน ตัวอย่างของโรคกลุ่มนี้คือ โรคเริ่มเป็นโรคที่ไม่หายขาด จะมีลักษณะเป็นตุ่มใสๆ มีขนาดเล็ก และจะแตกเป็นแผลทำให้แสบ มีกลิ่นผิดปกติตกขาวมีสีเหลือง และจะปรากฏอาการที่ผิดปกติในครั้งแรกเกิดที่การติดเชื้อ

- ตกขาวที่เกิดจากการติดเชื้อจากพยาธิในช่องคลอด

ตกขาวที่เกิดจากการติดเชื้อจากพยาธิในช่องคลอด ซึ่งเป็นโรคที่ติดต่อจากเชื้อพยาธิ เชื้อหนอง เชื้อไวรัสและเชื้อรา มีสาเหตุมาจากเชื้อชนิดหนึ่งที่เป็นโรคติดต่อมาจากการมีเพศสัมพันธ์ หรือเกิดในผู้หญิงในวัยที่หมดประจำเดือนแล้ว เพราะในวัยที่หมดประจำเดือนนั้นด้วยฮอร์โมนที่ลดลงจึงทำให้เยื่อบุช่องคลอดจะบางลง ที่ติดเชื้อได้ง่ายเพราะมีภูมิคุ้มกันต่อการติดเชื้อต่ำจึงเกิดการอักเสบได้ง่าย สำหรับบางก็เกิดแผลเนื่องจากสิ่งแปลกปลอมบางอย่างในช่องคลอด เช่น กระดาษชำระ ผ้าอนามัยแบบสอด สำลี หรืออุปกรณ์ทางเพศ เพราะตอนมีเพศสัมพันธ์นั้นใส่สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ไว้ในช่องคลอด และส่วนใหญ่ตกขาวมักจะมีสีเหลือง บางครั้งเป็นฟอง อาจจะมีกลิ่นเปรี้ยวเล็กน้อยและมีอาการแสบคันบริเวณช่องคลอด และอาจจะทำให้เป็นมะเร็งช่องคลอดหรือเนื้องอกในช่องคลอดและมะเร็งปากมดลูกก็เป็นไปได้เหมือนกันค่ะ และในวัยเด็กนั้นมักจะพบเชื้อแบคทีเรียต่างๆจึงทำให้อวัยวะเพศเกิดอาการอักเสบ

สาเหตุของการเกิดเชื้อราในช่องคลอด 

- อาจจะเกิดจากความอับชื้นถ้ายิ่งอับเชื้อราก็จะเกิดได้ง่าย ถ้าใช้น้ำยาทำความสะอาดทุกๆ ครั้งก็จะสะอาดเกินไป ก็จะทำให้เชื้อโรคที่ดีในช่องคลอดนั้นถูกทำลายไป ฉะนั้นแล้วก็ไม่อาวุธที่สามารถต่อสู้กับเชื้อราจึงเป็นเหตุให้ให้เกิดเชื้อรา

-  การใช้ผ้าอนามัยโดยที่ไม่มีการเปลี่ยนตลอดทั้งวันหรือใส่ในระยะเวลานานๆ เพราะผ้าอนามัยทำให้เกิดความอับชื้น และมีการแนะนำจากคุณหมอว่า ไม่ควรใส่ผ้าอนามัยจะดีกว่าถ้าหากว่าไม่ได้อยู่ในช่วงที่มีแระจำเดือน เพราะจะทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย

-  การใช้ยาปฏิชีวนะ เพราะบางคนเป็นสิวเรื้อรังหรือบางคนก็เป็นหวัดเรื้อรัง จึงต้องกินยารักษาอย่างต่อเนื่อง และตัวที่จะไปทำรายเชื้อแบคทีเรียหรือแลคโตบาซิลัส ที่ทำหน้าที่ฆ่าเชื้อราที่อยู่ในช่องคลอด ก็คือยาปฏิชีวนะที่กินลงไป และยังทำให้เกิดอาการที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆ อีกด้วย เพราะฉะนั้นแล้วถ้าไม่มีความจำเป็นจริงๆ ไม่ควรกินยาติดต่อกันเป็นเวลานานๆ

 2. ตกขาวที่มีสาเหตุจากการไม่ติดเชื้อ
เกิดจากการใช้สบู่ล้างจุดซ่อนเร้นบ่อยๆ ครั้งเพราะว่าสารจากสบู่จะเป็นตัวที่ไปฆ่าแบคทีเรียชนิดดี ที่สามารถช่วยรักษาจุดซ่อนเร้นของเราตายไปจนหมด จึงเป็นเหตุที่ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายและมีกลิ่นที่รุนแรงมากขึ้น หรือเกิดจากมีสิ่งแปลกปลอมบางอย่างในช่องคลอด เช่น กระดาษชำระ ผ้าอนามัยแบบสอด สำลี หรืออุปกรณ์ทางเพศ เพราะตอนมีเพศสัมพันธ์นั้นใส่สิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ไว้ในช่องคลอด และส่วนใหญ่ตกขาวมักจะมีสีเหลือง บางครั้งเป็นฟอง อาจจะมีกลิ่นเปรี้ยวเล็กน้อยและมีอาการแสบคันบริเวณช่องคลอด และอาจจะทำให้เป็นมะเร็งช่องคลอดหรือเนื้องอกในช่องคลอดและมะเร็งปากมดลูกก็เป็นไปได้เหมือนกันค่ะ

 

วิธีการรักษาตัวเองจากตกขาว

  1. ให้คุณทานยาคูลท์ เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ชนิดดีให้กับร่างกายและเข้าไปทำลายแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นคาวที่คุณไม่พึงประสงค์ เพียงแค่ทานยาคูลกลิ่นในจุดซ่อนเร้นก็จะหายไปเอง เพื่อเป็นการเพิ่มเชื้อจุลินทรีย์ไปทำลายแบคทีเรีย และเชื้อจุลินทรีย์ชนิดดีก็คือเชื้อแลคโตบาซิลัสที่อยู่ในยาคูลท์ หลายๆคนคงรู้จักกันดีว่ากลิ่นเหม็นที่ไม่พึงประสงค์ในจุดซ่อนเร้นนั้นเกิดจากเชื้อจุลินทรีย์ชนิดดีในช่องคลอดนั้นน้อยลง เพราะถูกทำลายโดยแบคทีเรีย จึงทำให้มีกลิ่นเหม็นออกมา และในบางคนนั้นอาจจะมีกลิ่นแรงมาก แต่ไม่ต้องตกใจนะค่ะเพราะสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้โดยวิธีง่ายๆ แค่คุณรักษาตัวเองดังที่ได้กล่าวไปข้างต้นแค่นี้ก็จะเรียกความมั่นใจของคุณกลับมาและสุขภาพยังดีอีกด้วย แต่ถ้าคุณไม่ดูแลรักษาตัวเองก็จะทำให้มีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์และทำให้คุณขาดความมั่นใจในตัวเองอีกด้วย
  2. สวมกางเกงชั้นในที่นุ่ม สะอาด ใส่สบายและต้องไม่อับชื้นด้วย เมื่อคุณมีประจำเดือนให้เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยๆ ครั้ง ไม่ควรใส่ชิ้นเก่าเป็นเวลานานเพราะจะเกิดความอับชื้น และวิธีการดูแลช่องคลอดคือ หลังจากที่ล้างจุดซ่อนเร้นเสร็จแล้วให้คุณใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆซับเบาๆ และไม่ควรใช้สบู่ล้างจุดซ่อนเร้นบ่อยๆ ครั้งเพราะว่าสารจากสบู่จะเป็นตัวที่ไปฆ่าแบคทีเรียชนิดดี ที่สามารถช่วยรักษาจุดซ่อนเร้นของเราตายไปจนหมด จึงเป็นเหตุที่ทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายและมีกลิ่นที่รุนแรงมากขึ้น ให้คุณล้างด้วยน้ำอุ่น หรืออาจจะใช้สำลีชุบน้ำอุ่นในการทำความสะอาดก็ได้เช่นเดียวกันค่ะ และห้ามไม่ให้โกนขนตรงจุดซ่อนเร้นโดยเด็ดขาดเพราะสามารถป้องกันไม่ให้กลิ่นเหม็นจากภายในออกมา นอกจากจะห้ามไม่ให้โกนขนแล้วยังห้ามไม่ให้ดึงหรือถอน เรื่องกลิ่นนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากคงไม่มีใครที่อยากมีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์หรอกนะค่ะ และสำหรับคนไหนที่มีกลิ่นในที่ซ่อนเร้นนั้นต้องรักษาให้ดีที่สุดเราต้องทำเพื่อตัวเองนะค่ะเพื่อที่จะได้มีสุขภาพที่ดี อวัยวะเพศก็เป็นอวัยวะในร่างกายเราที่สำคัญเหมือนกันนะค่ะ ควรได้รับการดูแลรักษาความสะอาดเท่ากับใบหน้าเลยนะค่ะ ถ้าหากว่าคุณมัวแต่อายและทำเมินเฉยต่ออวัยวะเพศก็ทำให้คุณมีปัญหาตามมา ความจริงแล้วอวัยวะเพศของเรานั้นไม่มีกลิ่นที่รุนแรงมากนะค่ะ อาจจะมีบ้างเล็กน้อยเท่านั้น แต่ถ้าคุณมีอาการตกขาวที่ผิดปกติให้คุณไปพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการรักษานะค่ะ
  3. ไม่ใช้สิ่งของหรือสารเคมีที่ทำให้คุณแพ้ สาเหตุที่ทำให้คุณเกิดอาการคันระคายเคืองมีมากมายหลายสิ่ง บางครั้งแม้แต่คุณเองยังไม่รู้เลยว่าตัวเองแพ้สารเคมีชนิดใด ฉะนั้นแล้วให้คุณลองสำรวจสิ่งของที่คุณใช้ ไม่ว่าจะเป็นชุดชั้นในหรือผงฟอกขาวต่างๆ ที่คุณใช้ในชีวิตประจำวันนั้นมีสิ่งไหนบ้างที่เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณแพ้ เช่น คันที่บริเวณจุดซ่อนเร้น ก็เกิดได้จากหลายสิ่งไม่ว่าจะเป็นผงซักฟอกที่คุณใช้ในการทำความสะอาดชั้นชั้นในของคุณ หรืออาจจะแพ้สบู่อาบน้ำที่มีความเป็นด่างมากไป หรือแพ้น้ำหอมที่คุณใช้ฉีดพ่นตัว  หรืออาจจะแพ้สารหล่อลื่นที่เคลือบถุงยางอนามัย เป็นต้น เกิดจากโรคเริมซึ่งมันเป็นไวรัสชนิดหนึ่งที่สามารถติดต่อได้ทางผิวสัมผัสและการมีเพศสัมพันธ์ จึงทำให้มีตุ่มพุพองใสๆ และมีไขต่อมน้ำเหลืองโตนั้นเกิดจากโลน ซึ่งจะทำให้มีอาการคันบริเวณหัวเหน่า โลนเป็นสัตว์ประเภทเดียวกันกับเหามีลักษณะเป็นสัตว์ตัวเล็กๆ ถ้าหากว่าคุณเกิดอาการระคายเคืองตกขาวมีสีผิดปกติ และมีกลิ่นที่รุนแรงมาก จะทำให้คุณเกิดเชื้อราได้ เพราะฉะนั้น หลังจากที่คุณออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเสร็จแล้วคุณควรรีบชำระทำความสะอาดร่างกายโดยเร็วที่สุด ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานๆ ด้วยเหงื่อที่ออกมามากนั้นจะทำให้เกิดการสะสมทำให้เกิดเชื้อรา และไม่ควรใส่เสื้อผ้าหรือชุดชั้นในที่มีขนาดพอดีเกินไปหรือคับเกินไป จะทำให้อากาศถ่ายเทไม่ดีและชุดชั้นในที่มันคับเป้าเกินไป ก็จะทำให้เกิดความอับชื้น อาจจะทำให้เกิดการเสียดสี ทำให้เกิดอาการคัน ระคายเคือง ถ้าหากเกาก็จะทำให้เป็นแผลติดเชื้อได้ ฉะนั้นแล้วควรเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ใส่แล้วสบาย เนื้อผ้านุ่มระบายอากาศได้ดี ช่วยในการซับเหงื่อและแห้งเร็ว คุณก็ลองสังเกตตัวเองดูนะค่ะว่าคุณการตกขาวของคุณมาจากสาเหตุใด แต่ถ้ามาจากการแพ้สารที่คุณใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน ให้คุณลองเปลี่ยนไปใช้แบบอื่นๆ อาจจะทำให้ดีขึ้นและหายจากการแพ้ได้ แต่ถ้าเกิดว่ามีอาการคันมากให้คุณไปปรึกษาแพทย์จะดีกว่า และไม่ควรซื้อยามาใช้เองไม่ว่าจะเป็นยากินหรือยาทาก็แล้วแต่ ฉะนั้นทางที่ดีควรรักษาสุขอนามัยในส่วนของจุดซ่อนเร้นและควรดูแลเป็นพิเศษ การมีเพศสัมพันธ์ก็เช่นเดียวกันถ้าจะให้ปลอดภัยควรใช้ถุงยางอนามัยด้วยทุกครั้งเป็นการป้องกันที่ดีอีกทางหนึ่งที่ช่วยได้ค่ะ

 การป้องกันการเป็นตกขาว

  1. ไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะเป็นเวลานานๆ ถ้าหากไม่มีความจำเป็น
  2. ควรรบประทานอาหารที่สดใหม่และมีคุณภาพ ดื่มน้ำให้เยอะๆ ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอและที่สำคัญต้องพักผ่อนให้เพียงพอ
  3. ก่อนที่จะมีเพศสัมพันธ์ให้ล้างอวัยวะเพศก่อนทุกครั้ง
  4. ไม่ควรใส่กางกางที่มีขนาดเล็กกว่าไซต์ตัวเองหรือรัดเกินไป
  5. ต้องดูแลอวัยวะเพศให้แห้งอยู่เสมอ และอย่าให้อับชื้น
  6. ให้คุณเช็ดก้นจากหน้า
  7. ไม่ควรสวนล้างช่องคลอดเพราะช่องคลอดสะอาดอยู่แล้ว

ตกขาวแบบไหนที่อันตราย

        ตกขาวที่มีกลิ่นเหม็นและออกมาในปริมาณที่มากเกินปกติ และมีสีต่างๆ เช่น สีเหลือง สีเขียว สีเทาตกขาวที่ผิดปกติและอันตรายที่สุดคือตกขาวสีน้ำตาล  มีฟองด้วย กลิ่นเหม็นอับ เวลาปัสสาวะออกมาจะมีอาการแสบคันเพราะช่องคลออดเกิดการระคายเคือง บางคนแทบทนไม่ได้กับอาการแสบคันเพราะบางคนนั้นมีอาการรุนแรงมากและคันมาจนถึงบริเวณขาหนีบและแสบแดง หากพบว่ามีอาการดังกล่าวควรไปปรึกษาแพทย์และรับคำแนะในการรักษา

โดย : ทีมงานทรูปลูกปัญญา | เข้าชม : 474| วันที่ : 11 กันยายน 2559
#Trending now
Adgang60ข่าวครูสื่อการสอนแผนการสอนเทคนิคการสอนสอบครูข่าวครูปฏิทินสอบเข้า ม.1 2560admissions 60ad60admissionsสอบตรง 60รับตรง 60ข้อสอบรับตรงอาเซียนAECข่าวกิจกรรมข่าวทุนข่าวเด่นเรียนต่อทุนทุนเรียนต่อทุนการศึกษาclearing houseเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ค้นหาตัวเองปฎิทินสอบONETGATPATติวติว GATติว PATGAT เชื่อมโยงโครงงานวิทยาศาสตร์โครงงานเรียนต่อต่างประเทศข้อสอบคลังข้อสอบข่าว admissionsแอดมิชชั่นสาระน่ารู้โควตาแนะแนวสามเณรธรรมะว.วชิรเมธีธรรมท่องเที่ยวเก็งข้อสอบติวเข้มสอบเข้าสอบสัมภาษณ์สอบเข้า ม.1สอบเข้า ม.4สอบเข้าเตรียมอุดมฯสอบเข้าสาธิตสอบเข้ามหิดลทดลองวิทย์ฮอร์โมนHormoneจักรยานCU TEPTU GETสามเณรปลูกปัญญาธรรมtruelittlemonkของเล่นวิทยาศาสตร์เพลงชาติไทยวิศวะ จุฬาบัญชี จุฬาสอบทุนSmart ExamsTOEICTOEFLสูตรลัดคณิตศาสตร์วิสาขบูชาหน้าหนาวเชียงใหม่เชียงรายคำราชาศัพท์สุภาษิตเงินเดือนครูครูผู้ช่วยสมัครสอบครูTU starข้อสอบ o-net ป.6สอนศาสตร์quizเกมgameเข้าพรรษาโอลิมปิกในหลวงรัชกาลที่ 99 วิชาสามัญรัชกาลที่ 10สรุปสูตรคณิตศาสตร์เอนทรานซ์ 4.0
กลับด้านบน