Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

เอ็นไอเอเผย 8 ปัจจัยเสี่ยงด้านชีวอนามัยที่อาเซียนต้องจับตาในปี 2030 พร้อมหนุนการพัฒนา “อนาคตศาสตร์” เพื่อเตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงของโลก

Posted By generalspvd | 21 ก.พ. 63
691 Views

  Favorite

เอ็นไอเอเผย 8 ปัจจัยเสี่ยงด้านชีวอนามัยที่อาเซียนต้องจับตาในปี 2030 พร้อมหนุนการพัฒนา “อนาคตศาสตร์” เพื่อเตรียมรับมือการเปลี่ยนแปลงของโลก

 

 

 

 

สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA โดยสถาบันการมองอนาคตนวัตกรรม (IFI) ซึ่งเป็นหน่วยงานเฉพาะด้านอนาคตศาสตร์ และช่วยคาดการณ์ทิศทางอนาคตของประเทศไทยในมิติต่างๆ ได้ทำการสำรวจข้อมูลข้อมูลจากหัวข้อการสัมมนา “Biosecurity in ASEAN 2030” ในงานประชุมนานาชาติ “Asia-Pacific Future Network Conference” ครั้งที่ 5 และวิเคราะห์แนวโน้มความปลอดภัยด้าน ชีวอนามัยของอาเซียนในปี 2030 ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวอาเซียนจะมีปัจจัยหลักสำคัญ 8 ประการที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยทั้งทางด้านสุขภาพและสาธารณสุข และเป็นสิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น การแพทย์และสุขภาพ ภาคสังคมต้องสรรหาแนวทางรับมือ ได้แก่

 

การเพิ่มขึ้นของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ

 

 

 

 

 

และการสรรหาพลังงานทดแทนจากสิ่งใหม่ ๆ จะเป็นตัวผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะการระบาดของเชื้อโรค เช่น การนำขยะมาพัฒนาเป็นของใช้ที่อาจมีการปนเปื้อนของสารเคมีและเชื้อโรค การใช้ทรัพยากรที่เกินความจำเป็นจนขาดความหลากหลายทางชีวภาพและความไม่สมดุล เป็นต้น

 

 

การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

 

 

 

 

 

การเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร

 

 

 

ที่อาจจะเกิดขึ้นในบางประเทศ ซึ่งทำให้การแพร่ระบาดของเชื้อโรคและไวรัสมีมากขึ้น นอกจากนี้ การที่ประชากรหนาแน่นยังทำให้ผู้คนต้องมีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น จนเป็นเหตุให้การส่งผ่านเชื้อโรคต่าง ๆ สู่กันได้ง่าย เช่น การปนเปื้อนทางอาหาร การใช้บริการสาธารณะ

 

 

การเพิ่มขึ้นของชนชั้นกลางและชนชั้นแรงงาน

 

 

 

 

 

การเติบโตทางเศรษฐกิจ

 

 

 

โดยเฉพาะการขยายตัวทางอุตสาหกรรม และการเกิดอุตสาหกรรมใหม่ที่จะมีผลทำให้เชื้อโรคบางชนิดแฝงมากับกิจกรรมดังกล่าว รวมถึงการอุบัติของโรคที่ยังไม่มีคนรู้จัก และความต้านทานของไวรัสบางประเภทที่จะมีมากขึ้น โดยปัจจัยในข้อนี้มักจะมีผลกับพื้นที่สำคัญที่มีการกระจุกตัวทางเศรษฐกิจ เช่น เมืองหลวง เมืองใหญ่ในระดับภูมิภาค เมืองอุตสาหกรรม และเมืองท่องเที่ยว

 

 

การปฏิรูปการใช้ที่ดิน

 

 

 

 

 

การท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น

 

 

 

 

การเดินทางที่มีความสะดวก ผนวกกับเทคโนโลยีการขนส่งที่มีความทันสมัย ทำให้เกิดการหลั่งไหลเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจในอาเซียนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการเดินทางในแต่ละครั้งจะนำพาเชื้อโรคและไวรัสต่าง ๆ จากจุดกำเนิดไปยังสถานที่ใหม่ ส่งผลให้เกิดการระบาดของโรคติดต่อในภูมิภาคใหม่และแพร่ประจายได้อย่างรวดเร็ว

 

 

การสูญพันธ์ของสัตว์และพืชพรรณบางชนิด

จำนวนสิ่งมีชีวิตที่ลดลงอาจทำให้เชื้อโรคและไวรัสที่เคยใช้สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นเป็นแหล่งฟักตัวหรือเป็นแหล่งอาศัย เริ่มปรับตัวและหาที่อาศัยใหม่ เช่น จากพืชสู่สัตว์ จากสัตว์สู่คนมากขึ้น โดยในปัจจุบันจะเห็นได้ว่ามีการเกิดโรคติดต่อที่เกิดจากคนสู่สัตว์เกิดขึ้นแล้วในหลาย ๆ ประเทศรวมถึงไทยและอาเซียน ซึ่งควรมีการวิจัยหรือการติดตามที่เป็นระยะ เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมและหาแนวทางป้องกันต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

จากปัจจัยที่กล่าวมายังพบอีกว่า การระบาดของเชื้อแบคทีเรียและไวรัสมีโอกาสเกิดขึ้นได้มาก โดยเฉพาะไข้อีโบลา (Ebola) โรคซาร์ส (SARS) ไวรัสซิกา (Zika) ไข้เหลือง (Yellow Fever) ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) และไวรัส อหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Swine Fever) ซึ่งเป็นเชื้อที่มีความรุนแรงและอันตรายในระดับสูง บางชนิดสามารถแพร่กระจายผ่านทางอากาศได้ เนื่องจากการเดินทางที่สะดวกมากยิ่งขึ้นทำให้การแพร่กระจายของเชื้อเกิดขึ้นได้เร็วกว่าในธรรมชาติหลายเท่า เป็นภัยคุกคามที่จะเกิดกับความปลอดภัยทางชีวอนามัยในอนาคต

 

 

 

อย่างไรก็ดี จะเห็นได้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาประชากรโลกต้องเผชิญกับความเสี่ยงของการเกิดโรคระบาดครั้งใหญ่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งทุกครั้งที่เกิดสถานการณ์ดังกล่าวมักไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า และหลายครั้งยังขาดวิธีการรับมือที่เป็นรูปธรรมเนื่องจากขาดระบบคาดการณ์ที่มีประสิทธิภาพ การเก็บข้อมูล การใช้สถิติ รวมทั้งขาดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการมองอนาคตที่มีการดำเนินงานอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้ประชากรโลกต้องตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้นเรื่อย ๆ การพยากรณ์และการคาดการณ์การเกิดโรคจึงจำเป็นอย่างมากสำหรับทุกประเทศรวมทั้งประเทศไทย ซึ่งการพยากรณ์เหตุการณ์ของโรคภัยที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน มีความคล้ายคลึงกับการทำนายสภาพอากาศของประเทศ ที่จะช่วยให้เกิดการเตรียมการล่วงหน้า สามารถรับมือหรือออกมาตรการที่เหมาะสม รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี และเป็นผลดีต่อการสื่อสารความเสี่ยงและเตือนภัยการระบาดของโรคกับสาธารณชนได้เป็นอย่างดี

 

 

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สถาบันการมองอนาคตนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) โทรศัพท์ 02-017-5555 เว็บไซต์ www.nia.or.th และ facebook.com/NIAThailand

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • generalspvd
  • 2 Followers
  • Follow