Home
Education
Classroom
Knowledge
Blog
TV
ธรรมะ
กิจกรรม
โครงการทรูปลูกปัญญา

หลักการใช้ Must – Have to และ Mustn’t – Don’t have to

Posted By Plook Creator | 10 พ.ย. 60
152,689 Views

  Favorite

Must กับ Have to เรื่อง “ต้อง...” ที่สงสัยว่า Must ต้องแบบไหน Have to ต้องอย่างไร แล้วถ้าไม่ต้องอย่าง Mustn’t กับ Don’t have to ล่ะ ใช้ต่างกันอย่างไร มาไขข้อสงสัยกับ หลักการใช้ Must – Have to และ Mustn’t – Don’t have to 


must 

must ใช้ในกรณีที่เราคิดเองว่าต้องทำ โครงสร้างคือ must + verb infinitive (กริยาช่อง1) เช่น

I must go to the hospital. 
(ฉันต้องไปโรงพยาบาล : เป็นความคิดของเราเองที่ว่าต้องไป เพราะอาจจะรู้สึกว่าไม่ค่อยสบายเลยต้องไปตรวจที่โรงพยาบาล)

I must stop smoking.
(ฉันต้องเลิกสูบบุหรี่ : ตัวเราต้องการเลิกเอง) 

I must finish this work today.
(ฉันต้องทำงานนี้ให้เสร็จวันนี้ : ตัวเราคิดเองว่าจะทำให้เสร็จวันนี้) 

I must go to supermarket today. Because cosmetic sale finishes today.
(ฉันต้องไปซูเปอร์มาร์เก็ตวันนี้ เพราะเครื่องสำอางลดราคาวันนี้วันสุดท้ายแล้ว) 

That movie is very funny! You must watch it!
(หนังเรื่องนั้นสนุกมาก คุณต้องดูมันนะ) 


have to

have to ใช้ในกรณีที่สถานการณ์เป็นตัวบังคับให้เราจำเป็นต้องทำ ซึ่งเราอาจจะไม่อยากทำ อาจเป็นกฎหรือข้อบังคับให้ทำ โครงสร้างคือ have to + verb infinitive (กริยาช่อง1) เช่น

I have to stop smoking.
(ฉันจำเป็นต้องเลิกสูบบุหรี่ : หมออาจจะสั่งให้เลิกสูบ)

I have to go to supermarket today. Because my mom asked me to buy something.
(ฉันต้องไปซูเปอร์มาร์เก็ตวันนี้ เพราะแม่บอกให้ซื้อของบางอย่าง) 

Doctors sometimes have to work on Sunday.
(บางครั้งบรรดาคุณหมอก็ต้องทำงานวันอาทิตย์ : เป็นกฎในอาชีพที่ต้องทำ) 

She has to go to the hospital.
(เธอต้องไปโรงพยาบาล)

ข้อสังเกต : ประธาน I, You, We, They และประธานพหูพจน์อื่น ๆ ใช้ have to
               ประธาน He, She, It และประธานเอกพจน์อื่น ๆ ใช้ has to
               รูปอดีตใช้ had to


สรุปความแตกต่างของ Must กับ Have to

Must

Have to

     1. ใช้ในกรณีที่เป็นความต้องการของเราเอง

     1. ใช้ในกรณีที่เป็นสิ่งจำเป็นต้องทำ อาจเป็นกฎหรือข้อบังคับ

     2. โครงสร้าง must + verb infinitive (V.1)

     2. โครงสร้าง have to + verb infinitive (V.1)

     I must go to supermarket today. Because cosmetic sale finishes today.
     (ฉันต้องไปซูเปอร์มาร์เก็ตวันนี้ เพราะเครื่องสำอางลดราคาวันนี้วันสุดท้ายแล้ว)

     I have to go to supermarket today. Because my mom asked me to buy something.
     (ฉันต้องไปซูเปอร์มาร์เก็ตวันนี้ เพราะแม่บอกให้ซื้อของบางอย่าง)

     I must stop smoking.
     (ฉันต้องเลิกสูบบุหรี่ : ตัวเราต้องการเลิกเอง)

     I have to stop smoking.
     (ฉันจำเป็นต้องเลิกสูบบุหรี่ : หมออาจจะสั่งให้เลิกสูบ)

     I must buy a new mobile phone.
     (ฉันต้องซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ : ต้องการซื้อเอง)

     I have to buy a new mobile phone.
     (ฉันจำเป็นต้องซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ : อาจมีเหตุจำเป็นหรือมีใครแนะนำให้ซื้อ



ในรูปประโยคบอกเล่าและคำถาม must กับ have to มีความคล้ายกัน แต่เมื่อเป็นประโยคปฏิเสธจะแตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้


mustn’t (must not)

mustn’t หมายถึง “ต้องไม่...”  ซึ่งเป็นกฎหรือข้อบังคับว่า “ห้ามทำ” โครงสร้างคือ mustn’t + verb infinitive (V.1) เช่น 

You mustn’t drink if you’re going to drive.
(คุณต้องไม่ดื่มเหล้าถ้าคุณจะขับรถ : เพราะผิดกฎหมาย)

You mustn’t take photos here.
(คุณต้องไม่ถ่ายรูปที่นี่ : เพราะเป็นกฎห้ามถ่าย) 

You mustn’t cross the road when there is a red light.
(คุณต้องไม่ข้ามถนนเมื่อมีสัญญาณไฟแดง)

In football you mustn’t touch the ball with your hands.
(ในกีฬาฟุตบอลคุณต้องไม่ให้มือของคุณสัมผัสโดนลูกบอล : เพราะเป็นกฎของกีฬาฟุตบอล) 


don’t have to/doesn’t have to

don’t have to/doesn’t have to หมายถึง “ไม่จำเป็นต้อง...” นั่นคือจะทำหรือไม่ทำก็ได้ โครงสร้างคือ don’t have to/doesn’t have to + verb infinitive (V.1) เช่น  

He doesn't have to wear a suit to work but he usually does.
(เขาไม่จำเป็นต้องใส่สูทไปทำงานก็ได้ แต่เขาก็ใส่ไปเป็นปกติ)

I don’t have to clean my room every day.
(ฉันไม่จำเป็นต้องทำความสะอาดห้องทุกวัน) 

Teachers don’t have to work on Sunday.
(บรรดาคุณครูไม่จำเป็นต้องทำงานวันอาทิตย์) 

You don’t have to hurry, but you mustn’t be late.
(คุณไม่จำเป็นต้องรีบก็ได้ แต่คุณห้ามสายนะ) 

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • Plook Creator
  • 0 Followers
  • Follow