ม.6

ข้อสอบ PAT 5 ความถนัดทางวิชาชีพครู มีนาคม 2554

รายละเอียดข้อสอบ
รหัสข้อสอบ

: MB613460

จำนวนข้อ

: 150 ข้อ

วิชา

: PAT 5

ระดับชั้น

: ม.6

สร้างเมื่อ

: 14 ธ.ค. 60 เวลา 15:32 น.

ผู้สร้าง : Plook Teacher

แชร์ข้อสอบนี้

เพิ่มในรายการโปรด

ให้คะแนน
00:00

1

ข้อที่ 1/150
คำถาม :

การกระทำของบุคคลในข้อใด เป็นผลเสียมากที่สุด

2

ข้อที่ 2/150
คำถาม :

การเปลี่ยนแปลงสังคมยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้เกิดเครือข่ายสังคม (Social Network) แบบใหม่ ที่แตกต่างจากเครือข่ายทางสังคมแบบเดิมในด้านใด

3

ข้อที่ 3/150
คำถาม :

การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและความสามารถในการผลิตข้อมูลข่าวสารสู่สังคมผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทำให้คุณลักษณะใดเป็นสิ่งที่ต้องปลูกฝังให้กับพลเมืองรุ่นใหม่อย่างเร่งด่วนที่สุด

4

ข้อที่ 4/150
คำถาม :

ค่านิยมความพอเพียง สอดคล้องกับแนวทางการปฏิบัติตนตามหลักธรรมข้อใดในพระพุทธศาสนา

5

ข้อที่ 5/150
คำถาม :

ประเพณีต่อไปนี้ ข้อใดที่สะท้อนแนวคิดและความเชื่อที่คล้ายคลึงกับประเพณีลอยกระทง            

6

ข้อที่ 6/150
คำถาม :

งานบุญใดที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับค่านิยมเรื่องความกตัญญู

7

ข้อที่ 7/150
คำถาม :

ประเพณีพิธีกรรมที่เกี่ยวกับการถือผีในข้อใดที่มีจุดประสงค์แตกต่างจากข้ออื่น

8

ข้อที่ 8/150
คำถาม :

จากมติคณะรัฐมนตรีให้มีการร่างพระราชบัญญัติจัดเก็บภาษีสิ่งแวดล้อม หากกฎหมายฉบับดังกล่าวได้รับการประกาศใช้ หน่วยงานใดที่มีหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมาย

9

ข้อที่ 9/150
คำถาม :

ข้อใด ไม่ใช่ เหตุผลในการจัดทำร่างพระราชบัญญัติการติดตามทวงหนี้อย่างเป็นธรรม

10

ข้อที่ 10/150
คำถาม :

เพราะเหตุใดจึงต้องมีการระบุสภาพบังคับใช้กฎหมาย

11

ข้อที่ 11/150
คำถาม :

การเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าชื่อเสนอกฎหมาย จะส่งผลต่อการพัฒนาการเมืองการปกครองของประเทศหลายประการ ยกเว้น ข้อใดการเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าชื่อเสนอกฎหมาย จะส่งผลต่อการพัฒนาการเมืองการปกครองของประเทศหลายประการ ยกเว้น ข้อใด

12

ข้อที่ 12/150
คำถาม :

ข่าวคนเก็บขยะได้รับโทษกรณีนำแผ่น CD ที่เก็บได้ไปขาย ทำให้เกิดการตื่นตัวเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย ทั้งนี้ควรจะดำเนินการอย่างไรมากที่สุด

13

ข้อที่ 13/150
คำถาม :

“ประชาธิปไตย เป็นทั้งอุดมการณ์ และวิถีชีวิต” แนวคิดหลักจากข้อความนี้สอดคล้องกับการปฏิบัติในข้อใด

14

ข้อที่ 14/150
คำถาม :

ข้อใดมิใช่แนวความคิดของการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือ (Deliberative Democracy)

15

ข้อที่ 15/150
คำถาม :

การที่ประเทศไทยใช้การปกครองในลักษณะประชาธิปไตยแบบตัวแทน (Representative Democracy) ทำให้เกิดปัญหาสำคัญในข้อใด

16

ข้อที่ 16/150
คำถาม :

ความพยายามในการต่อต้านปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยนั้น มีมาช้านานแล้ว โดยเริ่มเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม จากการตั้งองค์กรใดเป็นลำดับแรก

17

ข้อที่ 17/150
คำถาม :

ข้อใดกล่าว ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับสิทธิเด็ก

18

ข้อที่ 18/150
คำถาม :

ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ขององค์การสหประชาชาติ ได้มีข้อตกลงระหว่างประเทศที่กำหนด หลักการและสิทธิขั้นพื้นฐาน ที่รัฐจะต้องเคารพ และให้เด็กทุกคนได้รับสิทธิในด้านต่างๆ หลายประการ ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับสิทธิเด็กดังกล่าว

19

ข้อที่ 19/150
คำถาม :

ข้อใด ไม่ใช่ วิธีการในการเจรจาเพื่อความปรองดองและสมานฉันท์

20

ข้อที่ 20/150
คำถาม :

พลังที่แข็งแกร่งที่สุดในการนำไปสู่การปฏิรูปประเทศ คือข้อใด

21

ข้อที่ 21/150
คำถาม :

.“...คนอื่นจะว่าอย่างไรก็ช่างเขา จะว่าเมืองไทยล้าสมัยหรือเมืองไทยเชย ว่าเมืองไทยไม่มีสิ่งสมัยใหม่ แต่เราอยู่พอมีพอกิน และขอให้ทุกคนมีความปรารถนาจะให้เมืองไทยพออยู่พอกิน มีความสงบ ตั้งจิตอธิษฐานตั้งปณิธาน ในทางนี้จะให้เมืองไทยอยู่แบบพออยู่พอกิน...” พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวข้างต้นนี้ สะท้อนให้เห็นเป้าหมายในการพัฒนาคนไทยในเรื่องใด

22

ข้อที่ 22/150
คำถาม :

ข้อใดเป็นการพัฒนา ที่มีความสมดุลในทุกมิติ

23

ข้อที่ 23/150
คำถาม :

นิยามของ “เมืองน่าอยู่” (Healthy Cities) มีลักษณะหลายประการ ข้อใดมีส่วนน้อยที่สุด

24

ข้อที่ 24/150
คำถาม :

สถาบันสื่อสารมวลชน มีความสำคัญเพิ่มขึ้นมาในยุคสังคมแห่งการเรียนรู้และข่าวสารข้อมูล ทั้งนี้สื่อมวลชนควรทำหน้าที่หลักหลายประการ ยกเว้นข้อใด

25

ข้อที่ 25/150
คำถาม :

ข้อใด ไม่ใช่ การดำเนินการตามแนวคิด “รัฐสวัสดิการ”

26

ข้อที่ 26/150
คำถาม :

การปะทะระหว่างทหารพม่ากับชนกลุ่มน้อยตามชายแดน “ไทย – พม่า” เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2553 ส่งผลกระทบต่อไทยหลายด้าน ข้อใดมีส่วนน้อยที่สุด

27

ข้อที่ 27/150
คำถาม :

ข้อใดกล่าว  ไม่ถูกต้อง เกี่ยวกับการเมืองการปกครองของพม่า

28

ข้อที่ 28/150
คำถาม :

องค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปีเป็นวันที่อยู่อาศัยสากล เพื่อจุดประสงค์ใดเป็นสำคัญ

29

ข้อที่ 29/150
คำถาม :

ข้อใดไม่ถูกต้องเกี่ยวกับองค์กร AMRON (Asean Muslim Organization Network) 

30

ข้อที่ 30/150
คำถาม :

“ผมไม่มีศัตรู ไม่มีความเกลียดชัง...ผมเชื่ออย่างยิ่งยวดว่าความก้าวหน้าทางการเมืองของจีนจะไม่ลดลง และผมก็มีความหวังอย่างเต็มเปี่ยมว่าเสรีภาพจะมาสู่ประเทศจีนในอนาคต...” เป็นคำพูดของใคร

31

ข้อที่ 31/150
คำถาม :

ข้อใด มิใช่ การดำเนินงานของโครงการตลาดสีเขียว

32

ข้อที่ 32/150
คำถาม :

โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ โรงเรียนตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ใดเป็นสำคัญ

33

ข้อที่ 33/150
คำถาม :

อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อ 33 – 35 “ดุลบัญชีเดินสะพัดของจีนในไตรมาสที่ 3 ปีนี้ ขยายตัวมากกว่าสองเท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา.. ทั้งนี้ ช่วงกลางเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา ผู้กำหนดนโยบายจีนได้ให้คำมั่นว่าจะปรับเงินหยวนเคลื่อนไหวอิสระมากขึ้น ท่ามกลางคำกล่าวหาว่าค่าเงินหยวนต่ำกว่าความเป็นจริง” ที่มา : www.manager.co.th ธุรกิจประเภทใดของประเทศจีนที่น่าจะมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้นจากสภาวะทางเศรษฐกิจในช่วงดังกล่าว

34

ข้อที่ 34/150
คำถาม :

อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อ 33 – 35 “ดุลบัญชีเดินสะพัดของจีนในไตรมาสที่ 3 ปีนี้ ขยายตัวมากกว่าสองเท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา.. ทั้งนี้ ช่วงกลางเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา ผู้กำหนดนโยบายจีนได้ให้คำมั่นว่าจะปรับเงินหยวนเคลื่อนไหวอิสระมากขึ้น ท่ามกลางคำกล่าวหาว่าค่าเงินหยวนต่ำกว่าความเป็นจริง” ที่มา : www.manager.co.th ผู้ใดจะได้ประโยชน์จากการที่ “ค่าเงินหยวนต่ำกว่าความเป็นจริง”

35

ข้อที่ 35/150
คำถาม :

อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อ 33 – 35 “ดุลบัญชีเดินสะพัดของจีนในไตรมาสที่ 3 ปีนี้ ขยายตัวมากกว่าสองเท่า เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา.. ทั้งนี้ ช่วงกลางเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา ผู้กำหนดนโยบายจีนได้ให้คำมั่นว่าจะปรับเงินหยวนเคลื่อนไหวอิสระมากขึ้น ท่ามกลางคำกล่าวหาว่าค่าเงินหยวนต่ำกว่าความเป็นจริง” ที่มา : www.manager.co.th หากประเทศจีนยังคงปล่อยให้ “ค่าเงินหยวนต่ำกว่าความเป็นจริง” จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจของประเทศไทยอย่างไร

36

ข้อที่ 36/150
คำถาม :

หากโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายดำเนินการได้สำเร็จ จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของประเทศกลุ่มอาเซียนอย่างไร

37

ข้อที่ 37/150
คำถาม :

การพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมจัดว่าเป็นการพัฒนาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของปัจจัยการผลิตในด้านใด

38

ข้อที่ 38/150
คำถาม :

การผลิตที่ยั่งยืนตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีหลักการสำคัญในเรื่องใด

39

ข้อที่ 39/150
คำถาม :

ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมสามารถน้อมนำแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินการได้ในลักษณะใด

40

ข้อที่ 40/150
คำถาม :

หากรัฐบาลจะผลักดันให้แนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นจริง และเห็นผลที่เป็นรูปธรรม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินการในด้านใดเพื่อสร้างแรงกระตุ้นผู้ผลิต

41

ข้อที่ 41/150
คำถาม :

ข้อใดเป็นแนวทางการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับคำว่า Social Enterprise

42

ข้อที่ 42/150
คำถาม :

ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลให้ผลผลิตการเกษตรเสียหายจากภัยพิบัติธรรมชาติบ่อยครั้ง มาตรการใดต่อไปนี้ ที่รัฐควรดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

43

ข้อที่ 43/150
คำถาม :

การยกระดับฐานะและคุณภาพชีวิตเกษตรกรจะเกิดขึ้นได้จริง หากรัฐบาลผลักดันอย่างจริงจังให้มีการดำเนินการมาตรการใด

44

ข้อที่ 44/150
คำถาม :

การประกาศขึ้นเงินเดือนข้าราชการทั่วประเทศจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในด้านใด

45

ข้อที่ 45/150
คำถาม :

การจัดตั้งกองทุนเบี้ยผู้สูงอายุถือเป็นนโยบายภาครัฐที่ตอบสนองในด้านใด

46

ข้อที่ 46/150
คำถาม :

อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อ 46 – 50 นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยฐานะการคลังในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2554 ว่ายังคงเข้มแข็ง เงินคงคลัง ณ สิ้นพฤศจิกายน 2553 มีจำนวน 2.4 แสนล้านบาท จากรายได้รัฐบาลที่เก็บได้เกินเป้า ตลอดจนการเร่งดำเนินบทบาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องผ่านการเบิกจ่ายงบประมาณ ฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2554 ว่า รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น 249,864 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว 15,919 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.8 โดยเป็นผลมาจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการแข็งค่าของเงินบาท ส่งผลให้การจัดเก็บภาษีจากสินค้านำเข้าเพิ่มขึ้น ทำให้การจัดเก็บภาษีของ 3 กรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.7 ในขณะที่การเบิกจ่ายเงินงบประมาณมีจำนวนทั้งสิ้น 430,604 ล้านบาท ทำให้รัฐบาลขาดดุลเงินงบประมาณ 180,740 ล้านบาท เมื่อรวมกับการขาดดุลเงินนอกงบประมาณ 45,105 ล้านบาท ส่งผลให้รัฐบาลขาดดุลเงินสดรวม 225,845 ล้านบาท โดยรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล 36,021 ล้านบาท ทำให้ดุลเงินสดหลังกู้ขาดดุลทั้งสิ้น 189,824 ล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2553 มีจำนวน 239,498 ล้านบาท ที่มา : www.matichon.co.th จากข้อความข้างต้น “รายได้” ที่รัฐจัดเก็บได้เกินเป้า หมายถึงข้อใด

47

ข้อที่ 47/150
คำถาม :

อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อ 46 – 50 นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยฐานะการคลังในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2554 ว่ายังคงเข้มแข็ง เงินคงคลัง ณ สิ้นพฤศจิกายน 2553 มีจำนวน 2.4 แสนล้านบาท จากรายได้รัฐบาลที่เก็บได้เกินเป้า ตลอดจนการเร่งดำเนินบทบาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องผ่านการเบิกจ่ายงบประมาณ ฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2554 ว่า รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น 249,864 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว 15,919 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.8 โดยเป็นผลมาจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการแข็งค่าของเงินบาท ส่งผลให้การจัดเก็บภาษีจากสินค้านำเข้าเพิ่มขึ้น ทำให้การจัดเก็บภาษีของ 3 กรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.7 ในขณะที่การเบิกจ่ายเงินงบประมาณมีจำนวนทั้งสิ้น 430,604 ล้านบาท ทำให้รัฐบาลขาดดุลเงินงบประมาณ 180,740 ล้านบาท เมื่อรวมกับการขาดดุลเงินนอกงบประมาณ 45,105 ล้านบาท ส่งผลให้รัฐบาลขาดดุลเงินสดรวม 225,845 ล้านบาท โดยรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล 36,021 ล้านบาท ทำให้ดุลเงินสดหลังกู้ขาดดุลทั้งสิ้น 189,824 ล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2553 มีจำนวน 239,498 ล้านบาท ที่มา : www.matichon.co.th เพราะเหตุใดจึงจำเป็นต้องมีมาตรการในการกระตุ้นการเบิกจ่ายงบประมาณ

48

ข้อที่ 48/150
คำถาม :

อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อ 46 – 50 นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยฐานะการคลังในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2554 ว่ายังคงเข้มแข็ง เงินคงคลัง ณ สิ้นพฤศจิกายน 2553 มีจำนวน 2.4 แสนล้านบาท จากรายได้รัฐบาลที่เก็บได้เกินเป้า ตลอดจนการเร่งดำเนินบทบาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องผ่านการเบิกจ่ายงบประมาณ ฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2554 ว่า รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น 249,864 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว 15,919 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.8 โดยเป็นผลมาจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการแข็งค่าของเงินบาท ส่งผลให้การจัดเก็บภาษีจากสินค้านำเข้าเพิ่มขึ้น ทำให้การจัดเก็บภาษีของ 3 กรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.7 ในขณะที่การเบิกจ่ายเงินงบประมาณมีจำนวนทั้งสิ้น 430,604 ล้านบาท ทำให้รัฐบาลขาดดุลเงินงบประมาณ 180,740 ล้านบาท เมื่อรวมกับการขาดดุลเงินนอกงบประมาณ 45,105 ล้านบาท ส่งผลให้รัฐบาลขาดดุลเงินสดรวม 225,845 ล้านบาท โดยรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล 36,021 ล้านบาท ทำให้ดุลเงินสดหลังกู้ขาดดุลทั้งสิ้น 189,824 ล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2553 มีจำนวน 239,498 ล้านบาท ที่มา : www.matichon.co.th จากข้อความ “การจัดเก็บภาษีของ 3 กรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.7” หน่วยงานใดไม่จัดอยู่ใน 3 กรมที่ทำหน้าที่จัดเก็บภาษี

49

ข้อที่ 49/150
คำถาม :

อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อ 46 – 50 นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยฐานะการคลังในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2554 ว่ายังคงเข้มแข็ง เงินคงคลัง ณ สิ้นพฤศจิกายน 2553 มีจำนวน 2.4 แสนล้านบาท จากรายได้รัฐบาลที่เก็บได้เกินเป้า ตลอดจนการเร่งดำเนินบทบาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องผ่านการเบิกจ่ายงบประมาณ ฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2554 ว่า รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น 249,864 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว 15,919 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.8 โดยเป็นผลมาจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการแข็งค่าของเงินบาท ส่งผลให้การจัดเก็บภาษีจากสินค้านำเข้าเพิ่มขึ้น ทำให้การจัดเก็บภาษีของ 3 กรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.7 ในขณะที่การเบิกจ่ายเงินงบประมาณมีจำนวนทั้งสิ้น 430,604 ล้านบาท ทำให้รัฐบาลขาดดุลเงินงบประมาณ 180,740 ล้านบาท เมื่อรวมกับการขาดดุลเงินนอกงบประมาณ 45,105 ล้านบาท ส่งผลให้รัฐบาลขาดดุลเงินสดรวม 225,845 ล้านบาท โดยรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล 36,021 ล้านบาท ทำให้ดุลเงินสดหลังกู้ขาดดุลทั้งสิ้น 189,824 ล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2553 มีจำนวน 239,498 ล้านบาท ที่มา : www.matichon.co.th ปัจจัยใดที่ส่งผลให้รัฐสามารถจัดเก็บรายได้เกินเป้า

50

ข้อที่ 50/150
คำถาม :

อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อ 46 – 50 นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยฐานะการคลังในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2554 ว่ายังคงเข้มแข็ง เงินคงคลัง ณ สิ้นพฤศจิกายน 2553 มีจำนวน 2.4 แสนล้านบาท จากรายได้รัฐบาลที่เก็บได้เกินเป้า ตลอดจนการเร่งดำเนินบทบาทในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องผ่านการเบิกจ่ายงบประมาณ ฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2554 ว่า รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น 249,864 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว 15,919 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.8 โดยเป็นผลมาจากเศรษฐกิจที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการแข็งค่าของเงินบาท ส่งผลให้การจัดเก็บภาษีจากสินค้านำเข้าเพิ่มขึ้น ทำให้การจัดเก็บภาษีของ 3 กรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.7 ในขณะที่การเบิกจ่ายเงินงบประมาณมีจำนวนทั้งสิ้น 430,604 ล้านบาท ทำให้รัฐบาลขาดดุลเงินงบประมาณ 180,740 ล้านบาท เมื่อรวมกับการขาดดุลเงินนอกงบประมาณ 45,105 ล้านบาท ส่งผลให้รัฐบาลขาดดุลเงินสดรวม 225,845 ล้านบาท โดยรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล 36,021 ล้านบาท ทำให้ดุลเงินสดหลังกู้ขาดดุลทั้งสิ้น 189,824 ล้านบาท ส่งผลให้เงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2553 มีจำนวน 239,498 ล้านบาท ที่มา : www.matichon.co.th รัฐบาลดำเนินการอย่างไรเมื่อเกิดภาวะขาดดุลเงินสด

51

ข้อที่ 51/150
คำถาม :

ข้อความใด ไม่ใช่ แนวทางปฏิบัติของมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร

52

ข้อที่ 52/150
คำถาม :

การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจากหน่วยงานภาครัฐมักประสบปัญหาจนเกิดความล่าช้า เนื่องจากสาเหตุข้อใดเป็นสำคัญ

53

ข้อที่ 53/150
คำถาม :

เหตุใดภาคเหนือของไทยจึงมักประสบปัญหาหมอกควันปกคลุมและฟ้าหลัว

54

ข้อที่ 54/150
คำถาม :

หากรัฐบาลต้องการรณรงค์ในเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยใช้นโยบาย “Green Tax” การดำเนินการควรเป็นไปในลักษณะใด

55

ข้อที่ 55/150
คำถาม :

ฉลากสีเขียวเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Label) จะไม่ใช้กับผลิตภัณฑ์ในข้อใด

56

ข้อที่ 56/150
คำถาม :

สิ่งมีชีวิตชนิดใดที่เป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้

57

ข้อที่ 57/150
คำถาม :

ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวที่เกิดขึ้นในปัจจุบันตามแนวปะการังเขตมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางต่อเนื่องถึงทะเลอันดามัน เกิดจากสาเหตุใดเป็นสำคัญ

58

ข้อที่ 58/150
คำถาม :

โครงการรักษาสิ่งแวดล้อมโครงการใดเหมาะสมกับชุมชนเมืองในกรุงเทพมหานครมากที่สุด

59

ข้อที่ 59/150
คำถาม :

ข้อใดเป็นความหมายของ “Ghost Fishing” ที่เป็นภัยคุกคามระบบนิเวศปะการังชายฝั่ง

60

ข้อที่ 60/150
คำถาม :

“มาเป็นคลื่นสั้นๆ คล้ายลูกระนาด ไม่เกิดบ่อยนัก สูงประมาณ 3 เมตร เกิดจากพายุที่มีความรุนแรงสูงกว่าดีเปรสชั่น สามารถเตือนล่วงหน้าได้ 3 – 4 วัน” ข้อความดังกล่าวหมายถึงสิ่งใด

61

ข้อที่ 61/150
คำถาม :

ใช้ข้อมูลจากรูปภาพต่อไปนี้ สำหรับการตอบคำถามข้อ 61 – 62 ที่มา : The Atlas of Climate Change จากข้อมูลในรูปภาพ กิจกรรมใดของมนุษย์ที่มีส่วนปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีระยะเวลาการคงอยู่ในชั้นบรรยากาศนานถึง 114 ปี

62

ข้อที่ 62/150
คำถาม :

ใช้ข้อมูลจากรูปภาพต่อไปนี้ สำหรับการตอบคำถามข้อ 61 – 62 ที่มา : The Atlas of Climate Change เทคโนโลยีชาวบ้านในข้อใดที่มีส่วนช่วยลดการปล่อยคาร์บอนซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศ

63

ข้อที่ 63/150
คำถาม :

ใช้ข้อมูลจากรูปภาพต่อไปนี้ สำหรับการตอบคำถามข้อ 63 – 65 ที่มา : http://www.wrh.noaa.gov ข้อใดเป็นพิบัติภัยธรรมชาติที่มีโอกาสเกิดขึ้นเนื่องจากอิทธิพลของปรากฏการณ์ในรูปภาพข้างต้น

64

ข้อที่ 64/150
คำถาม :

ใช้ข้อมูลจากรูปภาพต่อไปนี้ สำหรับการตอบคำถามข้อ 63 – 65 ที่มา : http://www.wrh.noaa.gov ประเทศใดต่อไปนี้ที่มีแนวโน้มจะประสบปัญหาขาดแคลนอาหารในช่วงที่ประเทศในเขตมหาสมุทรแปซิฟิกได้รับอิทธิพลจากปรากฏการณ์ธรรมชาติดังภาพ

65

ข้อที่ 65/150
คำถาม :

ใช้ข้อมูลจากรูปภาพต่อไปนี้ สำหรับการตอบคำถามข้อ 63 – 65 ที่มา : http://www.wrh.noaa.gov มาตรการใดที่รัฐบาลไทยควรเร่งเตรียมการเมื่อมีรายงานพบสัญญาณของการเกิดปรากฏการณ์ข้างต้น

66

ข้อที่ 66/150
คำถาม :

อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อที่ 66 – 70             ความมั่นคงทางอาหาร โลกร้อน พลังงาน แหล่งน้ำ : ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องเดียวกัน ...ในประเทศที่ร่ำรวยต้องนำเข้าอาหารจากต่างประเทศทางเครื่องบินหรือเรือ ข้ามน้ำข้ามทะเลกว่าจะมาถึงท้องถิ่น (ในอเมริกาเหนืออาจจะเป็นปัญหานี้มากกว่ายุโรป) การขนส่งทั้งหมดต้องพึ่งพิงพลังงานราคาถูก เข้าถึงได้ และมีปริมาณมหาศาล หากไม่มีปัจจัยเหล่านี้ ความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหารจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้กระทั่งในประเทศยากจนที่ความสามารถในการหาอาหารมาได้ การเข้าถึง และการใช้ประโยชน์จากอาหารไม่ได้เป็นประเด็นปัญหาที่เร่งด่วนนัก แต่ระบบทั้งหมดก็ล้วนขึ้นอยู่กับการใช้พลังงานจำนวนมากอยู่ดี ...ส่วนประเทศที่ยากจนปัญหาความมั่นคงทางอาหารจะแตกต่างออกไปได้แก่ ความสามารถที่จะผลิตอาหารอย่างพอเพียงบนที่ดินด้วยความยั่งยืน การครอบครองที่ดินของเกษตรกร การส่งเสริมให้ใช้สารเคมีหรือเครื่องจักรเพื่อเพิ่มผลผลิตให้ได้เกินระดับที่เหมาะสมมากกว่าจะคำนึงถึงความยั่งยืนทางระบบนิเวศ รายได้เริ่มต้นของประชากรอยู่ในระดับต่ำทำให้ไม่สามารถซื้อหาอาหาร การทุ่มตลาดจากประเทศที่ร่ำรวยที่ตัดกำลังเกษตรกรท้องถิ่นไม่ให้ขายสินค้าได้ ประกอบกับความกดดันที่จะต้องเลือกขายผลผลิตก่อนที่จะเก็บให้ตัวเองได้บริโภคอย่างพอเพียง ซึ่งปัญหาเหล่านี้ก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ...ทั้งนี้ เรื่องที่เชื่อมโยงประเทศร่ำรวยและยากจนไว้ด้วยกันคือ การเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ ปริมาณพลังงาน และการบริโภคน้ำอย่างไม่ยั่งยืนในหลาย ๆประเทศ เหล่านี้ จะเพิ่มความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหาร แม้ว่าดูจากตอนนี้ ประเทศร่ำรวยจะมีเงินทุนแก้ปัญหาไปได้ระยะหนึ่ง แต่ประเทศยากจนยังไม่มีแผนแก้ปัญหาได้ แปลและเรียบเรียง : กรวิกา วีระพันธ์เทพา ที่มา : http://www.greenworld.or.th แนวทางใดเป็นทางเลือกที่เหมาะสมในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเพื่อมุ่งสู่ความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน

67

ข้อที่ 67/150
คำถาม :

อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อที่ 66 – 70             ความมั่นคงทางอาหาร โลกร้อน พลังงาน แหล่งน้ำ : ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องเดียวกัน ...ในประเทศที่ร่ำรวยต้องนำเข้าอาหารจากต่างประเทศทางเครื่องบินหรือเรือ ข้ามน้ำข้ามทะเลกว่าจะมาถึงท้องถิ่น (ในอเมริกาเหนืออาจจะเป็นปัญหานี้มากกว่ายุโรป) การขนส่งทั้งหมดต้องพึ่งพิงพลังงานราคาถูก เข้าถึงได้ และมีปริมาณมหาศาล หากไม่มีปัจจัยเหล่านี้ ความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหารจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้กระทั่งในประเทศยากจนที่ความสามารถในการหาอาหารมาได้ การเข้าถึง และการใช้ประโยชน์จากอาหารไม่ได้เป็นประเด็นปัญหาที่เร่งด่วนนัก แต่ระบบทั้งหมดก็ล้วนขึ้นอยู่กับการใช้พลังงานจำนวนมากอยู่ดี ...ส่วนประเทศที่ยากจนปัญหาความมั่นคงทางอาหารจะแตกต่างออกไปได้แก่ ความสามารถที่จะผลิตอาหารอย่างพอเพียงบนที่ดินด้วยความยั่งยืน การครอบครองที่ดินของเกษตรกร การส่งเสริมให้ใช้สารเคมีหรือเครื่องจักรเพื่อเพิ่มผลผลิตให้ได้เกินระดับที่เหมาะสมมากกว่าจะคำนึงถึงความยั่งยืนทางระบบนิเวศ รายได้เริ่มต้นของประชากรอยู่ในระดับต่ำทำให้ไม่สามารถซื้อหาอาหาร การทุ่มตลาดจากประเทศที่ร่ำรวยที่ตัดกำลังเกษตรกรท้องถิ่นไม่ให้ขายสินค้าได้ ประกอบกับความกดดันที่จะต้องเลือกขายผลผลิตก่อนที่จะเก็บให้ตัวเองได้บริโภคอย่างพอเพียง ซึ่งปัญหาเหล่านี้ก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ...ทั้งนี้ เรื่องที่เชื่อมโยงประเทศร่ำรวยและยากจนไว้ด้วยกันคือ การเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ ปริมาณพลังงาน และการบริโภคน้ำอย่างไม่ยั่งยืนในหลาย ๆประเทศ เหล่านี้ จะเพิ่มความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหาร แม้ว่าดูจากตอนนี้ ประเทศร่ำรวยจะมีเงินทุนแก้ปัญหาไปได้ระยะหนึ่ง แต่ประเทศยากจนยังไม่มีแผนแก้ปัญหาได้ แปลและเรียบเรียง : กรวิกา วีระพันธ์เทพา ที่มา : http://www.greenworld.or.th ข้อใดคือปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงสูงสุดต่อความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน

68

ข้อที่ 68/150
คำถาม :

อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อที่ 66 – 70             ความมั่นคงทางอาหาร โลกร้อน พลังงาน แหล่งน้ำ : ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องเดียวกัน ...ในประเทศที่ร่ำรวยต้องนำเข้าอาหารจากต่างประเทศทางเครื่องบินหรือเรือ ข้ามน้ำข้ามทะเลกว่าจะมาถึงท้องถิ่น (ในอเมริกาเหนืออาจจะเป็นปัญหานี้มากกว่ายุโรป) การขนส่งทั้งหมดต้องพึ่งพิงพลังงานราคาถูก เข้าถึงได้ และมีปริมาณมหาศาล หากไม่มีปัจจัยเหล่านี้ ความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหารจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้กระทั่งในประเทศยากจนที่ความสามารถในการหาอาหารมาได้ การเข้าถึง และการใช้ประโยชน์จากอาหารไม่ได้เป็นประเด็นปัญหาที่เร่งด่วนนัก แต่ระบบทั้งหมดก็ล้วนขึ้นอยู่กับการใช้พลังงานจำนวนมากอยู่ดี ...ส่วนประเทศที่ยากจนปัญหาความมั่นคงทางอาหารจะแตกต่างออกไปได้แก่ ความสามารถที่จะผลิตอาหารอย่างพอเพียงบนที่ดินด้วยความยั่งยืน การครอบครองที่ดินของเกษตรกร การส่งเสริมให้ใช้สารเคมีหรือเครื่องจักรเพื่อเพิ่มผลผลิตให้ได้เกินระดับที่เหมาะสมมากกว่าจะคำนึงถึงความยั่งยืนทางระบบนิเวศ รายได้เริ่มต้นของประชากรอยู่ในระดับต่ำทำให้ไม่สามารถซื้อหาอาหาร การทุ่มตลาดจากประเทศที่ร่ำรวยที่ตัดกำลังเกษตรกรท้องถิ่นไม่ให้ขายสินค้าได้ ประกอบกับความกดดันที่จะต้องเลือกขายผลผลิตก่อนที่จะเก็บให้ตัวเองได้บริโภคอย่างพอเพียง ซึ่งปัญหาเหล่านี้ก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ...ทั้งนี้ เรื่องที่เชื่อมโยงประเทศร่ำรวยและยากจนไว้ด้วยกันคือ การเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ ปริมาณพลังงาน และการบริโภคน้ำอย่างไม่ยั่งยืนในหลายๆประเทศ เหล่านี้ จะเพิ่มความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหาร แม้ว่าดูจากตอนนี้ ประเทศร่ำรวยจะมีเงินทุนแก้ปัญหาไปได้ระยะหนึ่ง แต่ประเทศยากจนยังไม่มีแผนแก้ปัญหาได้ แปลและเรียบเรียง : กรวิกา วีระพันธ์เทพา ที่มา : http://www.greenworld.or.th มาตรการใดที่ควรเร่งดำเนินการเพื่อรับมือความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นจากวิกฤติด้านความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน

69

ข้อที่ 69/150
คำถาม :

อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อที่ 66 – 70             ความมั่นคงทางอาหาร โลกร้อน พลังงาน แหล่งน้ำ : ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องเดียวกัน ...ในประเทศที่ร่ำรวยต้องนำเข้าอาหารจากต่างประเทศทางเครื่องบินหรือเรือ ข้ามน้ำข้ามทะเลกว่าจะมาถึงท้องถิ่น (ในอเมริกาเหนืออาจจะเป็นปัญหานี้มากกว่ายุโรป) การขนส่งทั้งหมดต้องพึ่งพิงพลังงานราคาถูก เข้าถึงได้ และมีปริมาณมหาศาล หากไม่มีปัจจัยเหล่านี้ ความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหารจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้กระทั่งในประเทศยากจนที่ความสามารถในการหาอาหารมาได้ การเข้าถึง และการใช้ประโยชน์จากอาหารไม่ได้เป็นประเด็นปัญหาที่เร่งด่วนนัก แต่ระบบทั้งหมดก็ล้วนขึ้นอยู่กับการใช้พลังงานจำนวนมากอยู่ดี ...ส่วนประเทศที่ยากจนปัญหาความมั่นคงทางอาหารจะแตกต่างออกไปได้แก่ ความสามารถที่จะผลิตอาหารอย่างพอเพียงบนที่ดินด้วยความยั่งยืน การครอบครองที่ดินของเกษตรกร การส่งเสริมให้ใช้สารเคมีหรือเครื่องจักรเพื่อเพิ่มผลผลิตให้ได้เกินระดับที่เหมาะสมมากกว่าจะคำนึงถึงความยั่งยืนทางระบบนิเวศ รายได้เริ่มต้นของประชากรอยู่ในระดับต่ำทำให้ไม่สามารถซื้อหาอาหาร การทุ่มตลาดจากประเทศที่ร่ำรวยที่ตัดกำลังเกษตรกรท้องถิ่นไม่ให้ขายสินค้าได้ ประกอบกับความกดดันที่จะต้องเลือกขายผลผลิตก่อนที่จะเก็บให้ตัวเองได้บริโภคอย่างพอเพียง ซึ่งปัญหาเหล่านี้ก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ...ทั้งนี้ เรื่องที่เชื่อมโยงประเทศร่ำรวยและยากจนไว้ด้วยกันคือ การเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ ปริมาณพลังงาน และการบริโภคน้ำอย่างไม่ยั่งยืนในหลาย ๆประเทศ เหล่านี้ จะเพิ่มความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหาร แม้ว่าดูจากตอนนี้ ประเทศร่ำรวยจะมีเงินทุนแก้ปัญหาไปได้ระยะหนึ่ง แต่ประเทศยากจนยังไม่มีแผนแก้ปัญหาได้ แปลและเรียบเรียง : กรวิกา วีระพันธ์เทพา ที่มา : http://www.greenworld.or.th จากบทความข้างต้น ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับวิกฤตความมั่นคงด้านอาหารและพลังงานระหว่างประเทศร่ำรวยและประเทศยากจน

70

ข้อที่ 70/150
คำถาม :

อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อที่ 66 – 70             ความมั่นคงทางอาหาร โลกร้อน พลังงาน แหล่งน้ำ : ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องเดียวกัน ...ในประเทศที่ร่ำรวยต้องนำเข้าอาหารจากต่างประเทศทางเครื่องบินหรือเรือ ข้ามน้ำข้ามทะเลกว่าจะมาถึงท้องถิ่น (ในอเมริกาเหนืออาจจะเป็นปัญหานี้มากกว่ายุโรป) การขนส่งทั้งหมดต้องพึ่งพิงพลังงานราคาถูก เข้าถึงได้ และมีปริมาณมหาศาล หากไม่มีปัจจัยเหล่านี้ ความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหารจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้กระทั่งในประเทศยากจนที่ความสามารถในการหาอาหารมาได้ การเข้าถึง และการใช้ประโยชน์จากอาหารไม่ได้เป็นประเด็นปัญหาที่เร่งด่วนนัก แต่ระบบทั้งหมดก็ล้วนขึ้นอยู่กับการใช้พลังงานจำนวนมากอยู่ดี ...ส่วนประเทศที่ยากจนปัญหาความมั่นคงทางอาหารจะแตกต่างออกไปได้แก่ ความสามารถที่จะผลิตอาหารอย่างพอเพียงบนที่ดินด้วยความยั่งยืน การครอบครองที่ดินของเกษตรกร การส่งเสริมให้ใช้สารเคมีหรือเครื่องจักรเพื่อเพิ่มผลผลิตให้ได้เกินระดับที่เหมาะสมมากกว่าจะคำนึงถึงความยั่งยืนทางระบบนิเวศ รายได้เริ่มต้นของประกรอยาในระดับต่ำทำให้ไม่สามารถซื้อหาอาหาร การทุ่มตลาดจากประเทศที่ร่ำรวยที่ตัดกำลังเกษตรกรท้องถิ่นไม่ให้ขายสินค้าได้ ประกอบกับความกดดันที่จะต้องเลือกขายผลผลิตก่อนที่จะเก็บให้ตัวเองได้บริโภคอย่างพอเพียง ซึ่งปัญหาเหล่านี้ก็ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ...ทั้งนี้ เรื่องที่เชื่อมโยงประเทศร่ำรวยและยากจนไว้ด้วยกันคือ การเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ ปริมาณพลังงาน และการบริโภคน้ำอย่างไม่ยั่งยืนในหลายๆประเทศ เหล่านี้ จะเพิ่มความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหาร แม้ว่าดูจากตอนนี้ ประเทศร่ำรวยจะมีเงินทุนแก้ปัญหาไปได้ระยะหนึ่ง แต่ประเทศยากจนยังไม่มีแผนแก้ปัญหาได้ แปลและเรียบเรียง : กรวิกา วีระพันธ์เทพา ที่มา : http://www.greenworld.or.th เพราะเหตุใดภาวะโลกร้อนจึงเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความมั่นคงด้านอาหาร

71

ข้อที่ 71/150
คำถาม :

เทคโนโลยีชีวภาพเป็นสาขาวิชาที่ได้รับการผลักดันให้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประเทศ ข้อความต่อไปนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชีวภาพ

72

ข้อที่ 72/150
คำถาม :

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีชีวภาพส่งผลให้เกิดปัจจัยบวกต่อด้านใด

73

ข้อที่ 73/150
คำถาม :

น้ำหมักชีวภาพ เป็นนวัตกรรมทางการเกษตรที่ใช้ประโยชน์ได้หลายประการ ยกเว้นข้อใด

74

ข้อที่ 74/150
คำถาม :

พืชอาหารที่ได้รับการตัดแต่งและพัฒนาสายพันธุ์เพื่อนำมาใช้เป็นวัตถุดิบราคาถูกในอุตสาหกรรมอาหารได้แก่พืชชนิดใด

75

ข้อที่ 75/150
คำถาม :

สิ่งมีชีวิตในข้อใดที่จัดเป็นสิ่งมีชีวิตแปลกปลอมที่นำเข้าจากต่างถิ่น (Alien Species) ที่ส่งผลเสียหายต่อความมั่นคงด้านอาหารของไทยในปัจจุบัน

76

ข้อที่ 76/150
คำถาม :

ในยุคสมัยที่พลังงานทางเลือกเป็นทางออกของปัญหาวิกฤตพลังงาน ประเทศไทยควรสนับสนุนการเพาะปลูกพืชชนิดใดเพื่อนำมาเป็นวัตถุดิบทดแทนพลังงานจากน้ำมันปิโตรเลียม

77

ข้อที่ 77/150
คำถาม :

ข้อใดจัดว่าเป็นพลังงานสะอาดที่ควรสนับสนุนให้มีการค้นคว้าวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต

78

ข้อที่ 78/150
คำถาม :

พืชน้ำมันที่ต้องใช้พื้นที่ในการเพาะปลูกมาก และได้รับอนุญาตให้ปลูกเฉพาะพื้นที่ฝนชุกได้แก่ข้อใด

79

ข้อที่ 79/150
คำถาม :

ข้อใดต่อไปนี้ไม่จัดเป็นเทคโนโลยีชาวบ้านที่สามารถจัดหาวัตถุดิบจากท้องถิ่นได้โดยลดการนำเข้าจากภายนอก

80

ข้อที่ 80/150
คำถาม :

ข้อใดต่อไปนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีส่วนสร้างเครือขายทางสังคม

81

ข้อที่ 81/150
คำถาม :

ในยุคเทคโนโลยีสื่อสารสนเทศที่ก้าวหน้าและรวดเร็ว คนรุ่นใหม่จำเป็นต้องมีทักษะทางดิจิตัลซึ่งหมายถึงข้อใด

82

ข้อที่ 82/150
คำถาม :

หากมีการผลักดันให้มีการใช้เทคโนโลยี 3G อย่างแพร่หลาย สังคมไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด

83

ข้อที่ 83/150
คำถาม :

ปัจจุบันเทคโนโลยีถูกพัฒนาให้กลายเป็นสินค้าเพื่อความบันเทิงที่หลากหลายและพกพาได้ง่ายมากขึ้น ข้อใดเป็นตัวอย่างของสินค้าประเภทดังกล่าว

84

ข้อที่ 84/150
คำถาม :

อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อที่ 84 – 86 เนคเทคเผยผลสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้ออนไลน์ในไทยประจำปี 2553 พบแนวโน้มพฤติกรรมใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมากขึ้น ใช้งานผ่านที่บ้านและที่ทำงานเพิ่มกว่าปีที่แล้ว อีเมลยังเป็นเบอร์หนึ่งของการใช้งานอินเทอร์เน็ต ขณะที่คนไทยเริ่มนิยมใช้งานแอป บนมือถือเพิ่มขึ้น ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กล่าวว่า จากการสำรวจกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยประจำปี 2553 ผ่านแบบสอบถามออนไลน์จำนวน 14,067 รายในเดือน ส.ค. ถึงเดือน ต.ค. 2553 พบว่าพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตในปี 2553 แตกต่างจากปีก่อนๆ โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางบรอดแบนด์ แบบเอดีเอสแอลโดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 52.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีเพียง 40.3% ขณะที่การเชื่อมต่อผ่านสายโทรศัพท์มีการใช้งานลดลงอย่างมาก แสดงให้เห็นว่า ผู้ใช้งานหันมาใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพิ่มขึ้น สถานที่ใช้งานก็เปลี่ยนจากเดิมที่ใช้ตามสถานศึกษาหันมาใช้ที่บ้านและที่ทำงานเพิ่มขึ้น รวมกันประมาณ 94.1% โดยเป็นการใช้ช่วงเวลา 20.00 – 24.00 น. สูงถึง 37.3% ขณะที่กิจกรรมยอดนิยมยังเป็นการรับ – ส่งอีเมล คิดเป็น 27.2% ค้นหาข้อมูล 26.1% ติดตามข่าว 14.1% และอี-เลิร์นนิ่ง 8.2% ส่วนสินค้าและบริการที่มีการสั่งซื้อบนอินเทอร์เน็ต หนังสือและสั่งจองบริการต่างๆ เช่น ตั๋วภาพยนตร์ โรงแรม ยังคงได้รับความนิยมในอัตราที่สูง ขณะที่การสั่งซื้อเครื่องสำอางและน้ำหอม การประมูลออนไลน์ ยาบำรุงและวิตามิน รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าได้รับความนิยมสูงขึ้น ส่วนสาเหตุของผู้ที่ไม่ซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต ยังคงเป็นเรื่องของการที่ไม่สามารถเห็นสินค้าหรือจับต้องสินค้าก่อน เป็นสาเหตุหลักอยู่ รองลงมาเป็นเรื่องความไม่ไว้ใจผู้ขาย แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าความไม่ต้องการส่งข้อมูลบัตรเครดิตผ่านอินเทอร์เน็ต ได้เพิ่มความสำคัญขึ้นมาเป็นอันดับที่สาม สอดคล้องกับปัญหาเรื่องของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ตอบเห็นว่า ภาครัฐควรพิจารณาในเชิงนโยบายเป็นอันดับต้นๆ จากข้อความข้างต้นแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในด้านใดของสังคมไทย

85

ข้อที่ 85/150
คำถาม :

อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อที่ 84 – 86 เนคเทคเผยผลสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้ออนไลน์ในไทยประจำปี 2553 พบแนวโน้มพฤติกรรมใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมากขึ้น ใช้งานผ่านที่บ้านและที่ทำงานเพิ่มกว่าปีที่แล้ว อีเมลยังเป็นเบอร์หนึ่งของการใช้งานอินเทอร์เน็ต ขณะที่คนไทยเริ่มนิยมใช้งานแอปฯ บนมือถือเพิ่มขึ้น ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กล่าวว่า จากการสำรวจกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยประจำปี 2553 ผ่านแบบสอบถามออนไลน์จำนวน 14,067 รายในเดือน ส.ค. ถึงเดือน ต.ค. 2553 พบว่าพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตในปี 2553 แตกต่างจากปีก่อนๆ โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางบรอดแบนด์ แบบเอดีเอสแอลโดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 52.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีเพียง 40.3% ขณะที่การเชื่อมต่อผ่านสายโทรศัพท์มีการใช้งานลดลงอย่างมาก แสดงให้เห็นว่า ผู้ใช้งานหันมาใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพิ่มขึ้น สถานที่ใช้งานก็เปลี่ยนจากเดิมที่ใช้ตามสถานศึกษาหันมาใช้ที่บ้านและที่ทำงานเพิ่มขึ้น รวมกันประมาณ 94.1% โดยเป็นการใช้ช่วงเวลา 20.00 – 24.00 น. สูงถึง 37.3% ขณะที่กิจกรรมยอดนิยมยังเป็นการรับ – ส่งอีเมล คิดเป็น 27.2% ค้นหาข้อมูล 26.1% ติดตามข่าว 14.1% และอี-เลิร์นนิ่ง 8.2% ส่วนสินค้าและบริการที่มีการสั่งซื้อบนอินเทอร์เน็ต หนังสือและสั่งจองบริการต่างๆ เช่น ตั๋วภาพยนตร์ โรงแรม ยังคงได้รับความนิยมในอัตราที่สูง ขณะที่การสั่งซื้อเครื่องสำอางและน้ำหอม การประมูลออนไลน์ ยาบำรุงและวิตามิน รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าได้รับความนิยมสูงขึ้น ส่วนสาเหตุของผู้ที่ไม่ซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต ยังคงเป็นเรื่องของการที่ไม่สามารถเห็นสินค้าหรือจับต้องสินค้าก่อน เป็นสาเหตุหลักอยู่ รองลงมาเป็นเรื่องความไม่ไว้ใจผู้ขาย แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าความไม่ต้องการส่งข้อมูลบัตรเครดิตผ่านอินเทอร์เน็ต ได้เพิ่มความสำคัญขึ้นมาเป็นอันดับที่สาม สอดคล้องกับปัญหาเรื่องของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ตอบเห็นว่า ภาครัฐควรพิจารณาในเชิงนโยบายเป็นอันดับต้นๆ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านบรอดแบนด์แบบเอดีเอสแอล อาจมีส่วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านใด

86

ข้อที่ 86/150
คำถาม :

อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อที่ 84 – 86 เนคเทคเผยผลสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้ออนไลน์ในไทยประจำปี 2553 พบแนวโน้มพฤติกรรมใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมากขึ้น ใช้งานผ่านที่บ้านและที่ทำงานเพิ่มกว่าปีที่แล้ว อีเมลยังเป็นเบอร์หนึ่งของการใช้งานอินเทอร์เน็ต ขณะที่คนไทยเริ่มนิยมใช้งานแอปฯ บนมือถือเพิ่มขึ้น ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กล่าวว่า จากการสำรวจกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยประจำปี 2553 ผ่านแบบสอบถามออนไลน์จำนวน 14,067 รายในเดือน ส.ค. ถึงเดือน ต.ค. 2553 พบว่าพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตในปี 2553 แตกต่างจากปีก่อนๆ โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านทางบรอดแบนด์ แบบเอดีเอสแอลโดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 52.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีเพียง 40.3% ขณะที่การเชื่อมต่อผ่านสายโทรศัพท์มีการใช้งานลดลงอย่างมาก แสดงให้เห็นว่า ผู้ใช้งานหันมาใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพิ่มขึ้น สถานที่ใช้งานก็เปลี่ยนจากเดิมที่ใช้ตามสถานศึกษาหันมาใช้ที่บ้านและที่ทำงานเพิ่มขึ้น รวมกันประมาณ 94.1% โดยเป็นการใช้ช่วงเวลา 20.00 – 24.00 น. สูงถึง 37.3% ขณะที่กิจกรรมยอดนิยมยังเป็นการรับ – ส่งอีเมล คิดเป็น 27.2% ค้นหาข้อมูล 26.1% ติดตามข่าว 14.1% และอี-เลิร์นนิ่ง 8.2% ส่วนสินค้าและบริการที่มีการสั่งซื้อบนอินเทอร์เน็ต หนังสือและสั่งจองบริการต่างๆ เช่น ตั๋วภาพยนตร์ โรงแรม ยังคงได้รับความนิยมในอัตราที่สูง ขณะที่การสั่งซื้อเครื่องสำอางและน้ำหอม การประมูลออนไลน์ ยาบำรุงและวิตามิน รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าได้รับความนิยมสูงขึ้น ส่วนสาเหตุของผู้ที่ไม่ซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต ยังคงเป็นเรื่องของการที่ไม่สามารถเห็นสินค้าหรือจับต้องสินค้าก่อน เป็นสาเหตุหลักอยู่ รองลงมาเป็นเรื่องความไม่ไว้ใจผู้ขาย แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าความไม่ต้องการส่งข้อมูลบัตรเครดิตผ่านอินเทอร์เน็ต ได้เพิ่มความสำคัญขึ้นมาเป็นอันดับที่สาม สอดคล้องกับปัญหาเรื่องของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ตอบเห็นว่า ภาครัฐควรพิจารณาในเชิงนโยบายเป็นอันดับต้นๆ พฤติกรรมการสั่งซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ตยังถูกจำกัดไว้ด้วยปัจจัยใด

87

ข้อที่ 87/150
คำถาม :

อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อที่ 87 – 90 ดร.พันธ์ศักดิ์กล่าวถึงการเพิ่มคำถามพิเศษเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้แอปพลิเคชันสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ว่า ความนิยมของการใช้แอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่จะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาอุปกรณ์สื่อสารให้มีความทันสมัยและรองรับการใช้งาน แอป ที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะกระแสของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ และแท็บเล็ต พีซี โดยข้อมูลที่สำรวจสามารถนำไปใช้ในการดำเนินการนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติได้ ผลการสำรวจสำหรับคำถามพิเศษเกี่ยวกับพฤติกรรม การใช้แอป ของผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของคนไทยพบว่า 60% ยังใช้บริการส่งข้อความสั้น (SMS) เป็นหลัก และมีการใช้ GPRS ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้น จากความนิยมของผู้บริโภคในการเข้าเครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่น ทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ก “มีการใช้แอปฯ ผ่านสมาร์ทโฟนมากที่สุดถึง 91.6% ที่เหลือเป็นการใช้งานผ่านอุปกรณ์นำทางผ่านดาวเทียมหรือจีพีเอส การใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพา การใช้งานผ่านเครื่องแปลภาษา และการใช้งานผ่านเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์” ส่วยประเภทของแอป ที่ผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือนิยมใช้งานมากที่สุด คือรับ-ส่งอีเมล 33.5% สังคมออนไลน์ 20.2% ท่องเว็บไซต์ 20.2% และติดตามข่าว 11.5% ส่วนปัญหาของการใช้งานที่พบ 42.3% ระบุราคาแพง และ 19.9% ระบุไม่สามารถใช้ได้บางพื้นที่ ดร.พันธ์ศักดิ์กล่าวในตอนท้ายว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่มีการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในเมืองไทย พบว่ามีผู้ตอบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยพบว่าผู้ที่มีประสบการณ์ในการใช้อินเทอร์เน็ตน้อยกว่า 2 ปีมีจำนวนลดลงเรื่อยๆ ขณะที่การใช้ บรอดแบนด์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จาก 33% ในปี 2547 เพิ่มเป็น 70% ในปีนี้ ที่มา : http://www.nectec.or.th ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับโปรแกรมปฏิบัติการสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่

88

ข้อที่ 88/150
คำถาม :

อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อที่ 87 – 90 ดร.พันธ์ศักดิ์กล่าวถึงการเพิ่มคำถามพิเศษเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้แอปพลิเคชันสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ว่า ความนิยมของการใช้แอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่จะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาอุปกรณ์สื่อสารให้มีความทันสมัยและรองรับการใช้งาน แอปฯ ที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะกระแสของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ และแท็บเล็ต พีซี โดยข้อมูลที่สำรวจสามารถนำไปใช้ในการดำเนินการนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติได้ ผลการสำรวจสำหรับคำถามพิเศษเกี่ยวกับพฤติกรรม การใช้แอป ของผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของคนไทยพบว่า 60% ยังใช้บริการส่งข้อความสั้น (SMS) เป็นหลัก และมีการใช้ GPRS ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้น จากความนิยมของผู้บริโภคในการเข้าเครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่น ทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ก “มีการใช้แอป ผ่านสมาร์ทโฟนมากที่สุดถึง 91.6% ที่เหลือเป็นการใช้งานผ่านอุปกรณ์นำทางผ่านดาวเทียมหรือจีพีเอส การใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพา การใช้งานผ่านเครื่องแปลภาษา และการใช้งานผ่านเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์” ส่วยประเภทของแอป ที่ผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือนิยมใช้งานมากที่สุด คือรับ-ส่งอีเมล 33.5% สังคมออนไลน์ 20.2% ท่องเว็บไซต์ 20.2% และติดตามข่าว 11.5% ส่วนปัญหาของการใช้งานที่พบ 42.3% ระบุราคาแพง และ 19.9% ระบุไม่สามารถใช้ได้บางพื้นที่ ดร.พันธ์ศักดิ์กล่าวในตอนท้ายว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่มีการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในเมืองไทย พบว่ามีผู้ตอบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยพบว่าผู้ที่มีประสบการณ์ในการใช้อินเทอร์เน็ตน้อยกว่า 2 ปีมีจำนวนลดลงเรื่อยๆ ขณะที่การใช้ บรอดแบนด์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จาก 33% ในปี 2547 เพิ่มเป็น 70% ในปีนี้ ที่มา : http://www.nectec.or.th โปรแกรมปฏิบัติการประเภทใดที่ได้รับความนิยมสูงมาก

89

ข้อที่ 89/150
คำถาม :

อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อที่ 87 – 90 ดร.พันธ์ศักดิ์กล่าวถึงการเพิ่มคำถามพิเศษเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้แอปพลิเคชันสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ว่า ความนิยมของการใช้แอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่จะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาอุปกรณ์สื่อสารให้มีความทันสมัยและรองรับการใช้งาน แอป ที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะกระแสของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ และแท็บเล็ต พีซี โดยข้อมูลที่สำรวจสามารถนำไปใช้ในการดำเนินการนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติได้ ผลการสำรวจสำหรับคำถามพิเศษเกี่ยวกับพฤติกรรม การใช้แอป ของผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของคนไทยพบว่า 60% ยังใช้บริการส่งข้อความสั้น (SMS) เป็นหลัก และมีการใช้ GPRS ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้น จากความนิยมของผู้บริโภคในการเข้าเครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่น ทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ก “มีการใช้แอป ผ่านสมาร์ทโฟนมากที่สุดถึง 91.6% ที่เหลือเป็นการใช้งานผ่านอุปกรณ์นำทางผ่านดาวเทียมหรือจีพีเอส การใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพา การใช้งานผ่านเครื่องแปลภาษา และการใช้งานผ่านเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์” ส่วยประเภทของแอป ที่ผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือนิยมใช้งานมากที่สุด คือรับ-ส่งอีเมล 33.5% สังคมออนไลน์ 20.2% ท่องเว็บไซต์ 20.2% และติดตามข่าว 11.5% ส่วนปัญหาของการใช้งานที่พบ 42.3% ระบุราคาแพง และ 19.9% ระบุไม่สามารถใช้ได้บางพื้นที่ ดร.พันธ์ศักดิ์กล่าวในตอนท้ายว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่มีการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในเมืองไทย พบว่ามีผู้ตอบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยพบว่าผู้ที่มีประสบการณ์ในการใช้อินเทอร์เน็ตน้อยกว่า 2 ปีมีจำนวนลดลงเรื่อยๆ ขณะที่การใช้ บรอดแบนด์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จาก 33% ในปี 2547 เพิ่มเป็น 70% ในปีนี้ ที่มา : http://www.nectec.or.th อุปสรรคสำคัญที่สุดในการใช้เทคโนโลยีสื่อสารเคลื่อนที่ได้แก่ข้อใด

90

ข้อที่ 90/150
คำถาม :

อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อที่ 87 – 90 ดร.พันธ์ศักดิ์กล่าวถึงการเพิ่มคำถามพิเศษเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้แอปพลิเคชันสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ว่า ความนิยมของการใช้แอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่จะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการพัฒนาอุปกรณ์สื่อสารให้มีความทันสมัยและรองรับการใช้งานแอป ที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะกระแสของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ และแท็บเล็ต พีซี โดยข้อมูลที่สำรวจสามารถนำไปใช้ในการดำเนินการนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติได้ ผลการสำรวจสำหรับคำถามพิเศษเกี่ยวกับพฤติกรรม การใช้แอปฯ ของผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของคนไทยพบว่า 60% ยังใช้บริการส่งข้อความสั้น (SMS) เป็นหลัก และมีการใช้ GPRS ในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้น จากความนิยมของผู้บริโภคในการเข้าเครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่น ทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ก “มีการใช้แอป ผ่านสมาร์ทโฟนมากที่สุดถึง 91.6% ที่เหลือเป็นการใช้งานผ่านอุปกรณ์นำทางผ่านดาวเทียมหรือจีพีเอส การใช้งานอุปกรณ์คอมพิวเตอร์พกพา การใช้งานผ่านเครื่องแปลภาษา และการใช้งานผ่านเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์” ส่วยประเภทของแอป ที่ผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือนิยมใช้งานมากที่สุด คือรับ-ส่งอีเมล 33.5% สังคมออนไลน์ 20.2% ท่องเว็บไซต์ 20.2% และติดตามข่าว 11.5% ส่วนปัญหาของการใช้งานที่พบ 42.3% ระบุราคาแพง และ 19.9% ระบุไม่สามารถใช้ได้บางพื้นที่ ดร.พันธ์ศักดิ์กล่าวในตอนท้ายว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่มีการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในเมืองไทย พบว่ามีผู้ตอบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยพบว่าผู้ที่มีประสบการณ์ในการใช้อินเทอร์เน็ตน้อยกว่า 2 ปีมีจำนวนลดลงเรื่อยๆ ขณะที่การใช้ บรอดแบนด์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จาก 33% ในปี 2547 เพิ่มเป็น 70% ในปีนี้ ที่มา : http://www.nectec.or.th เมื่อพิจารณาโดยภาพรวมอัตราเร่งในการเปลี่ยนพฤติกรรมมาใช้อินเตอร์เน็ตของคนไทยค่อนข้างสูงมาก ข้อใดคือสิ่งสนับสนุนข้อสรุปดังกล่าว

91

ข้อที่ 91/150
คำถาม :

ผลงานวรรณคดีชิ้นสำคัญต่อไปนี้ ข้อใดไม่จัดอยู่ร่วมสมัยเดียวกัน

92

ข้อที่ 92/150
คำถาม :

ผลงานวรรณกรรมรางวัลซีไรต์ในข้อใดต่อไปนี้ จัดอยู่ในประเภทเรื่องสั้น

93

ข้อที่ 93/150
คำถาม :

ผู้วางรากฐานงานด้านการสอนศิลปะสมัยใหม่ให้แก่สังคมไทย ได้แก่ผู้ใด

94

ข้อที่ 94/150
คำถาม :

งานประณีตศิลป์สมัยอยุธยาในข้อใดถือได้ว่ามีความเจริญถึงขีดสุดเหนือกว่าศิลปะแบบอื่นๆ

95

ข้อที่ 95/150
คำถาม :

การแสดงละครดึกดำบรรพ์ ที่สร้างสรรค์ขึ้นในรัชสมัยพระพุทธเจ้าหลวง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างไร

96

ข้อที่ 96/150
คำถาม :

ผลงานด้านศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน มีความสำคัญในการสะท้อนจุดเด่นของชุมชนในข้อใด

97

ข้อที่ 97/150
คำถาม :

งานประเพณีวัฒนธรรม “อีสานตุ้มโฮม มาระมาโรม สื่อพื้นบ้านสานสุข” มีความหมายที่สำคัญต่อชาวอีสานอย่างไร

98

ข้อที่ 98/150
คำถาม :

ปัญหาอุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งของ “การแสดงหนังตะลุง” ในปัจจุบัน ข้อใดถูกที่สุด

99

ข้อที่ 99/150
คำถาม :

เครื่องดนตรีพื้นบ้าน แต่เดิมใช้ผู้เล่นเป็นชายที่ต้องเปลือยท่อนบน เสียงดนตรีกังวานจากโกร่งที่สะท้อนเสียงจากแผ่นอกของผู้เล่น จนได้รับคำกล่าวขวัญถึงในฐานะ “เสียงดนตรีจากหัวใจ” หมายถึงเครื่องดนตรีชนิดใด

100

ข้อที่ 100/150
คำถาม :

เรือพายที่ได้รับการจัดว่าเป็น “เรือซิ่ง” สำหรับชายหนุ่มในยุคก่อน หมายถึงเรือประเภทใด

101

ข้อที่ 101/150
คำถาม :

“อุตสาหกรรมภาพยนตร์ขนาดใหญ่ นอกฮอลลีวู้ด ซึ่งผลิตภาพยนตร์เพื่อตอบสนองวัฒนธรรมการชมภาพยนตร์ของผู้คนส่วนใหญ่ ที่ชื่นชอบความงดงามของงานสร้างเรื่องราวที่เข้มข้นในเชิงดราม่า และเสียงเพลง” ข้อความดังกล่าวหมายถึงอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศใด

102

ข้อที่ 102/150
คำถาม :

“มีรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่ได้รับอิทธิพลจากลัทธิขงจื๊อ ซึ่งผสานเข้ากับคติความเชื่อเดิมที่มีต่อธรรมชาติ งานศิลปะหลายแขนง ทั้งสถาปัตยกรรม จิตรกรรม รวมทั้งงานประณีตศิลป์ จึ้งเน้นวัสดุ สี และรูปทรงแบบธรรมชาติ ตกแต่งน้อย แต่ให้ความสำคัญกับรายละเอียด” คำอธิบายดังกล่าวหมายถึงศิลปวัฒนธรรมของประเทศใด

103

ข้อที่ 103/150
คำถาม :

อ่านบทความต่อไปนี้ เพื่อตอบคำถามข้อ 103 -105                     .....ความผิดของเมอโซ คือ เขาถูกจับในข้อหาฆ่าคนที่เป็นชาวอาหรับตาย จนถูกตัดสินให้ประหารชีวิต แต่คำตัดสินนั้นกลับไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่เมอโซฆ่าคนตาย เขากลับถูกประหารชีวิต เพียงเพราะเขาไม่แสดงความโศกเศร้าเสียใจกับการเสียชีวิตของแม่ ทุกคนต่างก็ให้ความสนใจ ไปกับประเด็นเรื่องที่เขาไม่แสดงความเสียใจในวันฝังศพของแม่ เขายังดื่มกาแฟ สูบบุหรี่ ดูหนังตลก และไปว่ายน้ำ .....ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ทุกคนมองว่าเป็นความผิดที่ร้ายแรงมาก ร้ายมากกว่าการที่เขาฆ่าชาวอาหรับตาย และผลของการกระทำของเขาที่ออกมาก็คือ เขาจะต้องชดใช้ความผิดนั้นด้วยความตาย เราจะเห็นลักษณะของสังคมแบบนี้ได้ง่ายมากที่สุด จากลักษณะของสังคมอาณานิคม ที่เจ้าอาณานิคมมักจะคิดว่า พวกเขามีวัฒนธรรมที่สูงส่ง และมีอารยธรรมที่เจริญก้าวหน้ามากกว่าประเทศที่ตกเป็นอาณานิคม ซึ่งการกระทำของเขานั้น เป็นการกระทำที่สังคมของคนฝรั่งเศสนั้นรับไม่ได้ เมอโซถูกมองว่าเป็นคนที่มีปัญหา ชอบทำตัวแปลกแยก เป็นคนที่มีจิตใจอำมหิต เพราะเขาไม่ได้เลี้ยงดูแม่ ไม่สนใจใยดีแม่ ส่งแม่ไปอยู่บ้านพักคนชรา เขาไม่มีความทะเยอทะยานในเรื่องของหน้าที่การงาน .....เขารู้สึกเฉยๆกับเรื่องนี้ เขามองว่าคนเราเปลี่ยนชีวิตกันไม่ได้ และเขาก็พอใจในแบบที่เป็นอยู่ การที่เขากระทำและคิดแบบนี้ทำให้เขากลายเป็นคนที่อยู่นอกสังคม ท้ายที่สุดแล้วเมอโซก็ต้องตาย เขาตายก็เพราะเขาเป็นคนที่แปลกหรือเป็นคนนอกของสังคม ซึ่งสังคมที่ว่านั้นเป็นสังคมที่มีค่านิยมตายตัว มีการวัดคุณค่าของสังคม ที่เป็นไปตามขนบธรรมเนียมประเพณีที่ทุกคนยอมรับ การที่คนเราจะมีพฤติกรรมที่แตกต่างออกไป จากกรอบสังคมนั้นโดยความจริงแล้วก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิด คนเราทุกคนล้วนแต่มีแนวคิดของตัวเอง ตัวเราเองต่างหากเป็นตัวกำหนดทุกอย่าง กำหนดวิถีชีวิต ความคิด ถ้าหากเราปล่อยให้สังคมเป็นตัวกำหนดทุกอย่างแทนเรา ก็เท่ากับว่าเหมือนเราตกอยู่ภายใต้เจ้าอาณานิคม แต่เจ้าอาณานิคมในที่นี้ไม่ได้หมายถึงประเทศมหาอำนาจแต่เพียงใด กลับหมายถึงเจ้าอาณานิคมทางสังคม จากบทแนะนำหนังสือ L’Etranger ของ Albert CAMUS ที่มา : http://bbew.blogspot.com พฤติกรรมใดของ เมอโซ คือ “การกระทำที่สังคมของคนฝรั่งเศสนั้นรับไม่ได้”

104

ข้อที่ 104/150
คำถาม :

อ่านบทความต่อไปนี้ เพื่อตอบคำถามข้อ 103 -105                   .....ความผิดของเมอโซ คือ เขาถูกจับในข้อหาฆ่าคนที่เป็นชาวอาหรับตาย จนถูกตัดสินให้ประหารชีวิต แต่คำตัดสินนั้นกลับไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่เมอโซฆ่าคนตาย เขากลับถูกประหารชีวิต เพียงเพราะเขาไม่แสดงความโศกเศร้าเสียใจกับการเสียชีวิตของแม่ ทุกคนต่างก็ให้ความสนใจ ไปกับประเด็นเรื่องที่เขาไม่แสดงความเสียใจในวันฝังศพของแม่ เขายังดื่มกาแฟ สูบบุหรี่ ดูหนังตลก และไปว่ายน้ำ .....ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ทุกคนมองว่าเป็นความผิดที่ร้ายแรงมาก ร้ายมากกว่าการที่เขาฆ่าชาวอาหรับตาย และผลของการกระทำของเขาที่ออกมาก็คือ เขาจะต้องชดใช้ความผิดนั้นด้วยความตาย เราจะเห็นลักษณะของสังคมแบบนี้ได้ง่ายมากที่สุด จากลักษณะของสังคมอาณานิคม ที่เจ้าอาณานิคมมักจะคิดว่า พวกเขามีวัฒนธรรมที่สูงส่ง และมีอารยธรรมที่เจริญก้าวหน้ามากกว่าประเทศที่ตกเป็นอาณานิคม ซึ่งการกระทำของเขานั้น เป็นการกระทำที่สังคมของคนฝรั่งเศสนั้นรับไม่ได้ เมอโซถูกมองว่าเป็นคนที่มีปัญหา ชอบทำตัวแปลกแยก เป็นคนที่มีจิตใจอำมหิต เพราะเขาไม่ได้เลี้ยงดูแม่ ไม่สนใจใยดีแม่ ส่งแม่ไปอยู่บ้านพักคนชรา เขาไม่มีความทะเยอทะยานในเรื่องของหน้าที่การงาน .....เขารู้สึกเฉยๆกับเรื่องนี้ เขามองว่าคนเราเปลี่ยนชีวิตกันไม่ได้ และเขาก็พอใจในแบบที่เป็นอยู่ การที่เขากระทำและคิดแบบนี้ทำให้เขากลายเป็นคนที่อยู่นอกสังคม ท้ายที่สุดแล้วเมอโซก็ต้องตาย เขาตายก็เพราะเขาเป็นคนที่แปลกหรือเป็นคนนอกของสังคม ซึ่งสังคมที่ว่านั้นเป็นสังคมที่มีค่านิยมตายตัว มีการวัดคุณค่าของสังคม ที่เป็นไปตามขนบธรรมเนียมประเพณีที่ทุกคนยอมรับ การที่คนเราจะมีพฤติกรรมที่แตกต่างออกไป จากกรอบสังคมนั้นโดยความจริงแล้วก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิด คนเราทุกคนล้วนแต่มีแนวคิดของตัวเอง ตัวเราเองต่างหากเป็นตัวกำหนดทุกอย่าง กำหนดวิถีชีวิต ความคิด ถ้าหากเราปล่อยให้สังคมเป็นตัวกำหนดทุกอย่างแทนเรา ก็เท่ากับว่าเหมือนเราตกอยู่ภายใต้เจ้าอาณานิคม แต่เจ้าอาณานิคมในที่นี้ไม่ได้หมายถึงประเทศมหาอำนาจแต่เพียงใด กลับหมายถึงเจ้าอาณานิคมทางสังคม จากบทแนะนำหนังสือ L’Etranger ของ Albert CAMUS ที่มา : http://bbew.blogspot.com ความหมายของ “คนนอก” ที่ผู้เขียนต้องการสื่อสารกับผู้อ่าน หมายถึงข้อใด

105

ข้อที่ 105/150
คำถาม :

อ่านบทความต่อไปนี้ เพื่อตอบคำถามข้อ 103 -105 .....ความผิดของเมอโซ คือ เขาถูกจับในข้อหาฆ่าคนที่เป็นชาวอาหรับตาย จนถูกตัดสินให้ประหารชีวิต แต่คำตัดสินนั้นกลับไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการที่เมอโซฆ่าคนตาย เขากลับถูกประหารชีวิต เพียงเพราะเขาไม่แสดงความโศกเศร้าเสียใจกับการเสียชีวิตของแม่ ทุกคนต่างก็ให้ความสนใจ ไปกับประเด็นเรื่องที่เขาไม่แสดงความเสียใจในวันฝังศพของแม่ เขายังดื่มกาแฟ สูบบุหรี่ ดูหนังตลก และไปว่ายน้ำ .....ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ทุกคนมองว่าเป็นความผิดที่ร้ายแรงมาก ร้ายมากกว่าการที่เขาฆ่าชาวอาหรับตาย และผลของการกระทำของเขาที่ออกมาก็คือ เขาจะต้องชดใช้ความผิดนั้นด้วยความตาย เราจะเห็นลักษณะของสังคมแบบนี้ได้ง่ายมากที่สุด จากลักษณะของสังคมอาณานิคม ที่เจ้าอาณานิคมมักจะคิดว่า พวกเขามีวัฒนธรรมที่สูงส่ง และมีอารยธรรมที่เจริญก้าวหน้ามากกว่าประเทศที่ตกเป็นอาณานิคม ซึ่งการกระทำของเขานั้น เป็นการกระทำที่สังคมของคนฝรั่งเศสนั้นรับไม่ได้ เมอโซถูกมองว่าเป็นคนที่มีปัญหา ชอบทำตัวแปลกแยก เป็นคนที่มีจิตใจอำมหิต เพราะเขาไม่ได้เลี้ยงดูแม่ ไม่สนใจใยดีแม่ ส่งแม่ไปอยู่บ้านพักคนชรา เขาไม่มีความทะเยอทะยานในเรื่องของหน้าที่การงาน .....เขารู้สึกเฉยๆกับเรื่องนี้ เขามองว่าคนเราเปลี่ยนชีวิตกันไม่ได้ และเขาก็พอใจในแบบที่เป็นอยู่ การที่เขากระทำและคิดแบบนี้ทำให้เขากลายเป็นคนที่อยู่นอกสังคม ท้ายที่สุดแล้วเมอโซก็ต้องตาย เขาตายก็เพราะเขาเป็นคนที่แปลกหรือเป็นคนนอกของสังคม ซึ่งสังคมที่ว่านั้นเป็นสังคมที่มีค่านิยมตายตัว มีการวัดคุณค่าของสังคม ที่เป็นไปตามขนบธรรมเนียมประเพณีที่ทุกคนยอมรับ การที่คนเราจะมีพฤติกรรมที่แตกต่างออกไป จากกรอบสังคมนั้นโดยความจริงแล้วก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิด คนเราทุกคนล้วนแต่มีแนวคิดของตัวเอง ตัวเราเองต่างหากเป็นตัวกำหนดทุกอย่าง กำหนดวิถีชีวิต ความคิด ถ้าหากเราปล่อยให้สังคมเป็นตัวกำหนดทุกอย่างแทนเรา ก็เท่ากับว่าเหมือนเราตกอยู่ภายใต้เจ้าอาณานิคม แต่เจ้าอาณานิคมในที่นี้ไม่ได้หมายถึงประเทศมหาอำนาจแต่เพียงใด กลับหมายถึงเจ้าอาณานิคมทางสังคม จากบทแนะนำหนังสือ L’Etranger ของ Albert CAMUS ที่มา : http://bbew.blogspot.com จากบทความข้างต้น การตกเป็น “อาณานิคมทางสังคม” หมายถึงข้อใด

106

ข้อที่ 106/150
คำถาม :

ประเพณีจีนมีการเผากระดาษเงินกระดาษทองส่งไปให้ญาติผู้ล่วงลับ ประเพณีดังกล่าวสะท้อนคติความเชื่อของชาวจีนหลายประการ ยกเว้น เรื่องใด

107

ข้อที่ 107/150
คำถาม :

ซาเวรี่ โวลสกี้ ศิลปินชาวโปแลนด์ แสดงนิทรรศการชื่อ Into An Empty Sky ซึ่งเป็น การผสมผสานศิลปะไทยกับศิลปะเม็กซิโก ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ทุกวันนี้ชีวิตร่วมสมัยทุกคนคิดถึงแต่ตัวเอง ค่อนข้างขาดการกระตุ้นวิธีคิด จิตวิญญาณในการแบ่งปันให้แก่ผู้อื่น เพราะทุกคนมีชีวิตที่เร่งรีบ” ผู้ชมนิทรรศการน่าจะได้แนวคิดอย่างไร

108

ข้อที่ 108/150
คำถาม :

แฟชั่นการแต่งกายแปลกแหวกแนวในที่สาธารณะของเลดี้ กาก้า นักร้องสาวชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียง สะท้อนแนวคิดทางศิลปะตระกูลใด

109

ข้อที่ 109/150
คำถาม :

วัฒนธรรมการพักดื่มชา (Tea Break) ของชาวอังกฤษ บ่งบอกถึงความหมายในข้อใด

110

ข้อที่ 110/150
คำถาม :

ข้อใดต่อไปนี้จับคู่แนวคิดหลักที่ปรากฏในวรรณกรรมตะวันตกที่มีชื่อเสียงได้ถูกต้อง

111

ข้อที่ 111/150
คำถาม :

ข้อใดไม่ใช่ภารกิจและอำนาจหน้าที่หลักของสำนักพัฒนากิจกรรมนักเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

112

ข้อที่ 112/150
คำถาม :

ศูนย์ซ่อมสร้างชุมชน (Fix It – Center) ที่จัดตั้งขึ้นในชุมชนเพื่อให้บริการซ่อมแซมถ่ายทอดความรู้ พัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีและนวัตกรรมชุมชน เป็นศูนย์บริการของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่มอบหมายให้สถาบันการศึกษาภายใต้สังกัดในพื้นที่ดำเนินการ ยกเว้น สถาบันใด

113

ข้อที่ 113/150
คำถาม :

หน่วยงานใดของกระทรวงศึกษาธิการมีหน้าที่รับผิดชอบโครงการ Student Channel ที่จัดรายการโทรทัศน์เพื่อการศึกษา อันเป็นการเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ที่หลากหลายให้กับนักเรียน

114

ข้อที่ 114/150
คำถาม :

การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในช่วงทศวรรษที่สอง ให้ความสำคัญกับการพัฒนาครู โดยมีแนวคิดในการจัดตั้งเครือข่ายในรูปแบบองค์การมหาชนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครู โดยจะระดมเงินทุนจากครูในเครือข่ายเพื่อมาช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน หากต้องการความช่วยเหลือดังกล่าว ครูต้องเข้าร่วมกับเครือข่ายใด

115

ข้อที่ 115/150
คำถาม :

องค์กรใดจัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินด้านการส่งเสริมการศึกษาพิเศษ

116

ข้อที่ 116/150
คำถาม :

สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) จัดตั้งขึ้นโดยมีภารกิจในการส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ (Learning Society) ตามปรัชญาของการปฏิรูปการศึกษาไทย ข้อใดมิใช่เป้าหมายหลักของ สสค.

117

ข้อที่ 117/150
คำถาม :

คณะอนุกรรมการคุรุศึกษาแห่งชาติ เสนอ 6 คานงัดปฏิรูประบบคุรุศึกษาแห่งชาติ เพื่อเป็นข้อเสนอเกี่ยวกับกลไกในการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองสู่ความสำเร็จเพื่อยกระดับคุณภาพของครู ข้อใดไม่ใช่ข้อเสนอดังกล่าว

118

ข้อที่ 118/150
คำถาม :

ข้อใดคือแนวปฏิบัติของ “โครงการคืนครูให้นักเรียน” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนงาน ขยายโอกาสและพัฒนาการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา

119

ข้อที่ 119/150
คำถาม :

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 ตราขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่คล่องตัวในการบริหารและจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่เกิดขึ้นจากการรวมระบบบริหารและการจัดการศึกษาของทั้งสองระดับ อยู่ในความรับผิดชอบของแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา ข้อใดคือระดับการศึกษาทั้งสองที่กล่าวถึงข้างต้น

120

ข้อที่ 120/150
คำถาม :

ในกรณีที่เขตพื้นที่การศึกษาไม่สามารถบริหารและจัดการการศึกษาได้ กระทรวงศึกษาธิการสามารถเสริมการบริหารและการจัดการของเขตพื้นที่การศึกษา โดยจัดให้มีการศึกษาต่อไปนี้ ยกเว้นข้อใด

121

ข้อที่ 121/150
คำถาม :

เป้าหมายยุทธศาสตร์ที่สี่ของการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ. 2552 – 2561) คือ “คนไทยคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาได้” ข้อคิดคือตัวบ่งชี้และค่าเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ดังกล่าว

122

ข้อที่ 122/150
คำถาม :

การจัดตั้งสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ตามแนวคิดการปฏิรูปการศึกษาเพื่อประเมินคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ประกอบด้วยการประเมินภายในทุกปีและภายนอกทุก 5 ปี การประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษาของ สมศ. ได้ดำเนินการไปแล้วกี่รอบ ก่อนรอบใหม่ที่คาดว่าจะเริ่มขึ้นในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2554

123

ข้อที่ 123/150
คำถาม :

หลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีวิทยาฐานะและเลื่อนวิทยฐานะ ไม่เกี่ยวข้องกับใคร

124

ข้อที่ 124/150
คำถาม :

แนวทางใดที่สอดคล้องกับแนวทางปฏิรูปการศึกษาที่เน้น “ผู้เรียนเป็นสำคัญ”

125

ข้อที่ 125/150
คำถาม :

อ่านบทความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามในข้อ 125 – 127             รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา ได้กำหนดนโยบายเร่งรัดขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลอย่างจริงจัง โดยอาศัยความร่วมมือ และการบริหารจัดการ เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นองค์รวมที่มีคนเป็นศูนย์กลาง และใช้การศึกษาเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการพัฒนาทุกด้าน มีเป้าหมายในการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพตลอดชีวิต เพื่อสร้างเด็กให้เป็นคนดี คนเก่ง มีความสุข มีความสามารถ สนับสนุนการแข่งขันของประเทศ อยู่ร่วมในสังคมโลกได้อย่างยั่งยืนบนพื้นฐานความเป็นไทย โดยส่งเสริมการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมือง (Civic Education) ให้เด็กและเยาวชนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีความภูมิใจในความหลากหลาย             นกจากนี้ ยังมีโครงการจัดตั้ง “โรงเรียนดีประจำตำบล” โดยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและชุมชน เพื่อปรับปรุงคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กในเขตพื้นที่การศึกษาเขตละ 1 ตำบล ซึ่งการพัฒนาคุณภาพดังกล่าวขึ้นอยู่กับความพร้อม ในด้านปัจจัยของชุมชน และอาจจัดในหลายรูปแบบได้แก่ การปรับปรุงห้องวิทยาศาสตร์ ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องสมุด สระว่ายน้ำ ทั้งนี้ จะมีการจัดทำแผนที่โรงเรียน (School Mapping) ในแต่ละตำบลเพื่อเป็นข้อมูลสำคัญในการบริหารจัดการ (ปรับปรุงจากนโยบายการพัฒนาการศึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, 2553) จากบทความ ข้อใดเป็นแนวทางสำคัญในการส่งเสริมการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมือง

126

ข้อที่ 126/150
คำถาม :

อ่านบทความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามในข้อ 125 – 127             รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา ได้กำหนดนโยบายเร่งรัดขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลอย่างจริงจัง โดยอาศัยความร่วมมือ และการบริหารจัดการ เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นองค์รวมที่มีคนเป็นศูนย์กลาง และใช้การศึกษาเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการพัฒนาทุกด้าน มีเป้าหมายในการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพตลอดชีวิต เพื่อสร้างเด็กให้เป็นคนดี คนเก่ง มีความสุข มีความสามารถ สนับสนุนการแข่งขันของประเทศ อยู่ร่วมในสังคมโลกได้อย่างยั่งยืนบนพื้นฐานความเป็นไทย โดยส่งเสริมการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมือง (Civic Education) ให้เด็กและเยาวชนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีความภูมิใจในความหลากหลาย             นกจากนี้ ยังมีโครงการจัดตั้ง “โรงเรียนดีประจำตำบล” โดยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและชุมชน เพื่อปรับปรุงคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กในเขตพื้นที่การศึกษาเขตละ 1 ตำบล ซึ่งการพัฒนาคุณภาพดังกล่าวขึ้นอยู่กับความพร้อม ในด้านปัจจัยของชุมชน และอาจจัดในหลายรูปแบบได้แก่ การปรับปรุงห้องวิทยาศาสตร์ ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องสมุด สระว่ายน้ำ ทั้งนี้ จะมีการจัดทำแผนที่โรงเรียน (School Mapping) ในแต่ละตำบลเพื่อเป็นข้อมูลสำคัญในการบริหารจัดการ (ปรับปรุงจากนโยบายการพัฒนาการศึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, 2553) การจัดทำแผนที่โรงเรียน (School Mapping) เพื่อการบริหารจัดการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ก่อให้เกิดการพัฒนาในด้านต่างๆ ยกเว้นข้อใด

127

ข้อที่ 127/150
คำถาม :

อ่านบทความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามในข้อ 125 – 127             รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา ได้กำหนดนโยบายเร่งรัดขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลอย่างจริงจัง โดยอาศัยความร่วมมือ และการบริหารจัดการ เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นองค์รวมที่มีคนเป็นศูนย์กลาง และใช้การศึกษาเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการพัฒนาทุกด้าน มีเป้าหมายในการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพตลอดชีวิต เพื่อสร้างเด็กให้เป็นคนดี คนเก่ง มีความสุข มีความสามารถ สนับสนุนการแข่งขันของประเทศ อยู่ร่วมในสังคมโลกได้อย่างยั่งยืนบนพื้นฐานความเป็นไทย โดยส่งเสริมการศึกษาเพื่อสร้างความเป็นพลเมือง (Civic Education) ให้เด็กและเยาวชนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีความภูมิใจในความหลากหลาย             นกจากนี้ ยังมีโครงการจัดตั้ง “โรงเรียนดีประจำตำบล” โดยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและชุมชน เพื่อปรับปรุงคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขนาดเล็กในเขตพื้นที่การศึกษาเขตละ 1 ตำบล ซึ่งการพัฒนาคุณภาพดังกล่าวขึ้นอยู่กับความพร้อม ในด้านปัจจัยของชุมชน และอาจจัดในหลายรูปแบบได้แก่ การปรับปรุงห้องวิทยาศาสตร์ ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องสมุด สระว่ายน้ำ ทั้งนี้ จะมีการจัดทำแผนที่โรงเรียน (School Mapping) ในแต่ละตำบลเพื่อเป็นข้อมูลสำคัญในการบริหารจัดการ (ปรับปรุงจากนโยบายการพัฒนาการศึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, 2553) การดำเนินการตามนโยบายเร่งรัดขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลอย่างจริงจังนั้น ต้องอาศัยกลยุทธ์ต่างๆในการขับเคลื่อน ยกเว้นข้อใด

128

ข้อที่ 128/150
คำถาม :

แนวทางหนึ่งในความพยายามปรับปรุงการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทย คือ การนำครูที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่หรือเป็นภาษาราชการ มาสอนวิธีการสอนภาษาอังกฤษให้กับครูไทยตามโรงเรียนต่างๆ โดยจะร่วมมือกับกลุ่มประเทศต่างๆ ยกเว้นประเทศใด

129

ข้อที่ 129/150
คำถาม :

หนึ่งในกลยุทธ์การยกระดับคุณภาพผู้เรียนของกระทรวงศึกษาธิการ คือ การจัดการเรียนการสอนด้วยภาษาอังกฤษ โดยคำนึงถึงรายวิชาที่มีความขาดแคลน และเป็นรายวิชาที่มีเนื้อหาเป็นคำศัพท์เฉพาะ ซึ่งจะง่ายต่อการสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ โดยจะนำร่องรายวิชาใด

130

ข้อที่ 130/150
คำถาม :

กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายให้สถานศึกษาต่างๆรับนักเรียนเข้าศึกษาในปีการศึกษา 2554 โดยคำนึงถึงหลักเกณฑ์และสัดส่วนผู้เรียนต่อห้องเรียน ที่สามารถส่งเสริมคุณภาพจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษาให้ทัดเทียมกัน ข้อใดคือสัดส่วนผู้เรียนต่อห้องที่เหมาะสมที่กำหนดไว้

131

ข้อที่ 131/150
คำถาม :

อ่านบทความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามในข้อ 131 – 133             จากปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียน จึงมีแนวคิดในการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยให้สถานศึกษาทำหน้าที่ประสานจัดตั้งภาคีเครือข่ายหลายรูปแบบ เพื่อส่งเสริมและช่วยเหลือในการพัฒนานักเรียนนักศึกษา ได้แก่ 1) ภาคีเครือข่ายระดับนักเรียน เช่น เพื่อนช่วยเพื่อน สภานักเรียน สภาเยาวชน เพื่อให้มีการแนะนำและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการแก้ไขปัญหาและทำกิจกรรมในเชิงสร้างสรรค์ร่วมกัน 2)ภาคีเครือข่ายระดับผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมของสถานศึกษา โดยเฉพาะกิจกรรมนอกเวลาเรียน เช่น กิจกรรมยุวตำรวจ การจัดกิจกรรมหลังเลิกเรียน 3) ภาคีเครือข่ายระดับสถานศึกษา เพื่อให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์และเกิดความสมานฉันท์ระหว่างสถานศึกษา เช่น เครือข่ายจตุรมิตร เครือข่ายกลุ่มสถานศึกษาอาชีวศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชน เครือขายกลุ่มโรงเรียนมัธยม 4) ภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและชุมชน เช่น กลุ่มอาสาสมัครชุมชน อาสาสมัครครูตำรวจ อปพร. กลุ่มจักรยานยนต์รับจ้าง กลุ่มสื่อสารวิทยุชุมชน กลุ่มชุมชนในพื้นที่ ขสมก. สมาชิกสภาเขต สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร วัด มัสยิด ประธานชุมชน ประธานหมู่บ้าน ผู้บริหารสถานประกอบการ ห้างสรรพสินค้า กลุ่มประชาชนทั่วไป 5) ภาคีเครือข่ายระดับกระทรวง เพื่อบูรณาการความร่วมมือของกระทรวง กรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของเยาวชน แนวคิดในการแก้ไขปัญหาทะเลาะวิวาทของนักเรียนข้างต้น มีฐานคิดสำคัญคือข้อใด

132

ข้อที่ 132/150
คำถาม :

อ่านบทความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามในข้อ 131 – 133             จากปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียน จึงมีแนวคิดในการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยให้สถานศึกษาทำหน้าที่ประสานจัดตั้งภาคีเครือข่ายหลายรูปแบบ เพื่อส่งเสริมและช่วยเหลือในการพัฒนานักเรียนนักศึกษา ได้แก่ 1) ภาคีเครือข่ายระดับนักเรียน เช่น เพื่อนช่วยเพื่อน สภานักเรียน สภาเยาวชน เพื่อให้มีการแนะนำและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการแก้ไขปัญหาและทำกิจกรรมในเชิงสร้างสรรค์ร่วมกัน 2)ภาคีเครือข่ายระดับผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมของสถานศึกษา โดยเฉพาะกิจกรรมนอกเวลาเรียน เช่น กิจกรรมยุวตำรวจ การจัดกิจกรรมหลังเลิกเรียน 3) ภาคีเครือข่ายระดับสถานศึกษา เพื่อให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์และเกิดความสมานฉันท์ระหว่างสถานศึกษา เช่น เครือข่ายจตุรมิตร เครือข่ายกลุ่มสถานศึกษาอาชีวศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชน เครือขายกลุ่มโรงเรียนมัธยม 4) ภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและชุมชน เช่น กลุ่มอาสาสมัครชุมชน อาสาสมัครครูตำรวจ อปพร. กลุ่มจักรยานยนต์รับจ้าง กลุ่มสื่อสารวิทยุชุมชน กลุ่มชุมชนในพื้นที่ ขสมก. สมาชิกสภาเขต สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร วัด มัสยิด ประธานชุมชน ประธานหมู่บ้าน ผู้บริหารสถานประกอบการ ห้างสรรพสินค้า กลุ่มประชาชนทั่วไป 5) ภาคีเครือข่ายระดับกระทรวง เพื่อบูรณาการความร่วมมือของกระทรวง กรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของเยาวชน จากบทความ ภาคีใดมีบทบาทหลักในการชักจูงให้นักเรียนนักศึกษาทำกิจกรรม

133

ข้อที่ 133/150
คำถาม :

อ่านบทความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามในข้อ 131 – 133             จากปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียน จึงมีแนวคิดในการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยให้สถานศึกษาทำหน้าที่ประสานจัดตั้งภาคีเครือข่ายหลายรูปแบบ เพื่อส่งเสริมและช่วยเหลือในการพัฒนานักเรียนนักศึกษา ได้แก่ 1) ภาคีเครือข่ายระดับนักเรียน เช่น เพื่อนช่วยเพื่อน สภานักเรียน สภาเยาวชน เพื่อให้มีการแนะนำและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการแก้ไขปัญหาและทำกิจกรรมในเชิงสร้างสรรค์ร่วมกัน 2)ภาคีเครือข่ายระดับผู้ปกครอง เพื่อให้ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมของสถานศึกษา โดยเฉพาะกิจกรรมนอกเวลาเรียน เช่น กิจกรรมยุวตำรวจ การจัดกิจกรรมหลังเลิกเรียน 3) ภาคีเครือข่ายระดับสถานศึกษา เพื่อให้สถานศึกษาจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์และเกิดความสมานฉันท์ระหว่างสถานศึกษา เช่น เครือข่ายจตุรมิตร เครือข่ายกลุ่มสถานศึกษาอาชีวศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชน เครือขายกลุ่มโรงเรียนมัธยม 4) ภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและชุมชน เช่น กลุ่มอาสาสมัครชุมชน อาสาสมัครครูตำรวจ อปพร. กลุ่มจักรยานยนต์รับจ้าง กลุ่มสื่อสารวิทยุชุมชน กลุ่มชุมชนในพื้นที่ ขสมก. สมาชิกสภาเขต สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร วัด มัสยิด ประธานชุมชน ประธานหมู่บ้าน ผู้บริหารสถานประกอบการ ห้างสรรพสินค้า กลุ่มประชาชนทั่วไป 5) ภาคีเครือข่ายระดับกระทรวง เพื่อบูรณาการความร่วมมือของกระทรวง กรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของเยาวชน ภาคีเครือข่ายระดับสถานศึกษา มีหน้าที่หลักใด

134

ข้อที่ 134/150
คำถาม :

รัฐบาลนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ที่ผู้เรียนทุกคนจะได้รับการสนับสนุนค่าเล่าเรียน ค่าแบบเรียน ค่าเสื้อผ้า ค่าอุปกรณ์การเรียน และค่ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามอัตราที่กำหนดนั้น ไม่ครอบคลุมการจัดการศึกษาระดับใด

135

ข้อที่ 135/150
คำถาม :

หากท่านเป็นครู ท่านจะแนะนำลูกศิษย์ให้ศึกษาต่อในสาขาวิชาชีพ ที่ปัจจุบันกำลังนำร่องจัดทำคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อให้การผลิตกำลังคนระดับอาชีวศึกษา มีคุณภาพและมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของสถานประกอบการ โดยจะจัดทำสำหรับวิชาชีพในอุตสาหกรรมหรือธุรกิจ ที่มีความต้องการแรงงานทักษะสูง ยกเว้นข้อใด

136

ข้อที่ 136/150
คำถาม :

แนวทางของกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาการศึกษา ที่บูรณาการวิชาการลูกเสือไทยและปรับปรุงหลักสูตร โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะชีวิต คุณธรรม และจริยธรรม เป็นแนวคิดการจัดการศึกษาแบบใด

137

ข้อที่ 137/150
คำถาม :

เนื่องจากประชาคมอาเซียนมีข้อตกลงร่วมกันว่าในปี 2558 จะต้องอยู่ภายใต้แนวคิดการค้าเสรี ประเทศไทยจึงเตรียมจัดการศึกษาเพื่อรองรับการเปิดเสรี โดยได้ทำความตกลงกับประชาคมอาเซียน+3 คือกลุ่มประเทศใด

138

ข้อที่ 138/150
คำถาม :

อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามในข้อ 138 – 140             ข่าวคมชัดลึก วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2553 นำเสนอผลวิจัย “การศึกษาสถานการณ์การอ่านและดัชนีการอ่านของไทยปี 2552” ของสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (ทีเคพาร์ค) ร่วมกับคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า สถานการณ์การอ่านของคนไทย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนยังอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง จากสถิติโดยเฉลี่ย คนไทยใช้เวลาอ่านหนังสือเฉลี่ย 94 นาทีต่อวัน อาชีพข้าราชการใช้เวลาว่างอ่านหนังสือมากที่สุด ส่วนอาชีพอื่นๆ เช่น ภิกษุ แม่บ้าน ทหารเกณฑ์ใช้เวลาว่างอ่านน้อยที่สุด และพบว่าผู้ที่อยู่ในเขตเมืองมีดัชนีการอ่านมากกว่าผู้อยู่ในเขตนอกเมือง             เด็กและเยาวชนที่ไม่อ่านหนังสือสะท้อนว่า สาเหตุที่ไม่อ่านเพราะขี้เกียจ แม้จะมีหนังสือ มีสถานที่ให้อ่านก็ไม่อยากอ่าน ประกอบกับในปัจจุบันมีช่องทางอื่นในการอ่านเข้ามาเบียดเบียนการอ่านหนังสือมากขึ้น เช่น สื่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งจากการวิจัยพบว่าคนสนใจอ่านจากอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก เพราะมีความสะดวกมากกว่าและไม่มีค่าใช้จ่าย             ส่วนอุปสรรคต่อการอ่านของเด็กในชนบท คือ ผู้ปกครองไม่มีรายได้เพียงพอในการซื้อหนังสือให้เด็กอ่าน แม้จะมีการบริจาคหนังสือมือสองไปยังชนบทบ้างแต่ไม่มาก บางครั้งหนังสือมีความเก่า ข้อมูลในหนังสือก็เก่าตามไปด้วย หรือนักเรียนที่ยืมหนังสือเรียน ผู้ใหญ่ก็ไปกำหนดว่า ต้องส่งคืนตอนสิ้นเทอมและห้ามหนังสือขาด หรือถ้าขาดให้จ่ายเงินแทน เด็กก็กลัวไม่กล้าอ่าน ไม่กล้าเอามาโรงเรียน เพราะกลัวว่าหนังสือจะชำรุดก่อนถึงวันส่งคืน ทำให้เป็นอุปสรรคในการอ่านหนังสือ             การแก้ปัญหาจึงควรดึงทัศนคติที่ดีต่อการอ่านหนังสือของคนไทยซึ่งเป็นทุนเดิม มาพัฒนาในส่วนที่เด็กและเยาวชนเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการอ่าน เช่น รูปแบบของหนังสือที่มีแต่เนื้อหา ไม่น่าสนใจ ไม่ดึงดูด โดยสนับสนุนให้สถาบันครอบครัว เป็นสถาบันหลักในการส่งเสริมการเรียนรู้ ให้เกิดขึ้นกับเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ประกอบกับหน่วยงานรัฐควรจัดให้มีโครงการพัฒนาห้องสมุดในต่างจังหวัดและในพื้นที่ชนบทมากขึ้น จากบทความข้างต้น ข้อใด ไม่ใช่ ปัจจัยที่ผลต่อการอ่าน

139

ข้อที่ 139/150
คำถาม :

อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามในข้อ 138 – 140             ข่าวคมชัดลึก วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2553 นำเสนอผลวิจัย “การศึกษาสถานการณ์การอ่านและดัชนีการอ่านของไทยปี 2552” ของสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (ทีเคพาร์ค) ร่วมกับคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า สถานการณ์การอ่านของคนไทย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนยังอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง จากสถิติโดยเฉลี่ย คนไทยใช้เวลาอ่านหนังสือเฉลี่ย 94 นาทีต่อวัน อาชีพข้าราชการใช้เวลาว่างอ่านหนังสือมากที่สุด ส่วนอาชีพอื่นๆ เช่น ภิกษุ แม่บ้าน ทหารเกณฑ์ใช้เวลาว่างอ่านน้อยที่สุด และพบว่าผู้ที่อยู่ในเขตเมืองมีดัชนีการอ่านมากกว่าผู้อยู่ในเขตนอกเมือง             เด็กและเยาวชนที่ไม่อ่านหนังสือสะท้อนว่า สาเหตุที่ไม่อ่านเพราะขี้เกียจ แม้จะมีหนังสือ มีสถานที่ให้อ่านก็ไม่อยากอ่าน ประกอบกับในปัจจุบันมีช่องทางอื่นในการอ่านเข้ามาเบียดเบียนการอ่านหนังสือมากขึ้น เช่น สื่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งจากการวิจัยพบว่าคนสนใจอ่านจากอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก เพราะมีความสะดวกมากกว่าและไม่มีค่าใช้จ่าย             ส่วนอุปสรรคต่อการอ่านของเด็กในชนบท คือ ผู้ปกครองไม่มีรายได้เพียงพอในการซื้อหนังสือให้เด็กอ่าน แม้จะมีการบริจาคหนังสือมือสองไปยังชนบทบ้างแต่ไม่มาก บางครั้งหนังสือมีความเก่า ข้อมูลในหนังสือก็เก่าตามไปด้วย หรือนักเรียนที่ยืมหนังสือเรียน ผู้ใหญ่ก็ไปกำหนดว่า ต้องส่งคืนตอนสิ้นเทอมและห้ามหนังสือขาด หรือถ้าขาดให้จ่ายเงินแทน เด็กก็กลัวไม่กล้าอ่าน ไม่กล้าเอามาโรงเรียน เพราะกลัวว่าหนังสือจะชำรุดก่อนถึงวันส่งคืน ทำให้เป็นอุปสรรคในการอ่านหนังสือ             การแก้ปัญหาจึงควรดึงทัศนคติที่ดีต่อการอ่านหนังสือของคนไทยซึ่งเป็นทุนเดิม มาพัฒนาในส่วนที่เด็กและเยาวชนเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการอ่าน เช่น รูปแบบของหนังสือที่มีแต่เนื้อหา ไม่น่าสนใจ ไม่ดึงดูด โดยสนับสนุนให้สถาบันครอบครัว เป็นสถาบันหลักในการส่งเสริมการเรียนรู้ ให้เกิดขึ้นกับเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ประกอบกับหน่วยงานรัฐควรจัดให้มีโครงการพัฒนาห้องสมุดในต่างจังหวัดและในพื้นที่ชนบทมากขึ้น จากบทความพบว่าเด็กในเขตเมืองมีโอกาสในการอ่านมากกว่าเด็กในชนบท เนื่องจากสาเหตุใด

140

ข้อที่ 140/150
คำถาม :

อ่านข้อความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามในข้อ 138 – 140             ข่าวคมชัดลึก วันเสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2553 นำเสนอผลวิจัย “การศึกษาสถานการณ์การอ่านและดัชนีการอ่านของไทยปี 2552” ของสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (ทีเคพาร์ค) ร่วมกับคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า สถานการณ์การอ่านของคนไทย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนยังอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง จากสถิติโดยเฉลี่ย คนไทยใช้เวลาอ่านหนังสือเฉลี่ย 94 นาทีต่อวัน อาชีพข้าราชการใช้เวลาว่างอ่านหนังสือมากที่สุด ส่วนอาชีพอื่นๆ เช่น ภิกษุ แม่บ้าน ทหารเกณฑ์ใช้เวลาว่างอ่านน้อยที่สุด และพบว่าผู้ที่อยู่ในเขตเมืองมีดัชนีการอ่านมากกว่าผู้อยู่ในเขตนอกเมือง             เด็กและเยาวชนที่ไม่อ่านหนังสือสะท้อนว่า สาเหตุที่ไม่อ่านเพราะขี้เกียจ แม้จะมีหนังสือ มีสถานที่ให้อ่านก็ไม่อยากอ่าน ประกอบกับในปัจจุบันมีช่องทางอื่นในการอ่านเข้ามาเบียดเบียนการอ่านหนังสือมากขึ้น เช่น สื่ออินเทอร์เน็ต ซึ่งจากการวิจัยพบว่าคนสนใจอ่านจากอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนมาก เพราะมีความสะดวกมากกว่าและไม่มีค่าใช้จ่าย             ส่วนอุปสรรคต่อการอ่านของเด็กในชนบท คือ ผู้ปกครองไม่มีรายได้เพียงพอในการซื้อหนังสือให้เด็กอ่าน แม้จะมีการบริจาคหนังสือมือสองไปยังชนบทบ้างแต่ไม่มาก บางครั้งหนังสือมีความเก่า ข้อมูลในหนังสือก็เก่าตามไปด้วย หรือนักเรียนที่ยืมหนังสือเรียน ผู้ใหญ่ก็ไปกำหนดว่า ต้องส่งคืนตอนสิ้นเทอมและห้ามหนังสือขาด หรือถ้าขาดให้จ่ายเงินแทน เด็กก็กลัวไม่กล้าอ่าน ไม่กล้าเอามาโรงเรียน เพราะกลัวว่าหนังสือจะชำรุดก่อนถึงวันส่งคืน ทำให้เป็นอุปสรรคในการอ่านหนังสือ             การแก้ปัญหาจึงควรดึงทัศนคติที่ดีต่อการอ่านหนังสือของคนไทยซึ่งเป็นทุนเดิม มาพัฒนาในส่วนที่เด็กและเยาวชนเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการอ่าน เช่น รูปแบบของหนังสือที่มีแต่เนื้อหา ไม่น่าสนใจ ไม่ดึงดูด โดยสนับสนุนให้สถาบันครอบครัว เป็นสถาบันหลักในการส่งเสริมการเรียนรู้ ให้เกิดขึ้นกับเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ประกอบกับหน่วยงานรัฐควรจัดให้มีโครงการพัฒนาห้องสมุดในต่างจังหวัดและในพื้นที่ชนบทมากขึ้น ข้อใดเป็นอุปสรรคต่อการส่งเสริมการอ่านให้กับเด็กและเยาวชน 

141

ข้อที่ 141/150
คำถาม :

อ่านบทความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อที่ 141 – 150 การเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ กุลธร เลิศสุริยะกุล             สังคมไทยในปัจจุบัน เป็นสังคมฐานความรู้ ที่การเรียนรู้ ความรู้และนวัตกรรมเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนา จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องเสริมสร้างฐานความรู้ที่เข้มแข็งให้กับประเทศ เพื่อความสามารถในการปรับตัว รู้เท่าทัน ไม่ให้ตกอยู่ในฐานะผู้เสียเปรียบ โดยส่งเสริมและสร้างสภาพการณ์ ให้คนไทยทุกคนมีสิทธิและความเสมอภาค ในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต             สังคมแห่งการเรียนรู้ เป็นสังคมแห่งภูมิปัญญา ตระหนักถึงความสำคัญ ความจำเป็นของการเรียนรู้ ที่ทุกคนและทุกส่วนในสังคม มีความใฝ่รู้และพร้อมที่จะเรียนรู้อยู่เสมอ การเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นและมีความต่อเนื่องเป็นปกติวิสัย ในชีวิตประจำวันของคนทุคน ไปจนตลอดสิ้นอายุขัย เป็นการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นได้ในทุกเวลา ทุกสถานที่ของคนในทุกสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม             ในสภาพการณ์ปัจจุบันของสังคมไทย ยังมีอุปสรรคสำคัญหลายประการที่จะส่งผลให้สิทธิและความเสมอภาค ในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตของประชาชนไม่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยเหตุปัจจัยหลักๆ กล่าวคือ             ประการแรก : ความแตกต่างกันในโอกาส ที่จะเข้าถึงความรู้และแหล่งเรียนรู้ เนื่องจากประชาชนจำนวนมากยังมีระดับการศึกษาต่ำ อยู่ในครอบครัวชุมชนที่ด้อยการศึกษา ขาดทักษะความสามารถพื้นฐานในการแสวงหาความรู้ ข่าวสารข้อมูล จึงไม่สามารเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ที่มีอยู่อย่างมากมาย หลากหลายในปัจจุบัน             ประการที่สอง : ความเหลื่อมล้ำทางสังคมไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ระบบบริการทั้งลักษณะเฉพาะและบริการสาธารณะ รวมทั้งแหล่งการเรียนรู้หรือแหล่งวิทยาการต่างๆ ที่มีอยู่มักกระจุกตัวในสังคมเมือง ทำให้มีระบบบริการพื้นฐานครบทุกด้าน มีแหล่งความรู้อย่างหลากหลาย และมีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการเรียนรู้ มีเทคโนโลยีทันสมัย ทำให้ประชาชนบางกลุ่มมีความได้เปรียบกว่าประชาชนส่วนใหญ่อย่างสิ้นเชิง             ประการที่สาม : ความแตกต่างด้านเศรษฐกิจของประชาชน ทำให้บุคคลมีอำนาจในการบริโภคข่าวสารข้อมูลต่างกัน  การลงทุนเพื่อการศึกษา การแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง จากแหล่งวิทยาการและแหล่งการเรียนรู้ประเภทต่างๆ ย่อมแตกต่างกันไปด้วย ผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจดีกว่ามีโอกาสมากกว่าที่จะจัดสรรทรัพยากรเพื่อการเรียนรู้ และองค์ความรู้อย่างหลากหลายให้กับตนเองได้เท่าที่ต้องการ ในทางกลับกันประชาชนที่มีฐานะยากจนไม่สามารถจัดสรรองค์ประกอบต่างๆ เพื่อการเรียนรู้ให้กับตนเองและชุมชนได้ แม้ว่าจะมีองค์ความรู้มากมายที่จำเป็นต้องเรียนรู้และองค์ความรู้เหล่านั้น จะมีคุณค่าต่อการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพเพียงใดก็ตาม ข้อใดต่อไปนี้คือลักษณะสำคัญของ “สังคมแห่งการเรียนรู้” 

142

ข้อที่ 142/150
คำถาม :

อ่านบทความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อที่ 141 – 150 การเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ กุลธร เลิศสุริยะกุล               สังคมไทยในปัจจุบัน เป็นสังคมฐานความรู้ ที่การเรียนรู้ ความรู้และนวัตกรรมเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนา จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องเสริมสร้างฐานความรู้ที่เข้มแข็งให้กับประเทศ เพื่อความสามารถในการปรับตัว รู้เท่าทัน ไม่ให้ตกอยู่ในฐานะผู้เสียเปรียบ โดยส่งเสริมและสร้างสภาพการณ์ ให้คนไทยทุกคนมีสิทธิและความเสมอภาค ในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต             สังคมแห่งการเรียนรู้ เป็นสังคมแห่งภูมิปัญญา ตระหนักถึงความสำคัญ ความจำเป็นของการเรียนรู้ ที่ทุกคนและทุกส่วนในสังคม มีความใฝ่รู้และพร้อมที่จะเรียนรู้อยู่เสมอ การเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นและมีความต่อเนื่องเป็นปกติวิสัย ในชีวิตประจำวันของคนทุคน ไปจนตลอดสิ้นอายุขัย เป็นการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นได้ในทุกเวลา ทุกสถานที่ของคนในทุกสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม             ในสภาพการณ์ปัจจุบันของสังคมไทย ยังมีอุปสรรคสำคัญหลายประการที่จะส่งผลให้สิทธิและความเสมอภาค ในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตของประชาชนไม่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยเหตุปัจจัยหลักๆ กล่าวคือ             ประการแรก : ความแตกต่างกันในโอกาส ที่จะเข้าถึงความรู้และแหล่งเรียนรู้ เนื่องจากประชาชนจำนวนมากยังมีระดับการศึกษาต่ำ อยู่ในครอบครัวชุมชนที่ด้อยการศึกษา ขาดทักษะความสามารถพื้นฐานในการแสวงหาความรู้ ข่าวสารข้อมูล จึงไม่สามารเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ที่มีอยู่อย่างมากมาย หลากหลายในปัจจุบัน             ประการที่สอง : ความเหลื่อมล้ำทางสังคมไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ระบบบริการทั้งลักษณะเฉพาะและบริการสาธารณะ รวมทั้งแหล่งการเรียนรู้หรือแหล่งวิทยาการต่างๆ ที่มีอยู่มักกระจุกตัวในสังคมเมือง ทำให้มีระบบบริการพื้นฐานครบทุกด้าน มีแหล่งความรู้อย่างหลากหลาย และมีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการเรียนรู้ มีเทคโนโลยีทันสมัย ทำให้ประชาชนบางกลุ่มมีความได้เปรียบกว่าประชาชนส่วนใหญ่อย่างสิ้นเชิง             ประการที่สาม : ความแตกต่างด้านเศรษฐกิจของประชาชน ทำให้บุคคลมีอำนาจในการบริโภคข่าวสารข้อมูลต่างกัน  การลงทุนเพื่อการศึกษา การแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง จากแหล่งวิทยาการและแหล่งการเรียนรู้ประเภทต่างๆ ย่อมแตกต่างกันไปด้วย ผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจดีกว่ามีโอกาสมากกว่าที่จะจัดสรรทรัพยากรเพื่อการเรียนรู้ และองค์ความรู้อย่างหลากหลายให้กับตนเองได้เท่าที่ต้องการ ในทางกลับกันประชาชนที่มีฐานะยากจนไม่สามารถจัดสรรองค์ประกอบต่างๆ เพื่อการเรียนรู้ให้กับตนเองและชุมชนได้ แม้ว่าจะมีองค์ความรู้มากมายที่จำเป็นต้องเรียนรู้และองค์ความรู้เหล่านั้น จะมีคุณค่าต่อการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพเพียงใดก็ตาม บุคคลที่จะได้รับการพัฒนา จนเป็นผู้ที่รักในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต จำเป็นต้องมีปัจจัยใดสนับสนุน

143

ข้อที่ 143/150
คำถาม :

อ่านบทความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อที่ 141 – 150   การเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ กุลธร เลิศสุริยะกุล               สังคมไทยในปัจจุบัน เป็นสังคมฐานความรู้ ที่การเรียนรู้ ความรู้และนวัตกรรมเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนา จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องเสริมสร้างฐานความรู้ที่เข้มแข็งให้กับประเทศ เพื่อความสามารถในการปรับตัว รู้เท่าทัน ไม่ให้ตกอยู่ในฐานะผู้เสียเปรียบ โดยส่งเสริมและสร้างสภาพการณ์ ให้คนไทยทุกคนมีสิทธิและความเสมอภาค ในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต             สังคมแห่งการเรียนรู้ เป็นสังคมแห่งภูมิปัญญา ตระหนักถึงความสำคัญ ความจำเป็นของการเรียนรู้ ที่ทุกคนและทุกส่วนในสังคม มีความใฝ่รู้และพร้อมที่จะเรียนรู้อยู่เสมอ การเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นและมีความต่อเนื่องเป็นปกติวิสัย ในชีวิตประจำวันของคนทุคน ไปจนตลอดสิ้นอายุขัย เป็นการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นได้ในทุกเวลา ทุกสถานที่ของคนในทุกสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม             ในสภาพการณ์ปัจจุบันของสังคมไทย ยังมีอุปสรรคสำคัญหลายประการที่จะส่งผลให้สิทธิและความเสมอภาค ในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตของประชาชนไม่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยเหตุปัจจัยหลักๆ กล่าวคือ             ประการแรก : ความแตกต่างกันในโอกาส ที่จะเข้าถึงความรู้และแหล่งเรียนรู้ เนื่องจากประชาชนจำนวนมากยังมีระดับการศึกษาต่ำ อยู่ในครอบครัวชุมชนที่ด้อยการศึกษา ขาดทักษะความสามารถพื้นฐานในการแสวงหาความรู้ ข่าวสารข้อมูล จึงไม่สามารเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ที่มีอยู่อย่างมากมาย หลากหลายในปัจจุบัน             ประการที่สอง : ความเหลื่อมล้ำทางสังคมไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ระบบบริการทั้งลักษณะเฉพาะและบริการสาธารณะ รวมทั้งแหล่งการเรียนรู้หรือแหล่งวิทยาการต่างๆ ที่มีอยู่มักกระจุกตัวในสังคมเมือง ทำให้มีระบบบริการพื้นฐานครบทุกด้าน มีแหล่งความรู้อย่างหลากหลาย และมีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการเรียนรู้ มีเทคโนโลยีทันสมัย ทำให้ประชาชนบางกลุ่มมีความได้เปรียบกว่าประชาชนส่วนใหญ่อย่างสิ้นเชิง             ประการที่สาม : ความแตกต่างด้านเศรษฐกิจของประชาชน ทำให้บุคคลมีอำนาจในการบริโภคข่าวสารข้อมูลต่างกัน  การลงทุนเพื่อการศึกษา การแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง จากแหล่งวิทยาการและแหล่งการเรียนรู้ประเภทต่างๆ ย่อมแตกต่างกันไปด้วย ผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจดีกว่ามีโอกาสมากกว่าที่จะจัดสรรทรัพยากรเพื่อการเรียนรู้ และองค์ความรู้อย่างหลากหลายให้กับตนเองได้เท่าที่ต้องการ ในทางกลับกันประชาชนที่มีฐานะยากจนไม่สามารถจัดสรรองค์ประกอบต่างๆ เพื่อการเรียนรู้ให้กับตนเองและชุมชนได้ แม้ว่าจะมีองค์ความรู้มากมายที่จำเป็นต้องเรียนรู้และองค์ความรู้เหล่านั้น จะมีคุณค่าต่อการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพเพียงใดก็ตาม ใครควรมีบทบาทหลักในการลงทุนเพื่อการศึกษา

144

ข้อที่ 144/150
คำถาม :

อ่านบทความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อที่ 141 – 150   การเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ กุลธร เลิศสุริยะกุล               สังคมไทยในปัจจุบัน เป็นสังคมฐานความรู้ ที่การเรียนรู้ ความรู้และนวัตกรรมเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนา จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องเสริมสร้างฐานความรู้ที่เข้มแข็งให้กับประเทศ เพื่อความสามารถในการปรับตัว รู้เท่าทัน ไม่ให้ตกอยู่ในฐานะผู้เสียเปรียบ โดยส่งเสริมและสร้างสภาพการณ์ ให้คนไทยทุกคนมีสิทธิและความเสมอภาค ในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต             สังคมแห่งการเรียนรู้ เป็นสังคมแห่งภูมิปัญญา ตระหนักถึงความสำคัญ ความจำเป็นของการเรียนรู้ ที่ทุกคนและทุกส่วนในสังคม มีความใฝ่รู้และพร้อมที่จะเรียนรู้อยู่เสมอ การเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นและมีความต่อเนื่องเป็นปกติวิสัย ในชีวิตประจำวันของคนทุคน ไปจนตลอดสิ้นอายุขัย เป็นการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นได้ในทุกเวลา ทุกสถานที่ของคนในทุกสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม             ในสภาพการณ์ปัจจุบันของสังคมไทย ยังมีอุปสรรคสำคัญหลายประการที่จะส่งผลให้สิทธิและความเสมอภาค ในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตของประชาชนไม่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยเหตุปัจจัยหลักๆ กล่าวคือ             ประการแรก : ความแตกต่างกันในโอกาส ที่จะเข้าถึงความรู้และแหล่งเรียนรู้ เนื่องจากประชาชนจำนวนมากยังมีระดับการศึกษาต่ำ อยู่ในครอบครัวชุมชนที่ด้อยการศึกษา ขาดทักษะความสามารถพื้นฐานในการแสวงหาความรู้ ข่าวสารข้อมูล จึงไม่สามารเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ที่มีอยู่อย่างมากมาย หลากหลายในปัจจุบัน             ประการที่สอง : ความเหลื่อมล้ำทางสังคมไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ระบบบริการทั้งลักษณะเฉพาะและบริการสาธารณะ รวมทั้งแหล่งการเรียนรู้หรือแหล่งวิทยาการต่างๆ ที่มีอยู่มักกระจุกตัวในสังคมเมือง ทำให้มีระบบบริการพื้นฐานครบทุกด้าน มีแหล่งความรู้อย่างหลากหลาย และมีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการเรียนรู้ มีเทคโนโลยีทันสมัย ทำให้ประชาชนบางกลุ่มมีความได้เปรียบกว่าประชาชนส่วนใหญ่อย่างสิ้นเชิง             ประการที่สาม : ความแตกต่างด้านเศรษฐกิจของประชาชน ทำให้บุคคลมีอำนาจในการบริโภคข่าวสารข้อมูลต่างกัน  การลงทุนเพื่อการศึกษา การแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง จากแหล่งวิทยาการและแหล่งการเรียนรู้ประเภทต่างๆ ย่อมแตกต่างกันไปด้วย ผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจดีกว่ามีโอกาสมากกว่าที่จะจัดสรรทรัพยากรเพื่อการเรียนรู้ และองค์ความรู้อย่างหลากหลายให้กับตนเองได้เท่าที่ต้องการ ในทางกลับกันประชาชนที่มีฐานะยากจนไม่สามารถจัดสรรองค์ประกอบต่างๆ เพื่อการเรียนรู้ให้กับตนเองและชุมชนได้ แม้ว่าจะมีองค์ความรู้มากมายที่จำเป็นต้องเรียนรู้และองค์ความรู้เหล่านั้น จะมีคุณค่าต่อการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพเพียงใดก็ตาม ข้อใดหมายถึงทรัพยากรการเรียนรู้

145

ข้อที่ 145/150
คำถาม :

อ่านบทความต่อไปนี้ แล้วตอบคำถามข้อที่ 141 – 150   การเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ กุลธร เลิศสุริยะกุล               สังคมไทยในปัจจุบัน เป็นสังคมฐานความรู้ ที่การเรียนรู้ ความรู้และนวัตกรรมเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนา จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องเสริมสร้างฐานความรู้ที่เข้มแข็งให้กับประเทศ เพื่อความสามารถในการปรับตัว รู้เท่าทัน ไม่ให้ตกอยู่ในฐานะผู้เสียเปรียบ โดยส่งเสริมและสร้างสภาพการณ์ ให้คนไทยทุกคนมีสิทธิและความเสมอภาค ในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต             สังคมแห่งการเรียนรู้ เป็นสังคมแห่งภูมิปัญญา ตระหนักถึงความสำคัญ ความจำเป็นของการเรียนรู้ ที่ทุกคนและทุกส่วนในสังคม มีความใฝ่รู้และพร้อมที่จะเรียนรู้อยู่เสมอ การเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นและมีความต่อเนื่องเป็นปกติวิสัย ในชีวิตประจำวันของคนทุคน ไปจนตลอดสิ้นอายุขัย เป็นการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นได้ในทุกเวลา ทุกสถานที่ของคนในทุกสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม             ในสภาพการณ์ปัจจุบันของสังคมไทย ยังมีอุปสรรคสำคัญหลายประการที่จะส่งผลให้สิทธิและความเสมอภาค ในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตของประชาชนไม่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยเหตุปัจจัยหลักๆ กล่าวคือ             ประการแรก : ความแตกต่างกันในโอกาส ที่จะเข้าถึงความรู้และแหล่งเรียนรู้ เนื่องจากประชาชนจำนวนมากยังมีระดับการศึกษาต่ำ อยู่ในครอบครัวชุมชนที่ด้อยการศึกษา ขาดทักษะความสามารถพื้นฐานในการแสวงหาความรู้ ข่าวสารข้อมูล จึงไม่สามารเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้ที่มีอยู่อย่างมากมาย หลากหลายในปัจจุบัน             ประการที่สอง : ความเหลื่อมล้ำทางสังคมไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ระบบบริการทั้งลักษณะเฉพาะและบริการสาธารณะ รวมทั้งแหล่งการเรียนรู้หรือแหล่งวิทยาการต่างๆ ที่มีอยู่มักกระจุกตัวในสังคมเมือง ทำให้มีระบบบริการพื้นฐานครบทุกด้าน มีแหล่งความรู้อย่างหลากหลาย และมีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการเรียนรู้ มีเทคโนโลยีทันสมัย ทำให้ประชาชนบางกลุ่มมีความได้เปรียบกว่าประชาชนส่วนใหญ่อย่างสิ้นเชิง             ประการที่สาม : ความแตกต่างด้านเศรษฐกิจของประชาชน ทำให้บุคคลมีอำนาจในการบริโภคข่าวสารข้อมูลต่างกัน  การลงทุนเพื่อการศึกษา การแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง จากแหล่งวิทยาการและแหล่งการเรียนรู้ประเภทต่างๆ ย่อมแตกต่างกันไปด้วย ผู้มีฐานะทางเศรษฐกิจดีกว่ามีโอกาสมากกว่าที่จะจัดสรรทรัพยากรเพื่อการเรียนรู้ และองค์ความรู้อย่างหลากหลายให้กับตนเองได้เท่าที่ต้องการ ในทางกลับกันประชาชนที่มีฐานะยากจนไม่สามารถจัดสรรองค์ประกอบต่างๆ เพื่อการเรียนรู้ให้กับตนเองและชุมชนได้ แม้ว่าจะมีองค์ความรู้มากมายที่จำเป็นต้องเรียนรู้และองค์ความรู้เหล่านั้น จะมีคุณค่าต่อการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพเพียงใดก็ตาม จากบทความข้างต้น ข้อใดกล่าวถูกต้อง

146

ข้อที่ 146/150
คำถาม :

  การเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ (ต่อ)               การเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ จึงเป็นกระบวนการสำคัญที่จะต้องเร่งดำเนินการเพื่อประกันโอกาสให้คนไทยทุกคน มีสิทธิและความเสมอภาคในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต  โดยการพัฒนาองค์ประกอบที่สำคัญของสังคมแห่งการเรียนรู้ 4 องค์ประกอบด้วยกัน คือ             องค์ประกอบที่หนึ่ง : การพัฒนาทักษะความสามารถในการเรียนรู้และการแสวงหาความรู้ เพื่อให้ประชาชนโดยรวมเป็น “บุคคลแห่งการเรียนรู้” มีความตระหนักถึงความสำคัญ ความจำเป็นของการเรียนรู้ มีความใฝ่รู้ สามารถสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง มีทักษะ กระบวนการคิด การวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา สามารถใช้ความรู้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ตลอดจนมีโอกาสและสามารถเลือกที่จะเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตลอดช่วงอายุแต่ละวัย ด้วยรูปแบบที่หลากหลาย ยืดหยุ่นและมีคุณภาพตามความต้องการความสนใจและความถนัด             องค์ประกอบที่สอง : พัฒนาแหล่งการเรียนรู้ เพื่อให้มีแหล่งเรียนรู้อย่างเพียงพอหลากหลาย ทั่วถึง ครอบคลุมประชากรทุกพื้นที่ ทุกกลุ่มเป้าหมาย พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศแหล่งการเรียนรู้ทุกประเภท  ทุกระดับที่เป็นปัจจุบัน และเป็นระบบเปิด รวมทั้งการจัดระบบเครือข่ายเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ เพื่อการใช้ประโยชน์ร่วมกัน ตลอดจนมีการพัฒนาทรัพยากรการเรียนรู้ที่มีอยู่ในสังคม ให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่มีศักยภาพในการให้บริการการเรียนรู้ มีความพร้อมด้านปัจจัย อำนวยความสะดวกต่อการเรียนรู้             องค์ประกอบที่สาม : พัฒนาเนื้อหาสาระการเรียนรู้ให้เป็น “องค์ความรู้” โดยมีการจัดหาและรวบรวมความรู้ จากแหล่งต่างๆ ทั้งภายในภายนอก เพื่อเป็นการแสวงหาองค์ความรู้ที่หลากหลายและมีประโยชน์สูงสุดต่อชุมชน พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดเก็บและค้นคว้าองค์ความรู้ได้อย่างรวดเร็ว สามารถใช้ประโยชน์ได้ทันเหตุการณ์ และที่สำคัญอย่างยิ่งคือการสร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับกระแสการเปลี่ยนแปลง ของสังคมโลกและบริบทของสังคมไทย โดยพัฒนาความรู้จากฐานของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอยู่เดิม บูรณาการกับฐานความรู้ด้านนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้เหมาะสมกับความสามารถในการเรียนรู้ ของบุคคล กลุ่มหรือชุมชน เพื่อตอบสนองความต้องการการพัฒนาของแต่ละชุมชน             องค์ประกอบที่สี่ : การจัดการความรู้ โดยเริ่มต้นจากการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย พัฒนากลไกกระบวนการถ่ายทอดความรู้ ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างเสมอภาค รวมทั้งการพัฒนาระบบบริหารจัดการ การใช้สื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นยังต้องส่งเสริมการสร้างบรรยากาศเพื่อเอื้อต่อการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นในครอบครัวองค์กร สถาบัน และชุมชน ให้ประชาชนมีโอกาสเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ได้ตลอดเวลา และปัจจัยที่มีความสำคัญยิ่งต่อการจัดการความรู้ คือต้องมีการพัฒนาบุคคล องค์กรให้เป็นผู้จัดการความรู้เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชน รวมทั้งการพัฒนาทักษะความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ให้แก่ภูมิปัญญาท้องถิ่น และแหล่งเรียนรู้ประเภทต่างๆ ให้สามารถเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ และกระตุ้นให้ประชาชนมีการบูรณาการเพื่อใช้ความรู้เป็นฐาน ในการแก้ปัญหาและพัฒนาที่เหมาะสมกับสภาพของชุมชน             การเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ต้องดำเนินการโดยยึดหลักการที่เชื่อว่า การศึกษาและการเรียนรู้เป็นกลไกสำคัญต่อการแก้ปัญหาและการพัฒนา มีการบูรณาการการเรียนรู้ การดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพเข้าด้วยกันอย่างผสมกลมกลืน ยึดชุมชนเป็นฐานในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ โดยใช้ศักยภาพและทรัพยากรในชุมชนเป็นหลักให้ประชาชนและทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดและตัดสินใจในกิจกรรมสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับตนเองและชุมชนท้องถิ่น การสนับสนุนให้สังคมทุกส่วนและทุกระดับได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพและการสร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ จะทำให้เกิดพลังชุมชนที่เข้มแข็ง อันจะเป็นรากฐานที่มั่นคงในการเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่มีความยั่งยืนต่อไป การจัดสภาพการเรียนรู้ในลักษณะใดที่จะเอื้อต่อการพัฒนาให้ผู้เรียนทุกช่วงวัยได้พัฒนาตนเองเป็น “บุคคลแห่งการเรียนรู้”

147

ข้อที่ 147/150
คำถาม :

การเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ (ต่อ)               การเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ จึงเป็นกระบวนการสำคัญที่จะต้องเร่งดำเนินการเพื่อประกันโอกาสให้คนไทยทุกคน มีสิทธิและความเสมอภาคในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต  โดยการพัฒนาองค์ประกอบที่สำคัญของสังคมแห่งการเรียนรู้ 4 องค์ประกอบด้วยกัน คือ             องค์ประกอบที่หนึ่ง : การพัฒนาทักษะความสามารถในการเรียนรู้และการแสวงหาความรู้ เพื่อให้ประชาชนโดยรวมเป็น “บุคคลแห่งการเรียนรู้” มีความตระหนักถึงความสำคัญ ความจำเป็นของการเรียนรู้ มีความใฝ่รู้ สามารถสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง มีทักษะ กระบวนการคิด การวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา สามารถใช้ความรู้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ตลอดจนมีโอกาสและสามารถเลือกที่จะเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตลอดช่วงอายุแต่ละวัย ด้วยรูปแบบที่หลากหลาย ยืดหยุ่นและมีคุณภาพตามความต้องการความสนใจและความถนัด             องค์ประกอบที่สอง : พัฒนาแหล่งการเรียนรู้ เพื่อให้มีแหล่งเรียนรู้อย่างเพียงพอหลากหลาย ทั่วถึง ครอบคลุมประชากรทุกพื้นที่ ทุกกลุ่มเป้าหมาย พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศแหล่งการเรียนรู้ทุกประเภท  ทุกระดับที่เป็นปัจจุบัน และเป็นระบบเปิด รวมทั้งการจัดระบบเครือข่ายเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ เพื่อการใช้ประโยชน์ร่วมกัน ตลอดจนมีการพัฒนาทรัพยากรการเรียนรู้ที่มีอยู่ในสังคม ให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่มีศักยภาพในการให้บริการการเรียนรู้ มีความพร้อมด้านปัจจัย อำนวยความสะดวกต่อการเรียนรู้             องค์ประกอบที่สาม : พัฒนาเนื้อหาสาระการเรียนรู้ให้เป็น “องค์ความรู้” โดยมีการจัดหาและรวบรวมความรู้ จากแหล่งต่างๆ ทั้งภายในภายนอก เพื่อเป็นการแสวงหาองค์ความรู้ที่หลากหลายและมีประโยชน์สูงสุดต่อชุมชน พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดเก็บและค้นคว้าองค์ความรู้ได้อย่างรวดเร็ว สามารถใช้ประโยชน์ได้ทันเหตุการณ์ และที่สำคัญอย่างยิ่งคือการสร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับกระแสการเปลี่ยนแปลง ของสังคมโลกและบริบทของสังคมไทย โดยพัฒนาความรู้จากฐานของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอยู่เดิม บูรณาการกับฐานความรู้ด้านนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้เหมาะสมกับความสามารถในการเรียนรู้ ของบุคคล กลุ่มหรือชุมชน เพื่อตอบสนองความต้องการการพัฒนาของแต่ละชุมชน             องค์ประกอบที่สี่ : การจัดการความรู้ โดยเริ่มต้นจากการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย พัฒนากลไกกระบวนการถ่ายทอดความรู้ ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างเสมอภาค รวมทั้งการพัฒนาระบบบริหารจัดการ การใช้สื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นยังต้องส่งเสริมการสร้างบรรยากาศเพื่อเอื้อต่อการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นในครอบครัวองค์กร สถาบัน และชุมชน ให้ประชาชนมีโอกาสเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ได้ตลอดเวลา และปัจจัยที่มีความสำคัญยิ่งต่อการจัดการความรู้ คือต้องมีการพัฒนาบุคคล องค์กรให้เป็นผู้จัดการความรู้เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชน รวมทั้งการพัฒนาทักษะความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ให้แก่ภูมิปัญญาท้องถิ่น และแหล่งเรียนรู้ประเภทต่างๆ ให้สามารถเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ และกระตุ้นให้ประชาชนมีการบูรณาการเพื่อใช้ความรู้เป็นฐาน ในการแก้ปัญหาและพัฒนาที่เหมาะสมกับสภาพของชุมชน             การเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ต้องดำเนินการโดยยึดหลักการที่เชื่อว่า การศึกษาและการเรียนรู้เป็นกลไกสำคัญต่อการแก้ปัญหาและการพัฒนา มีการบูรณาการการเรียนรู้ การดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพเข้าด้วยกันอย่างผสมกลมกลืน ยึดชุมชนเป็นฐานในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ โดยใช้ศักยภาพและทรัพยากรในชุมชนเป็นหลักให้ประชาชนและทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดและตัดสินใจในกิจกรรมสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับตนเองและชุมชนท้องถิ่น การสนับสนุนให้สังคมทุกส่วนและทุกระดับได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพและการสร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ จะทำให้เกิดพลังชุมชนที่เข้มแข็ง อันจะเป็นรากฐานที่มั่นคงในการเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่มีความยั่งยืนต่อไป องค์ความรู้ที่เป็นเป้าหมายของแต่ละบุคคลในกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ควรกำหนดขึ้นจากพื้นฐานใด

148

ข้อที่ 148/150
คำถาม :

การเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ (ต่อ)               การเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ จึงเป็นกระบวนการสำคัญที่จะต้องเร่งดำเนินการเพื่อประกันโอกาสให้คนไทยทุกคน มีสิทธิและความเสมอภาคในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต  โดยการพัฒนาองค์ประกอบที่สำคัญของสังคมแห่งการเรียนรู้ 4 องค์ประกอบด้วยกัน คือ             องค์ประกอบที่หนึ่ง : การพัฒนาทักษะความสามารถในการเรียนรู้และการแสวงหาความรู้ เพื่อให้ประชาชนโดยรวมเป็น “บุคคลแห่งการเรียนรู้” มีความตระหนักถึงความสำคัญ ความจำเป็นของการเรียนรู้ มีความใฝ่รู้ สามารถสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง มีทักษะ กระบวนการคิด การวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา สามารถใช้ความรู้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ตลอดจนมีโอกาสและสามารถเลือกที่จะเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตลอดช่วงอายุแต่ละวัย ด้วยรูปแบบที่หลากหลาย ยืดหยุ่นและมีคุณภาพตามความต้องการความสนใจและความถนัด             องค์ประกอบที่สอง : พัฒนาแหล่งการเรียนรู้ เพื่อให้มีแหล่งเรียนรู้อย่างเพียงพอหลากหลาย ทั่วถึง ครอบคลุมประชากรทุกพื้นที่ ทุกกลุ่มเป้าหมาย พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศแหล่งการเรียนรู้ทุกประเภท  ทุกระดับที่เป็นปัจจุบัน และเป็นระบบเปิด รวมทั้งการจัดระบบเครือข่ายเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ เพื่อการใช้ประโยชน์ร่วมกัน ตลอดจนมีการพัฒนาทรัพยากรการเรียนรู้ที่มีอยู่ในสังคม ให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่มีศักยภาพในการให้บริการการเรียนรู้ มีความพร้อมด้านปัจจัย อำนวยความสะดวกต่อการเรียนรู้             องค์ประกอบที่สาม : พัฒนาเนื้อหาสาระการเรียนรู้ให้เป็น “องค์ความรู้” โดยมีการจัดหาและรวบรวมความรู้ จากแหล่งต่างๆ ทั้งภายในภายนอก เพื่อเป็นการแสวงหาองค์ความรู้ที่หลากหลายและมีประโยชน์สูงสุดต่อชุมชน พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดเก็บและค้นคว้าองค์ความรู้ได้อย่างรวดเร็ว สามารถใช้ประโยชน์ได้ทันเหตุการณ์ และที่สำคัญอย่างยิ่งคือการสร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับกระแสการเปลี่ยนแปลง ของสังคมโลกและบริบทของสังคมไทย โดยพัฒนาความรู้จากฐานของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอยู่เดิม บูรณาการกับฐานความรู้ด้านนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้เหมาะสมกับความสามารถในการเรียนรู้ ของบุคคล กลุ่มหรือชุมชน เพื่อตอบสนองความต้องการการพัฒนาของแต่ละชุมชน             องค์ประกอบที่สี่ : การจัดการความรู้ โดยเริ่มต้นจากการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย พัฒนากลไกกระบวนการถ่ายทอดความรู้ ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างเสมอภาค รวมทั้งการพัฒนาระบบบริหารจัดการ การใช้สื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นยังต้องส่งเสริมการสร้างบรรยากาศเพื่อเอื้อต่อการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นในครอบครัวองค์กร สถาบัน และชุมชน ให้ประชาชนมีโอกาสเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ได้ตลอดเวลา และปัจจัยที่มีความสำคัญยิ่งต่อการจัดการความรู้ คือต้องมีการพัฒนาบุคคล องค์กรให้เป็นผู้จัดการความรู้เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชน รวมทั้งการพัฒนาทักษะความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ให้แก่ภูมิปัญญาท้องถิ่น และแหล่งเรียนรู้ประเภทต่างๆ ให้สามารถเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ และกระตุ้นให้ประชาชนมีการบูรณาการเพื่อใช้ความรู้เป็นฐาน ในการแก้ปัญหาและพัฒนาที่เหมาะสมกับสภาพของชุมชน             การเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ต้องดำเนินการโดยยึดหลักการที่เชื่อว่า การศึกษาและการเรียนรู้เป็นกลไกสำคัญต่อการแก้ปัญหาและการพัฒนา มีการบูรณาการการเรียนรู้ การดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพเข้าด้วยกันอย่างผสมกลมกลืน ยึดชุมชนเป็นฐานในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ โดยใช้ศักยภาพและทรัพยากรในชุมชนเป็นหลักให้ประชาชนและทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดและตัดสินใจในกิจกรรมสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับตนเองและชุมชนท้องถิ่น การสนับสนุนให้สังคมทุกส่วนและทุกระดับได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพและการสร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ จะทำให้เกิดพลังชุมชนที่เข้มแข็ง อันจะเป็นรากฐานที่มั่นคงในการเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่มีความยั่งยืนต่อไป การจัดการความรู้ความสามารถดำเนินการได้หลากหลายแนวทาง ข้อใด ไม่ใช่ แนวทางที่ใช้ในการจัดการความรู้

149

ข้อที่ 149/150
คำถาม :

การเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ (ต่อ)               การเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ จึงเป็นกระบวนการสำคัญที่จะต้องเร่งดำเนินการเพื่อประกันโอกาสให้คนไทยทุกคน มีสิทธิและความเสมอภาคในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต  โดยการพัฒนาองค์ประกอบที่สำคัญของสังคมแห่งการเรียนรู้ 4 องค์ประกอบด้วยกัน คือ             องค์ประกอบที่หนึ่ง : การพัฒนาทักษะความสามารถในการเรียนรู้และการแสวงหาความรู้ เพื่อให้ประชาชนโดยรวมเป็น “บุคคลแห่งการเรียนรู้” มีความตระหนักถึงความสำคัญ ความจำเป็นของการเรียนรู้ มีความใฝ่รู้ สามารถสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง มีทักษะ กระบวนการคิด การวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา สามารถใช้ความรู้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ตลอดจนมีโอกาสและสามารถเลือกที่จะเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตลอดช่วงอายุแต่ละวัย ด้วยรูปแบบที่หลากหลาย ยืดหยุ่นและมีคุณภาพตามความต้องการความสนใจและความถนัด             องค์ประกอบที่สอง : พัฒนาแหล่งการเรียนรู้ เพื่อให้มีแหล่งเรียนรู้อย่างเพียงพอหลากหลาย ทั่วถึง ครอบคลุมประชากรทุกพื้นที่ ทุกกลุ่มเป้าหมาย พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศแหล่งการเรียนรู้ทุกประเภท  ทุกระดับที่เป็นปัจจุบัน และเป็นระบบเปิด รวมทั้งการจัดระบบเครือข่ายเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ เพื่อการใช้ประโยชน์ร่วมกัน ตลอดจนมีการพัฒนาทรัพยากรการเรียนรู้ที่มีอยู่ในสังคม ให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่มีศักยภาพในการให้บริการการเรียนรู้ มีความพร้อมด้านปัจจัย อำนวยความสะดวกต่อการเรียนรู้             องค์ประกอบที่สาม : พัฒนาเนื้อหาสาระการเรียนรู้ให้เป็น “องค์ความรู้” โดยมีการจัดหาและรวบรวมความรู้ จากแหล่งต่างๆ ทั้งภายในภายนอก เพื่อเป็นการแสวงหาองค์ความรู้ที่หลากหลายและมีประโยชน์สูงสุดต่อชุมชน พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดเก็บและค้นคว้าองค์ความรู้ได้อย่างรวดเร็ว สามารถใช้ประโยชน์ได้ทันเหตุการณ์ และที่สำคัญอย่างยิ่งคือการสร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับกระแสการเปลี่ยนแปลง ของสังคมโลกและบริบทของสังคมไทย โดยพัฒนาความรู้จากฐานของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอยู่เดิม บูรณาการกับฐานความรู้ด้านนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้เหมาะสมกับความสามารถในการเรียนรู้ ของบุคคล กลุ่มหรือชุมชน เพื่อตอบสนองความต้องการการพัฒนาของแต่ละชุมชน             องค์ประกอบที่สี่ : การจัดการความรู้ โดยเริ่มต้นจากการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย พัฒนากลไกกระบวนการถ่ายทอดความรู้ ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างเสมอภาค รวมทั้งการพัฒนาระบบบริหารจัดการ การใช้สื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นยังต้องส่งเสริมการสร้างบรรยากาศเพื่อเอื้อต่อการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นในครอบครัวองค์กร สถาบัน และชุมชน ให้ประชาชนมีโอกาสเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ได้ตลอดเวลา และปัจจัยที่มีความสำคัญยิ่งต่อการจัดการความรู้ คือต้องมีการพัฒนาบุคคล องค์กรให้เป็นผู้จัดการความรู้เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชน รวมทั้งการพัฒนาทักษะความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ให้แก่ภูมิปัญญาท้องถิ่น และแหล่งเรียนรู้ประเภทต่างๆ ให้สามารถเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ และกระตุ้นให้ประชาชนมีการบูรณาการเพื่อใช้ความรู้เป็นฐาน ในการแก้ปัญหาและพัฒนาที่เหมาะสมกับสภาพของชุมชน             การเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ต้องดำเนินการโดยยึดหลักการที่เชื่อว่า การศึกษาและการเรียนรู้เป็นกลไกสำคัญต่อการแก้ปัญหาและการพัฒนา มีการบูรณาการการเรียนรู้ การดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพเข้าด้วยกันอย่างผสมกลมกลืน ยึดชุมชนเป็นฐานในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ โดยใช้ศักยภาพและทรัพยากรในชุมชนเป็นหลักให้ประชาชนและทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดและตัดสินใจในกิจกรรมสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับตนเองและชุมชนท้องถิ่น การสนับสนุนให้สังคมทุกส่วนและทุกระดับได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพและการสร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ จะทำให้เกิดพลังชุมชนที่เข้มแข็ง อันจะเป็นรากฐานที่มั่นคงในการเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่มีความยั่งยืนต่อไป เพราะเหตุใดจึงจำเป็นต้องเร่งเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้

150

ข้อที่ 150/150
คำถาม :

การเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ (ต่อ)               การเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ จึงเป็นกระบวนการสำคัญที่จะต้องเร่งดำเนินการเพื่อประกันโอกาสให้คนไทยทุกคน มีสิทธิและความเสมอภาคในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต  โดยการพัฒนาองค์ประกอบที่สำคัญของสังคมแห่งการเรียนรู้ 4 องค์ประกอบด้วยกัน คือ             องค์ประกอบที่หนึ่ง : การพัฒนาทักษะความสามารถในการเรียนรู้และการแสวงหาความรู้ เพื่อให้ประชาชนโดยรวมเป็น “บุคคลแห่งการเรียนรู้” มีความตระหนักถึงความสำคัญ ความจำเป็นของการเรียนรู้ มีความใฝ่รู้ สามารถสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเอง มีทักษะ กระบวนการคิด การวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา สามารถใช้ความรู้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ตลอดจนมีโอกาสและสามารถเลือกที่จะเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตลอดช่วงอายุแต่ละวัย ด้วยรูปแบบที่หลากหลาย ยืดหยุ่นและมีคุณภาพตามความต้องการความสนใจและความถนัด             องค์ประกอบที่สอง : พัฒนาแหล่งการเรียนรู้ เพื่อให้มีแหล่งเรียนรู้อย่างเพียงพอหลากหลาย ทั่วถึง ครอบคลุมประชากรทุกพื้นที่ ทุกกลุ่มเป้าหมาย พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศแหล่งการเรียนรู้ทุกประเภท  ทุกระดับที่เป็นปัจจุบัน และเป็นระบบเปิด รวมทั้งการจัดระบบเครือข่ายเชื่อมโยงแหล่งเรียนรู้ เพื่อการใช้ประโยชน์ร่วมกัน ตลอดจนมีการพัฒนาทรัพยากรการเรียนรู้ที่มีอยู่ในสังคม ให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ที่มีศักยภาพในการให้บริการการเรียนรู้ มีความพร้อมด้านปัจจัย อำนวยความสะดวกต่อการเรียนรู้             องค์ประกอบที่สาม : พัฒนาเนื้อหาสาระการเรียนรู้ให้เป็น “องค์ความรู้” โดยมีการจัดหาและรวบรวมความรู้ จากแหล่งต่างๆ ทั้งภายในภายนอก เพื่อเป็นการแสวงหาองค์ความรู้ที่หลากหลายและมีประโยชน์สูงสุดต่อชุมชน พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการจัดเก็บและค้นคว้าองค์ความรู้ได้อย่างรวดเร็ว สามารถใช้ประโยชน์ได้ทันเหตุการณ์ และที่สำคัญอย่างยิ่งคือการสร้างสรรค์องค์ความรู้ใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับกระแสการเปลี่ยนแปลง ของสังคมโลกและบริบทของสังคมไทย โดยพัฒนาความรู้จากฐานของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีอยู่เดิม บูรณาการกับฐานความรู้ด้านนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้เหมาะสมกับความสามารถในการเรียนรู้ ของบุคคล กลุ่มหรือชุมชน เพื่อตอบสนองความต้องการการพัฒนาของแต่ละชุมชน             องค์ประกอบที่สี่ : การจัดการความรู้ โดยเริ่มต้นจากการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลาย พัฒนากลไกกระบวนการถ่ายทอดความรู้ ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ได้อย่างเสมอภาค รวมทั้งการพัฒนาระบบบริหารจัดการ การใช้สื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นยังต้องส่งเสริมการสร้างบรรยากาศเพื่อเอื้อต่อการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าจะเป็นในครอบครัวองค์กร สถาบัน และชุมชน ให้ประชาชนมีโอกาสเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ได้ตลอดเวลา และปัจจัยที่มีความสำคัญยิ่งต่อการจัดการความรู้ คือต้องมีการพัฒนาบุคคล องค์กรให้เป็นผู้จัดการความรู้เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของประชาชน รวมทั้งการพัฒนาทักษะความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ให้แก่ภูมิปัญญาท้องถิ่น และแหล่งเรียนรู้ประเภทต่างๆ ให้สามารถเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ และกระตุ้นให้ประชาชนมีการบูรณาการเพื่อใช้ความรู้เป็นฐาน ในการแก้ปัญหาและพัฒนาที่เหมาะสมกับสภาพของชุมชน             การเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ต้องดำเนินการโดยยึดหลักการที่เชื่อว่า การศึกษาและการเรียนรู้เป็นกลไกสำคัญต่อการแก้ปัญหาและการพัฒนา มีการบูรณาการการเรียนรู้ การดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพเข้าด้วยกันอย่างผสมกลมกลืน ยึดชุมชนเป็นฐานในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ โดยใช้ศักยภาพและทรัพยากรในชุมชนเป็นหลักให้ประชาชนและทุกภาคส่วนของสังคมเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดและตัดสินใจในกิจกรรมสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับตนเองและชุมชนท้องถิ่น การสนับสนุนให้สังคมทุกส่วนและทุกระดับได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพและการสร้างสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ จะทำให้เกิดพลังชุมชนที่เข้มแข็ง อันจะเป็นรากฐานที่มั่นคงในการเสริมสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่มีความยั่งยืนต่อไป รากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้ให้มีความยั่งยืนคือข้อใด

ระบบกำลังประมวลผล

  • ข้อปัจจุบัน
  • ข้อที่ทำแล้ว
  • ข้อที่ยังไม่ได้ทำ
  • ข้อที่ยังไม่ได้เปิด

กรุณาเลือกคำตอบ ก่อนกดปุ่มข้อถัดไป

ข้อแนะนำ : ท่านสามารถดูเฉลยของข้อสอบแต่ละข้อได้ เมื่อทำข้อสอบเสร็จและส่งข้อสอบแล้ว

ข้อความ..

ข้อความเตือน..

ส่งข้อสอบให้เพื่อน..


คลังข้อสอบข้อสอบรวมข้อสอบข้อสอบพร้อมเฉลยtu getเลขคณิตคณิตศาสตร์วิทย์วิทยาศาสตร์ฟิสิกส์เคมีชีวะชีววิทยาสุขศึกษาพละพลศึกษาสังคมสังคมศึกษาวิทย์ทั่วไปข้อสอบวัดระดับศิลปะการงานการงานอาชีพเทคโนโลยีภาษาจีนภาษาญี่ปุ่นภาษาอังกฤษpatgatข้อสอบ reading writinglistening ข้อสอบโอเน็ตข้อสอบ Onetเซลล์แรงปริมาตรดาราศาสตร์ห่วงโซ่อาหารการสืบพันธุ์พืชการลำเลียงจำนวนเต็มครนหรมคูณร่วมน้อยหารร่วมมากบวก ลบ คูณ หารตัวสะกดภาษาไทยคำควบกล้ำเก็งข้อสอบติวสอบแบบฝึกหัดเฉลยกฏหมายดนตรีดนตรีไทยดนตรีสากลเพลงเพลงชาติพุทธประวัติศาสนาคำศัพท์ข้อสอบปฐมวัยข้อสอบอนุบาลโตไปไม่โกงคณิตเบื้องต้นcu tepสอบเข้า ม.1รับตรง58สอบตรง58รับตรง59สอบตรง59clearing house เคลียร์ริ่งเฮ้าส์ ONETGAT PATติวติวGATเชื่อมโยงภาษาญี่ปุ่นความถนัดภาษาจีนเกษตรข้อสอบคลังข้อสอบadmissionsแอดมิชชั่นรับตรงโควต้าสอบตรงวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์สังคมภาษาไทยกลอนติวเข้มสอบเข้าสอบเข้า เตรียมสอบเข้าสาธิตสอบเข้ามหิดลสอบเข้าสวนกุหลาบ 
#Trending now
Adgang60ข่าวครูสื่อการสอนแผนการสอนเทคนิคการสอนสอบครูข่าวครูปฏิทินสอบเข้า ม.1 2560admissions 60ad60admissionsสอบตรง 60รับตรง 60ข้อสอบรับตรงอาเซียนAECข่าวกิจกรรมข่าวทุนข่าวเด่นเรียนต่อทุนทุนเรียนต่อทุนการศึกษาclearing houseเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ค้นหาตัวเองปฎิทินสอบONETGATPATติวติว GATติว PATGAT เชื่อมโยงโครงงานวิทยาศาสตร์โครงงานเรียนต่อต่างประเทศข้อสอบคลังข้อสอบข่าว admissionsแอดมิชชั่นสาระน่ารู้โควตาแนะแนวสามเณรธรรมะว.วชิรเมธีธรรมท่องเที่ยวเก็งข้อสอบติวเข้มสอบเข้าสอบสัมภาษณ์สอบเข้า ม.1สอบเข้า ม.4สอบเข้าเตรียมอุดมฯสอบเข้าสาธิตสอบเข้ามหิดลทดลองวิทย์ฮอร์โมนHormoneจักรยานCU TEPTU GETสามเณรปลูกปัญญาธรรมtruelittlemonkของเล่นวิทยาศาสตร์เพลงชาติไทยวิศวะ จุฬาบัญชี จุฬาสอบทุนSmart ExamsTOEICTOEFLสูตรลัดคณิตศาสตร์วิสาขบูชาหน้าหนาวเชียงใหม่เชียงรายคำราชาศัพท์สุภาษิตเงินเดือนครูครูผู้ช่วยสมัครสอบครูTU starข้อสอบ o-net ป.6สอนศาสตร์quizเกมgameเข้าพรรษาโอลิมปิกในหลวงรัชกาลที่ 99 วิชาสามัญรัชกาลที่ 10สรุปสูตรคณิตศาสตร์เอนทรานซ์ 4.0
กลับด้านบน