“ซาปา” เมืองแห่งนาขั้นบันไดในม่านหมอก

Posted By jutatipkarn | 15 ธ.ค. 59
2,753 Views

  Favorite

ด้วยความที่ได้ยินชื่อเสียงความงามของ “นาขั้นบันไดในเมืองซาปาประเทศเวียดนาม” มานับครั้งไม่ถ้วน ทำให้เราอยากไปสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง และเมื่อมีโอกาสเราจึงไม่พลาดที่จะบุ๊คกิ้งตั๋วเครื่องบินไปเวียดนามตามที่หัวใจเรียกร้อง ... ทริปซาปา 3 วัน 2 คืนจึงเกิดขึ้น!                                    

DAY 1 : เริ่มต้นการเดินทาง

เราออกเดินทางโดยเครื่องบินจากสนามบินสุวรรณภูมิ สู่สนามบินนอยไบ เมืองฮานอย แล้วต่อรถเมล์สาย 68 เข้าตัวเมือง (จริง ๆ แล้วเข้าตัวเมืองได้ทั้งแท็กซี่ รถตู้ รถเมล์ แต่รถเมล์จะง่ายและประหยัดที่สุด) เราวางแผนไว้ว่าจะเดินเที่ยวชิล ๆ และหาของอร่อย ๆ กินก่อน เพราะรถไฟไปเมืองลาวไค (ประตูสู่เมืองซาปา) ออกเวลา 22.00 น.

 

รถเมล์สาย 68 จากสนามบิน - เมืองฮานอย

 

กว่าจะถึงเวลาขึ้นรถไฟ ขอเดินเก็บภาพบรรยากาศเมืองฮานอยกันหน่อย

 

โบสถ์ St.Joseph ดูมีความขลังมากมาย
ร้านเจ้หงา ดังแค่ไหนดูที่ป้ายเลย ... จองรถ จองโรงเเรมที่ร้านนี้ไม่มีผิดหวัง

 

ชาวเวียดนามนิยมขี่มอเตอร์ไซค์
รถจักรยานปั่นขายผลไม้สด ๆ น่ากินทีเดียว

 

หลังจากเดินถ่ายรูปในฮานอยจนเหนื่อย ต้องหาอะไรรองท้องกันหน่อย ร้านที่เราเลือกเป็นร้านเฝอเนื้อ เมนูขึ้นชื่อของเวียดนาม ร้านนี้นักท่องเที่ยวนั่งเต็ม นั่นก็เพราะว่ารสชาติอร่อยสมคำร่ำลือจริง ๆ 

 

คนชอบกินเนื้อ...รับรองฟิน

 

พอกินเสร็จก็ได้เวลาเดินทางไปสถานีรถไฟ (ร้านที่จองตั๋วรถไฟมีรถตู้บริการรับ-ส่ง) สำหรับการเดินทางไปสถานีลาวไคใช้เวลา 8 ชั่วโมง หลับยาว ๆ กันไป คืนนี้นอนบนรถไฟกัน ! … ก่อนถึงปลายทางสถานีลาวไคสัก 10 นาที จะมีเสียงเพลงปลุกให้ทุกคนตื่นเก็บข้าวของ ล้างหน้าล้างตา ที่นี่เป็นสถานีสุดท้ายที่คนลงเยอะที่สุด บรรดาโรงแรมต่าง ๆ จะมารอรับแขกที่จองกันมาและใช้บริการรถรับ-ส่ง เรารอรถจากโรงแรมสักครู่ จากนั้นก็นั่งรถตู้เดินทางสู่ซาปา ซึ่งห่างจากลาวไคประมาณ 1 ชม.

 

นอนในรถไฟนะคืนนี้

DAY 2 : ซาปา ... น่าหลงรัก

 

55
นาขั้นบันไดอันโด่งดัง

 

ในที่สุดก็มาถึงซาปา เมืองเล็ก ๆ ทางตอนเหนือของประเทศเวียดนามติดกับชายแดนจีน ที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขาน้อยใหญ่ มีอากาศเย็นตลอดปี สภาพบ้านเมืองเป็นสังคมแบบเกษตรกรรม ผู้คนทำไร่ทำนาเป็นส่วนใหญ่ (บรรยากาศโดยรวมก็คล้าย ๆ กับเชียงรายบ้านเรา) ภาพแรกที่เห็นตรงหน้าคือนาขั้นบันไดท่ามกลางไหล่เขาทอดตัวยาวสุดสายตา สวยงามยิ่งกว่าที่เราคิดไว้มาก ทุกที่ที่มองเห็นปกคลุมไปด้วยม่านหมอกสีขาวตัดกับสีเขียวชอุ่มของต้นไม้ ... ว่าแล้วก็ขอสูดโอโซนให้เต็มปอด !

 

เขียวชอุ่ม
ชาวซาปาทำไรทำนาเป็นส่วนใหญ่

 

หลังเช็คอินเก็บข้าวของที่โรงแรม .... แวะเติมพลังด้วยอาหารเช้าของโรงแรม แม้อาหารจะราคาหลักสิบแต่ขอบอกว่าวิวราคาหลักล้านเลยทีเดียว !

 

ข้าวผัดอาหารง่าย ๆ แต่บรรยากาศแบบนี้หาได้ยาก !

 

อิ่มท้องแล้วก็ได้เวลาออกสำรวจ นอกจากธรรมชาติที่สวยจับใจ ซาปาก็มีอาคารสมัยใหม่ โรงแรม โบสถ์ และร้านอาหารแบบตะวันตก เป็นการผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นกับอารยะธรรมต่างชาติท่ามกลางขุนเขาได้อย่างกลมกลืน เราเลือกนั่งจิบกาแฟในร้านเล็ก ๆ แต่บรรยากาศดีระดับ 5 ดาว

 

ตึกรามบ้านช่องชาวซาปา
ดื่มกาแฟด้วยวิวแบบนี้ ... แค่แก้วละไม่กี่สิบบาท

 

จากนั้นมาเดินชมวิถีชีวิตชาวม้งดำที่หมู่บ้าน Cat Cat (กัตกัต) ต่อด้วย Sapa Lake หรือทะเลสาปซาปา แลนด์มาร์คอีกหนึ่งแห่งของที่นี่ อากาศดีและสวยมากจนลืมความเมื่อยล้าไปเลย มาถึงซาปาทั้งทีก็ต้องจัด Street food กันหน่อย มื้อเย็นของเราฝากท้องไว้ที่ตลาดซาปา ราคาไม่แพงรสชาติก็พอรับได้ กินอิ่มแล้วก็ได้เวลากลับไปนอนชมวิวที่โรงแรมกันต่อ

 

ชุดประจำเผ่าม้งดำ
วิถีชีวิตชาวม้งดำ

 

Sapa Lake หรือทะเลสาปซาปา แลนด์มาร์คของเมืองซาปา

 

DAY 3 : อำลานาขั้นบันได

วันที่สองในซาปา ดินแดนที่มีความหลากหลายของชาติพันธุ์มากที่สุดในประเทศเวียดนาม ที่นี่มีชาวเขาหลายเผ่าอยู่รวมกัน จึงมีการผสมผสานทางวัฒนธรรมมากมายทั้งเรื่องอาหาร ชุดแต่งกายและความเป็นอยู่ วันที่เราไปตรงกับวันอาทิตย์ ซึ่งมีตลาดนัดชาวเขาพอดี งานนี้ต้องช้อปของฝากกันหน่อย ... เสื้อผ้าแบบชาวเขาราคาน่าคบ ส่วนสินค้าอื่น ๆ ก็เป็นสไตล์พื้นเมืองคล้าย ๆ ของทางเหนือบ้านเรา

 

ตลาดยามเช้าในหมู่บ้านกัตกัต ... คล้าย ๆ บ้านเราเหมือนกัน
ได้เวลาช้อป !

 

หลังจากเสียเงินจนสบายใจ ก็ได้เวลาบอกลาซาปา สำหรับการเดินทางกลับก็เหมือนกับตอนขามา ต่างกันที่ครั้งนี้เราได้ชมวิวระหว่างนั่งในรถไฟ ... ซึ่งมันดีต่อใจเหลือเกิน !

 

หมอกหรือควัน
ลาก่อนซาปา ... แล้วพบกันใหม่

การเดินทางไปซาปาอาจจะไม่ได้สะดวกสบายนัก แต่สำหรับคนที่รักธรรมชาติและการผจญภัยแล้ว เชื่อเถอะว่าถ้าได้มาเยือนซาปาต้องอยากกลับมาอีกหลายครั้งแน่นอน.

 

TIPS

• แนะนำให้จองโรงแรม รถ และตั๋วรถไฟผ่านเว็บไซต์ให้พร้อมก่อนไป เพราะอาจมีปัญหาเรื่องการสื่อสารได้ เนื่องจากคนเวียดนามไม่ถนัดใช้ภาษาอังกฤษ

• ควรคำนวณเวลาให้ดี เพราะรถไฟที่เวียดนามออกตรงเวลาเป๊ะ

• รองเท้าผ้าใบเหมาะกับทริปซาปาที่สุด เพราะเดินเยอะมากจริง ๆ

 

 

 

เรื่อง : จุฑาทิพย์ หงษ์สา

ภาพ : นีรนุช เพ็ชรตะกั่ว

 

 

 

เว็บไซต์ทรูปลูกปัญญาดอทคอมเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่เผยแพร่ความรู้เพื่อประโยชน์ของสังคม ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏในบทความเป็นการเผยแพร่โดยผู้ใช้งาน หากพบเห็นข้อความและรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือละเมิดลิขสิทธิ์ กรุณาแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการต่อไป
Tags
  • Posted By
  • jutatipkarn
  • 3 Followers
  • Follow